“พวกเราประชาชนและรัฐบาลแห่งก่อทูเลย์ ดินแดนบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยง […] ขอประกาศเอกราชของก่อทูเลย์จากรัฐพม่า/เมียนมาที่ล่มสลาย และสถาปนารัฐใหม่ที่เป็นอิสระ คือ สาธารณรัฐก่อทูเลย์”
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 รัฐบาลก่อทูเลย์ (Government of Kawthoolei หรือ G.O.K.) ออกแถลงการณ์ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ พร้อมสถาปนา ‘สาธารณรัฐก่อทูเลย์’
รัฐบาลก่อทูเลย์อ้างอิงถึงปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ในการสถาปนารัฐเอกราชใหม่
แถลงการณ์ระบุว่า ประชาชนแห่งสาธารณรัฐก่อทูเลย์จำเป็นต้องดำเนินการครั้งสำคัญนี้ เนื่องจากพวกเขาถูกกดขี่ข่มเหง เลือกปฏิบัติในทุกด้านของชีวิต และเผชิญกับสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเย็นชามาเป็นเวลา 77 ปี เริ่มตั้งแต่ต้นปี 1949 หนึ่งปีหลังจากการได้รับเอกราชของประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ปกครองทางทหารชาวพม่าผู้เผด็จการและยึดมั่นในความเหนือกว่าทางเชื้อชาติ
ระบบการปกครองของสาธารณรัฐก่อทูเลย์จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของประชาธิปไตย และระบบเศรษฐกิจจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจตลาดเสรี ปราศจากการผูกขาด โดยสาธารณรัฐก่อทูเลย์จะยอมรับอนุสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศที่ส่งเสริมสันติภาพระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ฉันมิตร
“เราขอเรียกร้องให้รัฐที่รักสันติภาพทั่วโลก ให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุน แก่ประชาชน และรัฐใหม่ แห่งสาธารณรัฐก่อทูเลย์” แถลงการณ์ระบุ
ด้าน Thai PBS รายงานว่าในวันเดียวกันนั้น พล.อ.เนอดา เมียะ ได้ประกาศสถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐก่อทูเลย์ พร้อมจัดตั้งคณะรัฐบาล ทั้งนี้พิธีประกาศเอกราชดังกล่าวจัดขึ้น ท่ามกลางประชาชน แกนนำทหารก่อทูเลย์ และทหารกว่า 400 นาย ณ ค่ายอูเกอคี บ้านชูกะลี ต.ชูกะลี อ.วาเล่ย์ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ฐานที่มั่นแห่งหนึ่งตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ตรงข้ามพื้นที่ ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก
ทั้งนี้มีการประกาศนโยบายสำคัญ เช่น การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนของชนชาติกะเหรี่ยง การจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก 4 ปี การวางโครงสร้างการปกครองและการบริหารประเทศเป็นลำดับขั้นระยะสั้น–กลาง–ยาว เป็นต้น
ตอนนี้มีประเทศใหม่เกิดขึ้นแล้วหรือไม่?
ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามว่า การประกาศเอกราชของสาธารณรัฐก่อทูเลย์ครั้งนี้ จะทำให้โลกเรามีประเทศใหม่เกิดขึ้นเลยหรือไม่? แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่เราขอชวนทุกคนพิจารณาจากกฎหมายระหว่างประเทศและกรณีในอดีต เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น
หากอ้างอิงตามอนุสัญญากรุงมอนเตวิเดโอว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของรัฐ (Montevideo Convention on Rights and Duties of the states 1933) มาตรา 1 ซึ่งระบุไว้ว่า รัฐคือนิติบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ ได้แก่
- ประชากรถาวร
- เขตแดนที่กำหนดชัดเจน
- รัฐบาล
- อำนาจอธิปไตยที่รวมถึงความสามารถในการเข้าสู่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐอื่นๆ อย่างเสรี
นอกจากนี้ มาตรา 3 ของ Montevideo Convention ยังระบุว่าการดำรงอยู่ทางการเมืองของรัฐ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรับรองจากรัฐอื่นๆ (The political existence of the state is independent of recognition by the other states)
รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ อดีตอาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ระบุบนมติชนรายวันถึงการรับรองรัฐ (โดยไม่ได้พูดถึงกรณีสาธารณรัฐก่อทูเลย์) ไว้ว่า “พูดง่ายๆ ก็คือหากรัฐใดที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้ง 4 ประการ คือ มีดินแดนที่แน่นอน มีประชากร มีรัฐบาล และมีอำนาจอธิปไตยที่จะติดต่อกับรัฐอื่นได้โดยตนเองก็ถือว่าเป็นรัฐโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าจะมีรัฐอื่นๆ รับรองหรือไม่”
เมื่อพิจารณาตามนี้แล้ว ก็อาจต้องถกเถียงกันต่อไปว่า สาธารณรัฐก่อทูเลย์มีองค์ประกอบหลายประการตาม Montevideo Convention แล้วหรือไม่ รวมถึงจับตาปฏิกิริยาจากชาติต่างๆ ว่าจะรับรองความเป็นรัฐด้วยหรือไม่
อ้างอิงจาก