หลังจากคืนวันที่ 9 มีนาคม 2569 สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน สมาชิกกลุ่ม ‘ไทยไม่ทน’ โพสต์วิดีโอเหตุการณ์ที่เข้าไปพูดคุยและทำร้ายร่างกายชาวกะเหรี่ยงรายหนึ่ง บริเวณหน้าสถานบันเทิงในพื้นที่พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี
นอกจากประเด็นทำร้ายร่างกายที่มองได้ว่าเป็นการกระทำโดยใช้ศาลเตี้ยแล้ว ยังนำไปสู่การพูดถึงอคติทางชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดย The MATTER ได้สรุปเหตุการณ์และประเด็นดังกล่าวไว้ในโพสต์นี้
1) เหตุการณ์นี้เริ่มจากวันที่ 2 มีนาคม 2569 ไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก เจ้าของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว โพสต์คลิปสั้นรวม 5 คลิป เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ที่เขาได้รับเรื่องร้องเรียนจากพนักงานคนไทยในสถานบันเทิงว่า ถูก เดช หนุ่มเชื้อสายกะเหรี่ยง อายุ 27 ปี ตบหน้า โดยทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมงานกัน
เมื่อได้รับแจ้งเหตุดังกล่าว ไอยวัฒน์และพวก มารอเดชที่สถานบันเทิงดังกล่าว ระหว่างรอเขาได้พูดคุยกับกลุ่มคนที่นั่งอยู่หน้าสถานบันเทิงอยู่ก่อนแล้ว โดยมีบทสนทนาคาดเดาว่าเดชซึ่งเป็นคนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงน่าจะพก ‘บัตรประชาชนสีชมพู’ ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ไอยวัฒน์อ้างว่าครั้งนี้เขาจะช่วย “กู้คืนศักดิ์ศรีให้คนไทย” ผ่านการพูดคุยกับเดชเล็กน้อย
2) ในคลิปที่ 4 ซึ่งเดชมาถึงสถานบันเทิง ไอยวัฒน์ได้เข้าไปกอดคอและขอดูบัตรประชาชนพร้อมถามย้ำว่า “เป็นคนไทยหรอ หรือว่าไง?” เดชแสดงบัตรประชาชนสีชมพูและตอบว่า “ผมกะเหรี่ยงครับ” ก่อนจะอธิบายว่าตนเองอยู่ระหว่างการขอสัญชาติไทย ซึ่งพี่น้องทยอยได้กันหมดแล้ว
จากนั้น จอวิดีโอได้เปลี่ยนเป็น ‘สีดำ’ ในช่วงที่มีเสียงคล้ายคนถูกตบ 2 ครั้ง และมีภาพจอดำอีกหลายครั้งก่อนมีเสียงคนถูกตบและเตะ พร้อมเสียงพูดว่า “อยู่ไทยอย่าเก่ง” ก่อนจะตัดมาเป็นภาพที่เดชมีเลือดกบปาก
3) มีการสืบทราบภายหลังว่าผู้ถูกทำร้ายร่างกายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงดั้งเดิม ที่อยู่จังหวัดกาญจนบุรีโดยกำเนิด และอยู่ระหว่างการขอสัญชาติตามที่เดชอธิบายต่อไอยวัฒน์ ทำให้มีหลายคนออกมาปกป้องและเรียกร้องให้ไอยวัฒน์รับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว
4) 9 มีนาคม ไอยวัฒน์ได้โพสต์วิดีโอชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กของตนว่า ก่อนที่ตนและพวกจะลงพื้นที่ ได้มีการประสานงานและแจ้งเรื่องต่อเจ้าของร้านให้ตักเตือนพฤติกรรมของเดชซึ่งมีรายงานมาว่าเคยตบหน้าพนักงานคนไทยแล้ว
ตอนแรก ตนตั้งใจเพียงว่าจะเข้าไปพูดคุยและตักเตือนพฤติกรรมของเดช แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อไปถึงหน้างาน พนักงานในร้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเดชยังคงมีพฤติกรรมเดิม และเคยจะทำร้ายผู้หญิงซึ่งกำลังตั้งครรภ์ เมื่อได้ยินดังนั้น เขาจึงอยากปกป้องศักดิ์ศรีของคนไทย โดยกล่าวว่า “ถ้าไม่ศาลเตี้ยบ้าง คงจะไม่เข็ดหลาบ”
เมื่อพบกับเดช ไอยวัฒน์ได้ตบหน้าเดชไป 2 ครั้ง จากนั้นมี ‘ชายเสื้อดำ’ ซึ่งเป็นสามีของคนที่ตั้งครรภ์เข้าไปตีและเตะเดชตามวิดีโอที่โพสต์ในคืนวันเดียวกัน โดยยืนยันว่าไม่มีการรุมทำร้ายร่างกาย
5) 10 มีนาคม สุขสวัสดิ์ ทับมาโนช และทีมกฎหมายได้พาเดชเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ สภ.เมืองพัทยา ระบุว่า เบื้องต้นเดชได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับฝ่ายคู่กรณีให้ถึงที่สุด ขณะที่ฝ่ายกฎหมายจะดำเนินคดีกับไอยวัฒน์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และกักขังหน่วงเหนี่ยว
6) เดชเล่าเหตุการณ์วันที่ 1 มีนาคม ว่าตนเองทำงานพาร์ตไทม์อที่สถานบันเทิงและมีปัญหากับทางร้านจากเรื่อง ‘เหล้าฝาก’ และมีการเปิดเหล้าชุดใหม่ซึ่งปกติจะได้ผลไม้ฟรี แต่ตนเองกลับไม่ได้ผลไม้ จึงตำหนิทางร้านว่า “ร้านออกรูปเหลี่ยม” ทำให้มีปากเสียงกับพนักงานในร้าน แต่ก็ได้เคลียร์ปัญหาจนจบไปแล้ว
7) ส่วนกรณีการทะเลาะกับผู้ที่แจ้งเรื่องไปทางไอยวัฒน์ พบว่า คู่กรณีเป็นชายวัย 33 ปี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตัวเองเป็นรุ่นพี่ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน โดยเหตุการณ์ที่ถูกเดชตบเริ่มมาจากการเล่นเกม ‘เป่ายิงฉุบดวลเหล้า’ หากแพ้ต้องดื่ม ซึ่งคาดว่าช่วงที่เดชเริ่มเมา เขาถูกถาม “ขอตบทีได้เปล่า” ก่อนจะถูกตบเบาๆ ซึ่งตนไม่คิดว่าเดชซึ่งอายุน้อยกว่าจะกล้าตบเขาจริงๆ
สำหรับคู่กรณีมองว่าการถูกตบครั้งนี้ไม่ได้รุนแรง แต่รู้สึกถูกเหยียดหยามจากคำพูดที่ว่า “พวกมึงไม่ได้อยู่ในสายตากูหรอก” และ “พี่มีเรื่องกับผมไม่ได้หรอก ผมพวกเยอะ” ตนที่เพิ่งย้ายมาทำงานและอาศัยอยู่คนเดียวจึงกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงมีการแจ้งเรื่องไปทางเพจ ‘เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน’
8) ในทางกฎหมาย เหตุการณ์นี้ต้องติดตามขั้นตอนและผลการดำเนินคดีต่อไป เพราะเดชได้เริ่มดำเนินคดีกับไอยวัฒน์และผู้ทำร้ายร่างกายไปตามที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้
9) หากเข้าไปดูในบัญชีผู้ใช้ ‘เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน’ และกลุ่มไทยไม่ทน จะพบว่า มีหลายวิดีโอที่แสดงคำพูดและท่าทางข่มขู่ว่าจะจัดการกับแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งการแจ้งเบาะแสกับตำรวจและการยกพวกลงพื้นที่ต่างๆ
10) เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงการใช้ ‘ศาลเตี้ย’ แทนที่จะดำเนินการตามระบบกฎหมาย และกระแส ‘ชาตินิยม’ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวในสังคมไทย ทำให้เกิดอคติและความเกลียดชังต่อกลุ่มคนที่อาจจะพูดภาษาไทยกลางไม่ชัดหรือมีลักษณะที่ถูกคาดเดาว่า ‘ไม่เป็นไทย’ จนนำไปสู่ความรุนแรงอย่างการทำร้ายร่างกายในที่สุด
และสะท้อนถึงความคิดว่าสังคมไทยต้องมีเพียง ‘ไทยแท้’ หนึ่งเดียวเท่านั้น กลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายอาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ถูกทำให้กลายเป็นอื่น ซึ่งสามารถใช้ความรุนแรงได้ โดยละเลยประวัติศาสตร์ และประเด็นปัญหาที่พวกเขาถูกกีดกันและกดทับจากรัฐส่วนกลาง