ในช่วงที่สงครามในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย แน่นอนว่าผู้คนในประเทศต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของรัฐบาลทั่วโลก ว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนได้อย่างไรบ้าง?
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจมาจากประเทศออสเตรเลีย ที่เตรียมให้บริการขนส่งสาธารณะฟรี ในรัฐสองแห่งของประเทศ เพื่อจูงใจให้ประชาชนไม่ขับรถเอง
ไม่นานมานี้รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเมลเบิร์น กล่าวว่าจะให้บริการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ‘ฟรี’ ตลอดเดือนเมษายน ขณะที่รัฐแทสเมเนีย ก็ระบุว่าผู้โดยสารจะไม่ต้องจ่ายเงินจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนรัฐบาลของรัฐอื่นๆ ตอนนี้ยังไม่ได้มีมาตรการเดียวกัน
สำหรับรายละเอียด จาซินตา อัลลัน ผู้ว่าการรัฐวิกตอเรีย ได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า รถไฟ รถราง และรถโดยสารประจำทางในรัฐจะให้บริการฟรีสำหรับทุกคนตั้งแต่วันนี้ (31 มีนาคม) เป็นต้นไป เพื่อเป็นมาตรการประหยัดเชื้อเพลิง
“นี่อาจไม่แก้ปัญหาทุกอย่าง แต่ก็เป็นก้าวแรกที่จะช่วยเหลือชาววิกตอเรียในตอนนี้ ขณะที่เรายังคงทำงานเพื่อหาทางออกใหม่ๆ ที่จะทำให้รัฐวิกตอเรียมีค่าครองชีพที่ถูกลง” เธอประกาศ
ส่วนรัฐแทสเมเนีย ก็ได้ประกาศว่าประชาชนจะสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทาง รถบัส และเรือเฟอร์รี่ได้ฟรีจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เพื่อบช่วยภาระค่าครองชีพของผู้คน
เจเรมี ร็อกคลิฟฟ์ ผู้ว่าการรัฐแทสเมเนียกล่าวว่า “เรารู้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อรายจ่ายของครอบครัว และนั่นคือเหตุผลที่เราได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเข้มแข็งอีกครั้ง เพื่อปกป้องชาวแทสเมเนีย”
ที่ผ่านมา แอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย พยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ หลังจากที่เกิดการกักตุนน้ำมันอย่างตื่นตระหนก จนปั๊มน้ำมันหลายแห่งขาดแคลนเชื้อเพลิง
หนึ่งในมาตรการของรัฐบาลกลางคือ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซลลงราวครึ่งหนึ่ง เป็นเวลาสามเดือนนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 เมษายน) เพื่อช่วยให้ประชาชนประหยัดเงินได้ประมาณ 10 ถึง 20 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 200-450 บาท) ต่อถัง