ไนท์ซิตี้ (Night City) ทั้งในเกมต้นฉบับ Cyberpunk 2077 (2020) และอนิเมะซีรีส์ Cyberpunk: Edgerunners (2022–) ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความหวังและความฝัน เมืองที่ผู้คนต่างตะเกียกตะกายเพื่อให้มีสถานะที่ดีขึ้น และไขว่คว้าจะเป็นให้มากกว่าคนไร้ค่าที่ถูกเมืองกลืนหาย ไนท์ซิตี้ดึงดูดใครก็ตามมุ่งมั่น พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อเป้าหมายสูงสุด ถึงแม้จะต้องละทิ้งความเป็นมนุษย์ไประหว่างทาง
Cyberpunk: Edgerunners ในซีซั่นที่ 2 ทิ้งช่วงเนื้อเรื่องจากซีซั่นแรกไปนานพอควร และไม่มีตัวละครใดจากซีซั่นก่อนเลยที่ได้กลับมาโลดแล่นให้เราได้เห็นอีก อนิเมะนำเสนอตัวละครใหม่หมดจด พาเราไปพยานห้วงเวลาของคนกลุ่มหนึ่งที่มาพัวพันกันโดยบังเอิญ
เริ่มด้วยหนุ่มน้อย ‘โรมัน’ เด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้ภาพยนตร์และการบันทึกภาพวิดีโอ ความหลงใหลที่กลายเป็นของตกยุคในยุคที่ใครๆ ต่างก็หันไปเสพประสบการณ์ผ่าน บีดี หรือ เบรนแดนซ์ (braindance) เทคโนโลยีที่ทำการบันทึกและเล่นซ้ำเหตุการณ์จริงของคนที่เคยประสบมันมา ซึ่งสมจริงมากกว่าเพราะรู้สึกได้ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และความรู้สึกนึกคิดเสมือนเป็นเจ้าของประสบการณ์ ทว่าโรมันยังเชื่อมันในมนต์ขลังของภาพยนตร์และการถ่ายภาพด้วยกล้อง เขาใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการถือกล้องถ่ายวิดีโอรอบเมือง จนวันหนึ่งไปได้ภาพเหตุการณ์ที่ ‘คิง’ มือรับจ้างที่เกิดอาการวิกลจริตไซเบอร์ (cyberpsychosis) ระหว่างกำลังทำภารกิจโจรกรรม คิงคลั่งทำร้ายคนไปมากกว่าสิบชีวิต แม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีมตัวเอง

เทปบันทึกโศกนาฎกรรมของคิงไม่ได้ให้ผลตอบแทนอะไรมากนัก โรมันจึงรับงานถ่ายวิดีโอจากเจ้าของร้านบีดีที่ต้องการภาพการผ่าตัดของเมลสตรอม แก๊งอาชญากรรมที่หมกมุ่นกับการสับเปลี่ยนร่างกายด้วยอุปกรณ์จักรกล หรือไซเบอร์แวร์ (cyberware) ที่นั่น โรมันได้พบกับ ‘ทาเลีย’ หญิงสาวที่ติดตั้งไซเบอร์แวร์ไว้แทบทั้งตัว เขาถ่ายวิดีโอไว้ได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกทาเลียยึดกล้องวิดีโอ และถูกสมาชิกแก๊งเมลสตรอมลากตัวเข้าห้องผ่าตัด โชคดีที่ ‘ดี’ เน็ตรันเนอร์ (หรือถ้าให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ แฮกเกอร์) มือฉมัง มาช่วยโรมันได้ทันเวลา หลังจากนั้นทั้งดีและโรมันเริ่มสนิทกันมากขึ้น ดีมีความแค้นบางอย่างที่ต้องสะสาง โรมันเองก็ต้องการฟุตเทจใหม่ๆ ทั้งคู่จึงแท็กทีมและตามรอยจนไปเจอเข้ากับชิปสำคัญของบริษัทยักษ์ใหญ่อาราซากะ ทันทีที่ดีเสียบชิปนั้นเข้ากับตัว เขาก็ได้พบกับ ‘คาปรี’ เอไอทรงพลังที่ทำให้ผู้ใช้งานมีสามารถแฮกและควบคุมอุปกณ์อิเล็กทรอนิกซ์ได้ตามใจนึก

Cyberpunk: Edgerunners จัดอยู่ในงานบันเทิงแนววิทยาศาสตร์กลุ่มไซเบอร์พังก์ (cyberpuck) อย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะชื่อที่ตัวเรื่องหยิบยืมมาใช้อย่างตรงไปตรงมา งานบันเทิงในกลุ่มนี้มักให้ภาพของโลกอนาคตที่มีเทคโนโลยีซับซ้อน มนุษย์ใช้ชีวิตโดยเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับเทคโนโลยีอย่างแนบแน่น ถึงขั้นติดตั้งเครื่องจักรเข้ากับร่างกายของตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าอาจส่งผลเสียให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ บางคนละเลยชีวิตจริงและหันไปใช้ชีวิตอยู่ในเครือข่ายไซเบอร์สเปซ และพร้อมๆ กันกับเรื่องที่กล่าวมา ไซเบอร์พังก์ยังพูดถึงอำนาจของบรรษัทขนาดใหญ่ที่แสวงหาประโยชน์และแทรกซึมไปยังทุกแง่มุม รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ตั้งแต่เมืองสว่างไสวด้วยไฟและป้ายโฆษณาแต่กลับไร้ความหวัง มลพิษขั้นวิกฤต หรือฝนที่ตกอยู่ตลอดเวลา
แง่มุมหนึ่งที่ตัวอนิเมะหยิบยกองค์ประกอบของงานกลุ่มไซเบอร์พังก์มาพูดถึงได้อย่างน่าสนใจคือ การรักษาความเป็นมนุษย์ การต่อรองกับเทคโนโลยี หรือก็คือการพูดถึงการพ้นมนุษย์ (Posthuman) ผ่านตัวละครที่มีเงื่อนไขที่ต่างกัน

การติดตั้งไซเบอร์แวร์และโครมคือเหตุผลหลักที่ทำให้เกิดอาการวิกลจริตไซเบอร์ ในกรณีของคิง ไซเบอร์แวร์เป็นตัวแทนของความสามารถและความหน้าเชื่อถือในหน้าที่การงาน ก่อนเกิดอาการคลั่ง จักรกลติดตัวทำให้เขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้งานที่มีค่าตอบแทนสูง ได้รับความเชื่อใจจากเพื่อนร่วมทีม แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ด้วยอายุที่แก่ตัวลง ร่างกายของได้รับผลข้างเคียงจากอุปกรณ์เหล่านั้น มันทำให้เข้าเสียสติ ทำภารกิจล้มเหลว คิงต้องถอดไซเบอร์แวร์ออกเพื่อให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ ไม่มีใครจ้างเขาอีก ความหมายในการมีชีวิตอยู่ของเขาหายไปพร้อมกับไซเบอร์แวร์และการงาน จนกระทั่งแฟนเก่าของเขาติดต่อมาเพื่อให้ช่วยทาเลียซึ่งเป็นลูกสาวของเธอ คิงมีเหตุผลที่จะอยู่ต่ออีกครั้งเพื่อช่วยคนสำคัญ
สถานการ์ต่างกันพอสมควรในฝั่งของทาเลีย เธอคือเด็กสาวผู้โตมากับโรคร้ายที่ทำให้เธอขยับร่างกายไม่ได้ จนในที่สุดเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดและติดตั้งไซเบอร์แวร์และโครมไว้ เหลือเพียงร่างกายส่วนบนบางส่วนที่ยังคงความเป็นมนุษย์ หากมองจากบทสนทนาครั้งแรกระหว่างทาเลียและโรมัน หลังเธอสังเกตได้ว่าบนตัวของโรมันไร้ซึ่งไซเบอร์แวร์ ทาเลียเชื่อในศักยภาพของจักรกลตามตัวของเธอ ไม่ใช่แค่มันทำให้เธอยังใช้ชีวิตอยู่ได้ แต่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้มนุษย์นั้นสามารถมีศักยภาพที่เหนือกว่าเดิม เป็นสภาวะที่ ‘เหนือกว่า’ มนุษย์ไปอีกขั้น ทว่าไม่นาน ทาเลียก็ประสบกับอาการวิกลจริตไซเบอร์ไม่ต่างจากคิง ตรงนี้เองที่ตัวเรื่องสะท้อนถึงความย้อนแย้งระหว่างความเป็นมนุษย์กับเทคโนโลยี เพราะไซเบอร์แวร์ทำให้ทาเลียยังมีชีวิตอยู่ต่อในฐานะมนุษย์คนหนึ่งได้ แต่ในขณะเดียวกันความเป็นมนุษย์ของเธอก็ค่อยๆ ถูกไซเบอร์แวร์ช่วงชิงไป

ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ดีเสียบชิปของอาราซากะและพบกับคาปรี คาปรีกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาที่ไม่สามารถตัดขาดได้ ดีต้องการพลังควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์เพื่อเป้าหมายที่ต้องการล้างแค้นอาราซากะ คาปรีเองก็เป็นเอไอที่สามารถผลุบโผล่ออกมาให้ดีเห็นและได้ยินได้ตามอำเภอใจ และถึงขนาดเข้าควบคุมร่างกายดีได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยที่ดีไม่สามารถขัดขืดอะไรได้ นอกจากถอดชิปออก สถานการณ์ของดีจึงเป็นการที่เขาต้องต่อรองกับเทคโนโลยีที่แม้แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจ
คาปรีคือสิ่งประดิษฐ์ที่ดีหรือแม้แต่มนุษย์คนใดก็ยากจะควบคุมได้ คาปรียังมีความสามารถในการลบตัวตน หรือพูดให้สั้นๆ ก็คือ เธอสามารถลบตัวตน ความทรงจำ ความนึกคิดของเจ้าของร่างกายและเอาข้อมูลของเธอเข้าไปทับได้ ในแง่นี้คาปรีถือว่าเป็นอันตรายต่อความเป็นมนุษย์มากกว่าไซเบอร์แวร์ เพราะเธอสามารถเข้าไปยุ่งกับร่างกายของผู้ใช้ได้ แต่แม้จะรู้ถึงความอันตรายของคาปรี ดียินยอมที่จะใส่ชิป สำหรับเขาการมีชีวิตอยู่ได้ไม่ใช่การที่ยังขยับแขนขาได้ หรือมีความรู้สึกรู้ตัว แต่คือการได้แก้แค้น การฝังใจเจ็บและต้องการการชำระคืนอาจจะหมายถึงความเป็นมนุษย์ที่สุดก็ได้ในแง่นี้

ในกลุ่มของตัวละครซีซั่นนี้ แม้หนุ่มน้อยโรมันจะเป็นตัวละครที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยีหรือจักรกล ทว่าเขาเองก็เชื่อมโยงกับการโหยหาความเป็นมนุษย์ที่ตกยุคไปแล้วอย่างภาพยนตร์ การดูหนังบนจอ และการตระเวนถ่ายวิดีโอไปพร้อมกับดี อีกบทบาทสำคัญของโรมันคือการบันทึกเสี้ยววินาทีที่ตัวอนิเมะคล้ายจะบอกกับคนดูว่า นี่คือช่วงเวลาที่ใครคนหนึ่งยังคงรักษาความเป็นมนุษย์ รักษาความสุข สมหวัง เศร้า และความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอดเอาไว้ให้ได้ เราจะเห็นโรมันเก็บภาพของทาเลียที่โดดไต่ไปมาอย่างสง่างามบนเส้นลวด จับภาพช่วงที่ดียิ้มหลังใช้พลังคาปรีอย่างมันมือเป็นครั้งแรก
เมื่อเรื่องดำเนินไปถึงตอนไคลแม็ก เหลาตัวละครได้มาบรรจบกันจนเกิดเป็นเหตุวุ่นวายภายในเมืองไนท์ซิตี้ รุนแรงไปจนถึงจุดที่ต้องมีการสั่งโจมตีทางอากาศ แต่ทันทีที่เหตุการณ์จบลง ผู้คนกลับรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างผิวเผิน อาราซากะสั่งปิดข่าว ภาพที่เผยแพร่ถูกเบลอ ข้อมูลในระบบโดนลบ เพราะแบบนี้เองการมีอยู่ของโรมันในฐานะตัวละครหนึ่งจึงสำคัญกับ Cyberpunk: Edgerunners ซีซั่นอย่างปฏิเสธไม่ได้
เพราะแทนที่วีรกรรมของดี ทาเลีย คิง และคนอื่นที่เกี่ยวข้องจะถูกกลบหายคล้ายกับหยดน้ำตาในวันที่ฝนตก คนที่ความจริงแล้วอาจจะเป็นคนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไนท์ซิตี้ แต่ถูกลบไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ โรมันคือคนที่บันทึกเรื่องราวเหล่านั้น