ราคาน้ำมันทั่วโลกยังคงพุ่งสูงขึ้น นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตอนนี้สถานการณ์ของสงครามก็กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
หนึ่งในความคืบหน้าล่าสุดคือ การคาดการณ์ว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council หรือ UNSC) จะลงมติเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การลงมติครั้งนี้มาจากการผลักดันของประเทศบาห์เรน ซึ่งเป็นประธาน UNSC ที่มีสมาชิก 15 ประเทศในปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการแก้ไขร่างมติหลายฉบับ เพราะมีเสียงคัดค้านจากจีน รัสเซีย และประเทศอื่นๆ
ร่างมติฉบับล่าสุดที่รอยเตอร์ได้ยืนยันนั้น ถูกตัดข้อความที่เคยอนุญาตให้ “ใช้กำลังในช่องแคบฮอร์มุซ” อย่างชัดเจนออกไป
พร้อมแทนที่ด้วยข้อความที่ว่าจะสนับสนุนให้รัฐต่างๆ ประสานความพยายามในลักษณะป้องกันตนเอง ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในการเดินเรือ รวมถึงการคุ้มกันเรือสินค้าและเรือพาณิชย์
ข้อความที่ว่าอาจดูซับซ้อน ซึ่งการปฏิบัติจริงนั้นก็ต้องถูกตีความอีกที แต่ร่างมตินี้ก็ระบุว่า จะสนับสนุนความพยายาม “ในการยับยั้งความพยายามที่จะปิด ขัดขวาง หรือแทรกแซงการเดินเรือระหว่างประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
นอกจากนี้ ร่างดังกล่าวยังเรียกร้องให้อิหร่าน “ยุติการโจมตีเรือสินค้าและเรือพาณิชย์ทั้งหมดโดยทันที และยุติความพยายามใดๆ ที่จะขัดขวางการผ่านแดนหรือเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ”
สื่อหลายแห่งมองว่า ร่างมตินี้ถูกปรับแก้ให้อยู่ในรูปแบบที่ “เบาลง” อย่างมาก ซึ่งจากเดิมที่อนุญาตให้ใช้กำลังอย่างชัดเจน ก็เหลือเพียงการคุ้มครองเรือขนส่งสินค้าทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จีนเป็นหนึ่งในประเทศผู้คัดค้านมติเดิม ที่อนุญาตให้ใช้กำลัง โดยกล่าวว่านี่จะเป็นการใช้กำลังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับของสงคราม และนำไปสู่ผลร้ายแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ร่างฉบับที่ปรับลดความเข้มงวดลงนี้ อาจมีโอกาสผ่านมติ UNSC มากกว่า แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะร่างดังกล่าวต้องการคะแนนเสียงเห็นชอบอย่างน้อย 9 เสียง จากสมาชิก UNSC ปัจจุบัน 15 ประเทศ และไม่มีการใช้สิทธิ Veto จากสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา
อ้างอิงจาก