เคยไหมเวลาตกหลุมรักใครแล้วรู้สึกมวนท้องทุกที? อาการเหมือนที่ใครๆ ก็เรียกว่ามี ‘ผีเสื้อบินอยู่ในท้อง’ แต่เคยสงสัยต่อไหมว่าทำไมต้องเป็นผีเสื้อกันนะ? ถ้าเปลี่ยนจากผีเสื้อเป็นม้าวิ่งอยู่ในท้อง หนูมุดอยู่ในกระเพาะ สิงโตกำลังคำรามจะได้ไหม?
วันนี้ The MATTER พาไปหาคำตอบผ่านมุมมองของอุปลักษณ์กัน
แต่ก่อนที่จะไปอธิบายในมุมอุปลักษณ์ ขอเท้าความถึงแง่มุมวิทยาศาสตร์เสียก่อน เพื่อให้เห็นภาพตรงกันว่าการตกหลุมรักใครสักคน เจ้าความรู้สึกซาบซ่าน วาบหวาม และเร่งเร้าทั้งหลายที่เกิดขึ้น มันทำให้เรารู้สึกมวนท้องได้จริงๆ ซึ่งสาเหตุก็มาจากฮอร์โมนและสารสื่อประสาทอย่างนอร์อะดรีนาลีน ที่หลั่งออกมาตอนเรารู้สึกตื่นเต้นหรือกังวล เมื่อร่างกายทำงานสอดประสานกัน สมองหลั่งสารลำไส้ก็พาลตื่นเต้นตามไปด้วย จนเรามวนท้องไม่เป็นตัวของตัวเองเวลารู้สึกตกหลุมรักใครสักคน
ความรู้สึกปวดมวนท้องที่ว่านี้เอง ที่ถูกเรียกแทนด้วยคำว่า ‘ผีเสื้อบินอยู่ในท้อง’ และที่ใช้คำว่าผีเสื้อ ไม่เป็นม้า สิงโต หนูนั่นก็เพราะมนุษย์เรามีสิ่งที่เรียกว่า ‘มโนอุปลักษณ์’ หรือการพยายามเปรียบเทียบสิ่งที่เป็นนามธรรมด้วยสิ่งที่เป็นรูปธรรม ตามทฤษฎีของจอร์จ เลคอฟ และมาร์ค จอห์นสัน (George Lakoff and Mark Johnson) เป็นกระบวนการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นมาแบบที่เราไม่รู้ตัว
ฉะนั้นการพยายามเปรียบอาการมวนท้องที่เกิดขึ้น ด้วยภาพของผีเสื้อบิน จึงเป็นหนึ่งในมโนอุปลักษณ์ที่เกิดขึ้น ผีเสื้อตัวแทนของความสวยงาม อ่อนไหว แค่ขยับปีกเบาๆ ก็เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ จึงถูกนำมาเปรียบเทียบกับอาการมวนท้อง ที่ไม่ได้หนักแน่นเหมือนม้าวิ่ง หรือรุนแรงเหมือนสิงโตคำราม แต่เป็นเพียงผีเสื้อตัวน้อยๆ กำลังกระพือปีกในพื้นที่จำกัด และนั่นก็เพียงพอแล้ว กับอาการปั่นป่วนในท้องพร้อมความสุขใจที่เผลอตกหลุมรักลงไปอย่างจัง
เวลาเผลอสบตาไอต้าวความรัก เราเลยกำลังรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ข้างใน ถ้าตกหลุมรักวันแรกๆ สมองหลั่งสารสื่อประสาทหลั่งฮอร์โมนออกมาเยอะหน่อยความปั่นป่วนก็อาจจะคูณเข้าไปเหมือนผีเสื้อสัก 10 ตัว แต่ถ้าเริ่มรับมือได้ อาจจะกลายเป็นผีเสื้อแค่ 1 ตัวบินวนให้พอวาบหวาม
แล้วไหนใครกำลังมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องบ้าง มาแอบอวดกันหน่อย
อ้างอิงจาก
https://doi.nrct.go.th/admin/doc/doc_486555.pdf