เควียร์คือใคร?
หากใครไม่ค่อยคุ้นกับคำนี้เสียเท่าไหร่ ก็อาจถึงเวลาแล้วที่จะมาทำความรู้จักกับชาวเควียร์ (Queer) กันให้มากขึ้น เมื่อจริงๆ แล้วความเป็นเควียร์นั้นมีอยู่ทุกที่ และทุกๆ พื้นที่ล้วนพร้อมโอบรับทุกคนอยู่เสมอ
Thai Queer Book Fair (TQBF) ที่จะจัดในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2026 นี้ คือเทศกาลหนังสือไทยและพื้นที่รวมตัวของนักเขียน สำนักพิมพ์ ศิลปิน นักอ่าน และคนทำงานสร้างสรรค์ในวัฒนธรรมเควียร์ โดยเกิดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนภายนอกได้รู้จักเควียร์มากขึ้น รวมถึงเป็นพื้นที่ที่ให้เควียร์ได้แบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของตนให้ใครสักคนได้รับฟัง
โดยงานในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่ออยากให้ทุกคนได้มองเห็นว่า วรรณกรรมเควียร์ (Queer Literature) เป็นวรรณกรรมที่นักอ่านทุกเพศสามารถอ่านได้ เพราะหนังสือคืองานสร้างสรรค์จากประสบการณ์ของมนุษย์ที่มีทั้งความสากลและเฉพาะตัว ภายในงานจึงจะมีทั้งนิยายรัก นิตยสารเควียร์ หนังสือด้านสิทธิ non-fiction นิยายแฟนตาซี งานทดลอง บทกวี zine ศิลปะ สิ่งพิมพ์ทำมือ บูธหนังสือ ตลอดจนกิจกรรมพูดคุย บุ๊คคลับ และเวิร์กช็อปเรียนเขียน
นอกจากนี้ งาน Thai Queer Book Fair ครั้งนี้ ยังได้มีการเปิดตัว ‘EROTIKA อีโรติกค่า’ หนังสือรวมเรื่องสั้นจากนักเขียนเควียร์เลือดใหม่ 12 คน ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราว ความปรารถนา จินตนาการ และประสบการณ์ผ่านมุมมองที่หลากหลายของนักเขียนเควียร์ไทย
The MATTER จึงอยากใช้โอกาสนี้ชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับนักเขียนเควียร์เลือดใหม่ทั้ง 12 คนใน EROTIKA อีโรติกค่า ผ่านบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับมุมมองความเป็นเควียร์ในงาน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเควียร์กับความอีโรติกกัน

Merry Mae | ไม่เลือกงานไม่ยากจน
‘ไม่เลือกงานไม่ยากจน’ ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ พนักงานบริการทางเพศ (sex worker) ที่อินกับงานจนเผลอจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ลืมว่าท้ังหมดนี้คืองาน
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
ความเพ้อฝัน ความมีจินตนาการ เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องนี้ แต่จะเห็นได้ว่าถึงแม้จะมีจินตนาการ ตัวละครของเราก็ถูกดึงกลับสู่โลกความเป็นจริงพร้อมสื่อสารเหมือนการเล่นชักเย่อระหว่างโลกภายในกับภายนอกของผู้ที่กำลังค้นหาตัวตนและได้พบพานประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
เกี่ยวกันหมดจนแยกไม่ออก อาจเพราะในการแยกแยะประสบการณ์เรื่องเพศเพื่อค้นหาตัวตนของเรา อัตลักษณ์นั้นถูกทำให้อีโรติก (Eroticised) จนเลอะเทอะไปหมดและทำเราหลงทางไปด้วย ตอนนี้จึงรู้สึกมันโดนล่ามอยู่ด้วยกันเหมือนคู่มนุษย์บนไพ่ The Devil ในสำรับไพ่ทาโรต์

คณิศร | Love, suffering
‘Love, suffering’ เป็นเรื่องของเกย์คนหนึ่งที่มีเพศสัมพันธ์กับดาวน์โลว์เมน (Down Low Men, หมายถึง ผู้ชายที่มีความสัมพันธ์กับผู้ชาย (MSM) แต่ไม่เปิดเผยตัวว่าเป็น LGBTQIAN+ และมักใช้ชีวิตเหมือนเป็นคนตรงเพศต่อหน้าคนอื่น) และต้องการที่จะให้เขามาเป็นหัวใจให้กับตัวเอง แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ตัวละครคาดหวัง
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
เป็นตัวตนของเกย์คนหนึ่งที่ไม่ ‘ฟิคโพ’ ในเรื่องเพศสัมพันธ์ สิ่งนี้มาจากความขัดใจส่วนตัวที่ว่าสังคมเรากำลังวาดภาพเกย์ด้วยการสวมบทบาทชายหญิงกลับเข้าไปในเพศสภาพที่หลุดออกจากระบบทวิเพศแล้ว เราคิดว่าสังคมกำลังยึดติดกับการเหมารวม (stereotype) มากเกินไปและเป็นการเหมารวมที่ผลิตซ้ำๆ เราเลยอยากสร้างตัวละครที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่เกย์ทุกคนที่ลงกล่อง ‘เคะ’ หรือ ‘เมะ’ เสมอไป เกย์ยังเป็นสิ่งที่หลากหลายรูปกายและรูปใจไม่ต่างจากการเป็นมนุษย์โดยทั่วไป แล้วทำไมเราต้องมีหน้าตาแบบเดิมๆ
เรานำความตั้งใจนี้บวกเข้ากับอีกความขัดใจหนึ่ง เป็นคำบอกเล่าเส้นเรื่องเดิมๆ ที่ได้ยินต่อๆ มาว่า มีชาย(แทร้)คนหนึ่ง คิดว่ามีผู้ชายมาจีบในยิม และเขารู้สึกโมโหกับเหตุการณ์นั้นมาก ขนลุกจนอยากจะตะโกนดังๆ (ทั้งๆ ที่ชายคนนั้นแค่ทักทายทั่วไปด้วยซ้ำ) เลยกลับมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่า ผู้ชาย (บางส่วน) เห็นความรักหรือความชอบพอจากเกย์เป็นสิ่งด้อยค่าขนาดนั้นเลยเหรอ มันลดเกียรติขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งๆ ที่มันก็เป็นความรักไม่ต่างกัน ทำไมถึงไม่เท่ากัน ทำไมถึงฉุดรั้งกว่ากัน ทำไมถึงต้องตอบด้วยความรังเกียจ ทำไม ‘กลัวเจ็บตูด’ ถึงเป็นประโยคแรกๆ ที่นึกถึง หรือสุดท้ายมันก็คือระบบชายเป็นใหญ่ที่หวาดกลัวความเป็นหญิง หรือมันก็แค่ความอ่อนไหวของความเป็นชาย หรือมันก็แค่ภาพจำเดิมๆ จากยุคก่อนๆ ที่ยังไม่จากไปไหน มันเป็นสองประเด็นที่คาใจเรา เราเลยเอาสองก้อนนี้มายำรวมกันเป็นเรื่องสั้นเรื่องนี้
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
เรามองว่าทั้งสองเป็นสิ่งทับซ้อนและถูกมองในแง่ลบบ่อยเกินไป อีโรติกเองจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าน่ายกย่องก็ต่อเมื่อมันแฝงหลักความคิดบางอย่างที่ดูฉลาดพอสำหรับสังคม เควียร์เองก็มีภาพจำลบๆ ตามติดมาจากอดีต และแม้จะ ‘เปิดกว้างแล้ว’ ก็ยังคงถูกผลิตซ้ำด้วยรูปร่างหน้าตาแบบเดิมๆ เราคิดว่าสองสิ่งนี้คล้ายกันในแง่ที่ว่ามันถูกยอมรับ แต่ยังคงเป็นการยอมรับแบบแกนๆ และยังคงไร้ความหลากหลายอยู่พอสมควร

notmovingtday | ห่วยตัวเอง
‘ห่วยตัวเอง’ รวมมิตรอิโรติกแบบเผ็ดแซ่บ เผ็ดชา เผ็ดเปรี้ยว เผ็ดลงคอ แต่ล้วนเผ็ดหมด มีเผ็ดที่ชอบของแต่ละคนแน่น่อน
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
ความเป็นไปได้ในทุกสิ่ง ทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะการเป็นเควียร์คือการยอมรับความจริง
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ชาวเควียร์เองก็เงี่ยนได้! และคู่ควรกับการรู้สึกสวย หล่อ เท่ จ๊าบกับตัวเอง ถึงจะขัดกับบรรทัดฐานสังคมแค่ไหนก็ตาม

Amy | Eclipse night
‘Eclipse night’ เป็นเรื่องสั้นที่เล่าในคืนที่จุนทรุปราคา (Eclipse night) ด้วยการนำเรื่องพรหมลิขิต (Destiny) ที่ใช้คำว่า ‘คู่แห่งโชคชะตา’ มาผูกกับความเข้ากันของ เซ็กซ์ (Sex) ความโรแมนติกของการหากันจนเจอ กับความเร่าร้อน ความเข้ากันในเรื่องบนเตียงที่อิสระ ไม่มีเส้นใดมาตีกรอบ ในคืนจันทรุปราคาของมาเฟียกับคู่แห่งโชคชะตา
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
ความเป็น non-binary ที่ไม่ระบุเพศ เอาจริงแอบยากในการเขียนเล็กน้อยสำหรับเรา เพราะบางทีอยากจะระบุเน้นตัวละคนในเรื่อง ซึ่งจะใช้คำไหนดีเช่น เขา ร่างสูง สุดท้ายเลยใช้ชื่อตัวละคร
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ความไร้กรอบเกณฑ์ เนื่องจากบางเรื่องเราอาจต้องค้นคว้าหาสิ่งที่เราชอบ โดยบางครั้งสิ่งที่เราชอบอาจไม่ใช่หนึ่งหรือสอง แต่อาจเป็น ก ข หรือ A สำหรับเราอิโรติกกับความเป็นเควียร์เหมือนกันตรงนี้ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีความชอบเป็นปัจเจกของตัวเอง ซึ่งอยู่นอกเหนือบรรทัดดั้งเดิมของสังคม

Pythia | ฑากิณี
‘ฑากิณี’ เล่าถึงประสบการณ์อกหักครั้งแรกในฐานะเลสเบี้ยน เป็นการทำความเข้าใจตัวเองและเอาตัวรอดจากความเจ็บปวดโดยใช้สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา อย่าง พระฑากิณี เข้ามาเป็นตัวเล่าเรื่อง
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
เราค้นพบตัวเองในการเป็นเควียร์ช้ากว่าคนอื่นๆ โดยเฉลี่ย และใช้เวลายอมรับและทำความเข้าใจตัวตนภายในนานมาก แต่สุดท้ายความรักและปรากฏการณ์ภายนอกมันมากระทบเราโดยที่เรายังไม่ได้ตั้งตัวและยังไม่พร้อม ก็เลยเขียนเรื่องนี้ออกมา
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
เกี่ยวข้อง เพราะมันเล่าเรื่องเนื้อหนังมังสา ความรู้สึก และความต้องการ

ฉัน ธนา | ภวังค์คัน
‘ภวังค์คัน’ เป็นเรื่องของตัวละครที่พยายามหาทางออกจากการไม่ถูกรักจากคนที่มีเซ็กซ์ด้วย การไม่ถูกรักค่อยๆ ทำให้ตัวละครไม่ไว้วางใจในร่างกาย จึงรับรู้แต่เพียงความเจ็บแปลบมากกว่าเสียวซ่าน จินตนาการกับสิ่งของจึงเป็นทางออกจากทั้งการไม่ต้องเจ็บทางกายและทางใจอีกเลย
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
เราคิดว่าตัวละครแสนสามัญ แม้จะอยู่ในภาพของเฟติช (fetish) ผ่านภาพของความรู้สึกที่เมื่อรักก็ต้องเจ็บเป็นธรรมดา เมื่อไม่ได้รักก็ไม่ต้องถามไถ่ให้ผิดหวังอีก
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
เควียร์สำหรับเราคือการไม่มองอะไรเป็นสองแบบ ไม่บวกหรือลบ อีโรติกเองก็คงเช่นกัน มันคือความปรารถนาที่ไม่ต้องอิงเพียงกายหยาบที่ต้องกระแทกกับประสบการณ์ตรงหน้า แต่สามารถพาความรู้สึกหลุดออกไปเพื่อเปิดสัมผัสลึกลับและไม่เปิดเปลือยมาก่อน

บับเบิ้ล | บ้าน
‘บ้าน’ เล่าถึงโลกที่ปราศจากโรคทางเพศสัมพันธ์ ตัวละครหลักจึงไม่กังวลเรื่องนี้อีกต่อไป ทว่าแผลใจของตัวละครในด้านการไม่ถูกยอมรับเรื่องเพศก็ยังคงไม่หายไปไหน และยังคงตามหา ‘บ้าน’ ต่อไป
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
อัตลักษณ์ของเควียร์นั้นกว้างและอาจจะยากต่อการเข้าใจในบางครั้ง สิ่งที่ตัวละครประสบก็มาจากผู้เขียนเอง เรานิยามตัวว่าเป็นเควียร์ เราชอบความสวยงาม เราจึงเลือกทำให้ตัวเองรูปลักษณ์ดูเฟมินีน (feminine) ในอนาคตอาจจะตัดผมสั้นอีกครั้ง หรือแต่งลุคที่บอยลิช (boylish)
แต่ปัญหาคือผู้คนแปะป้ายเหมารวม ว่าเรา เป็นทรานส์ (trans) หรือ เลดี้บอย (ladyboy, ซึ่งสำหรับเรา ladyboy เป็นคำที่ค่อนไปทางลบ) ดังนั้นการเป็นเควียร์ก็ยังคงไม่ถูกมองเห็นและได้รับความเคารพมากพอ
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
พูดหยาบๆ เลยคือ แทบทุกคนมีความเงี่ยนเหมือนกันค่ะ (อาจจะเว้น asexual ไว้) เควียร์เองก็เช่นกัน อาจพิเศษตรงที่ การรวมกันของอัตลักษณ์ที่ไม่ได้ตายตัวเหล่านี้ สามารถสร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ ที่อาจอยู่นอกกรอบหรือไม่ได้เป็นนิยามเป๊ะ ดูจากตัวละครแซ่บๆ จากทั้ง 12 เรื่องได้เลยค่ะ

Wutti | พิพากษา
‘พิพากษา’ เล่าถึงความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้พิพากษากับทนายที่ก่อตัวขึ้นเพื่อเอาคืนนายทุนที่กำลังแซะกร่อนระบบยุติธรรม อันก่อให้เกิดระบบอำนาจนิยมขึ้นมา โดย ‘วี’ ทนายสาวที่ว่าความช่วย ส.ส. ปรีดาในฐานะจำเลยในคดี ทว่าเธอเองก็ตกเป็นจำเลยของทุนนิยม จนกระทั่งเจอกับ ‘นุช’ ผู้พิพากษาทรานส์แมน (Transman) ในคดีเดียวกันที่เข้ามาช่วยเธอให้หลุดจากพันธะที่ผูกมัดเธอมิให้ยื่นความยุติธรรมที่แท้จริงแก่สังคม ความสัมพันธ์ของวีและนุชจึงอยู่ในฐานะ ‘ผู้ประทานพร’ และ ‘ผู้รับพร’ แต่ใครล่ะที่เป็นผู้ประทานพร?
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
เราอยากนำเสนอเรื่องความหลากหลายทางเพศสภาพและรสนิยมทางเพศของตัวละคร เพราะสังคมชอบเข้าใจผิดไปหมด เช่น การคิดไปเองว่า ทรานส์วูแมน (transwoman) ต้องชอบผู้ชาย หรือ ทรานส์แมน (transman) ต้องชอบผู้หญิง แต่จริงๆ คนแค่เข้าใจผิดว่าเพศสภาพและรสนิยมทางเพศคืออย่างเดียวกัน เราก็อยากดึงเอาเรื่องความเชื่อที่ว่าเพศชายมักอยู่เหนือเพศหญิงยังปรากฏอยู่ในสังคมไทยไม่น้อย เช่น คนที่มีลักษณะภายนอกเป็นชายต้องเป็นเมะ คนที่มีลักษณะออกสาวต้องเป็นเคะ เราก็เลยอยากเสนอเรื่องนี้ผ่านความหลากหลายของร่างกายของทรานส์ด้วย
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
คำว่า ‘อีโรติก’ อาจจะฟังแล้วคนเข้าใจว่า ก็เรื่อง 18+ หนังโป๊เสียวๆ อะไรแบบนี้ แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น เรื่องอีโรติกเป็นเหมือนเรื่องราวที่บอกเล่าความหลากหลายและความฝันของเควียร์ได้ดีมาก หลายครั้งการเล่าเรื่องเควียร์ในงานเขียนอื่นๆ อาจจะไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของเควียร์โดยเฉพาะเรื่องทางเพศได้ทั้งหมด การลงลึกไปในตัวตนของเควียร์จึงไม่อาจถ่ายทอดออกมาเป็นงานเขียน เช่น นิยายโรแมนติก ได้เสมอไปด้วยข้อจำกัดของการเล่าเรื่องที่เน้นไปที่มุมมองภายนอกมากกว่าสำรวจจิตใจของตัวละคร เพราะตัวตนทางเพศมันอยู่ลึกไปในจิตใจคนมากกว่าที่จะเล่าด้วยมุมมองภายนอกได้ งานอีโรติกจึงเหมือนงานที่ทำให้เควียร์ได้ถ่ายทอดและสำรวจความเป็นตัวเองจริงๆ อาจจะมากกว่างานเขียนอื่นๆ ด้วยในหลายครั้ง

อ่านออม | สองดาบ
‘สองดาบ’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอัศวินสองคนที่เคยเป็นความหลังของกันและกัน ได้โอกาสหวนกลับมาพบกันอีกครั้งและลงเอยด้วยการฟื้นความหลังผ่านสัมผัสที่ทั้งสองคนโหยหา
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
การเล่นกับความเป็นชาย คำบรรยายร่างกาย บอดี้ของผู้ชาย เซนส์ของกลิ่น สัมผัส รูปร่าง ความโหยหาและความปรารถณาที่ขัดกับสัญลักษณ์แห่งหน้าที่และความเป็นชายอย่างการเป็นอัศวิน แล้วก็ยังอยากเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ร่วมของมนุษย์ทุกคนเกี่ยวกับความโหยหา ความต้องการที่มันไม่ได้แบ่งแยกว่าคุณจะเป็นใคร ทำไมผู้ชายด้วยกันเองจะโหยหาเรือนร่างและอยากอยู่ด้วยกันเหมือนคู่รักต่างเพศไม่ได้
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
เรารู้สึกว่าประเด็นต้องห้ามแบบเรื่องอีโรติคมันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งในยุคที่ทุกอย่างหันขวา แม้ว่าเรื่องอีโรติกจะไม่ได้จำเพาะว่ามันจะต้องเป็นเรื่องเควียร์เท่านั้น เพราะสเตรทเขาก็มีขนบอีโรคติคของเขา แต่เรามองว่าการที่พวกเรายังเขียนและอ่านเรื่องที่สังคมพยายามปิดและมองว่าเป็นศิลปะชั้นต่ำมันเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนไหวของเควียร์ ที่เรื่องเพศและอัตลักษณ์ของเราแหกออกมาจากบรรทัดฐานของสังคมที่ในเนื้อแท้มันขีดโดยคนรักต่างเพศ
ในปัจจุบันงานที่ตีพิมพ์ส่วนใหญ่มันเบาลงจากในอดีตที่เราคิดว่าเขาเซนเซอร์เข้มกว่าปัจจุบันมาก อย่าง เรื่องโฟร์ทวิง (Fourth Wing) ที่มาเป็นประเด็นสังคมแพนิคว่า มันโป๊โจ๋งครึ่มเป็นแค่นิยายโป๊ดาษๆ แต่เราว่าเนื้อหาเรื่องเพศในนั้นมันเทียบกันไม่ติดเลยถ้าเทียบกับนิยายเสียวในอดีตที่มันแรงกว่ามาก ทั้งๆ ที่หากเรามีการตีพิมพ์จัดหมวดนิยายอีโรติกให้เป็นที่เป็นทางเป็นเรื่องปกติ มันก็จะไม่ต้องมีการพยายามโฆษณาปิดบังเกี่ยวกับเนื้อหาทางเพศในนิยายแบบที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ นิยายหมวดอื่นๆ กับนิยายอีโรติคมันก็จะมีที่ทางของมันไม่ใช่มาขี่คอแย่งพื้นที่กันแบบในปัจจุบัน
การที่เรายังฝืนทำให้ขนบอีโรติคมันยังคงอยู่ก็เลยไม่ค่อยต่างกับการเคลื่อนไหวของเควียร์ที่เราอยากให้เสียงของพวกเรามันดังขึ้นมาจนอัตลักษณ์ของเรากลายเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่าเราจะมีอารมณ์ทางเพศกับใครหรืออยากครองคู่กับใครมันก็เป็นเรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของสังคมที่จะต้องมาบงการว่าอะไรถูกอะไรควร

แชแนล 13 | ถึง มิสเตอร์ยัง
‘ถึง มิสเตอร์ยัง’ เล่าถึงความสัมพันธ์ของกะเทยสาวสวยวัตถุนิยมและหนุ่มขี้แพ้อินปรัชญาสปิริทช่วล เคมีที่ควรจะตีกันแต่ได้ผสมกันกับการนัดเดทกลางแจ้งกลางดึกที่อีโรติกและท้าทายอำนาจฟ้าดิน
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
ในฐานะผู้เขียนที่เป็นผู้หญิงข้ามเพศที่เล่าเรื่องอัตลักษณ์ของผู้หญิงข้ามเพศและเซ็กส์อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา การนำเสนอขนบอีโรติกของภาพผู้หญิงข้ามเพศมักจะเป็นสิ่งที่ถูกลบเลือนหายไปในเรื่องราวกระแสหลักในโลกการเขียน การนำเสนอความเควียร์ในเรื่องนี้คือการฉายภาพชีวิตเควียร์ที่ไม่ได้ต้องถูกจำกัดกรอบให้อยู่ในความดีงามหรือต้องประพฤติตัวน่ารักดั่งคำในสังคมไทยที่มักจะครอบผู้หญิงข้ามเพศที่ดีต้องเรียบร้อย สวยงาม สะอาดและไม่ฝักใฝ่เรื่องเซ็กส์ทว่าเรื่องนี้ฝักใฝ่ได้และมันก็โอเคที่ trans can exist in multiple ways of living. this is queer enough. trans people exist is queer enough in this book.
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
อีโรติกและเควียร์มีความคล้ายคลึงที่กล่าวถึงความปรารถนาอันลึกซึ้งที่มักถูกเก็บงำซ่อนเร้นไว้เป็นเรื่องส่วนตัว เหมือนเรื่องเพศในสมัยก่อนที่มักจะถูกปัดให้เป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ควรถูกพูดถึง เควียร์และอีโรติกล้วนเป็นเรื่องของความปรารถนาที่จะสนองความต้องการบางอย่างของมนุษย์ เควียร์อยากแสดงออกตามความปรารถนาของตน อีโรติกคือแรงขับเคลื่อนที่จะสนองความสุข มันดิบ มันอยู่ในกระแสจิตใต้สำนึก ทั้งสองเกี่ยวข้องกันเพราะล้วนคือความปรารถนา
อีโรติกทำให้เราสำรวจความเข้มข้นของการรู้สึก ส่วนความเป็นเควียร์ทำให้เราตั้งคำถามกับกรอบที่พยายามกำหนดว่าความรู้สึกเหล่านั้นควรมีหน้าตาอย่างไร เมื่อทั้งสองมาพบกัน จึงเกิดพื้นที่ที่มนุษย์สามารถทดลองทำความเข้าใจตัวเองและผู้อื่นผ่านความปรารถนา
ในท้ายที่สุดความเกี่ยวข้องของเควียร์และอีโรติกคือการยอมรับในความปรารถนาของตนและความเป็นมนุษย์ที่มีอันหลากหลายภายในตัวเราทุกคน และ ท้ายที่สุด เรามองว่า การได้ปรารถนา การได้จินตนาการ และการได้เล่าเรื่องความปรารถนาของตัวเอง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตและทวงคืนการเป็นเจ้าของเรื่องราวของตนจากที่ลับสู่ที่สาธารณะ สู่การเขียนอีโรติกได้อย่างเปิดเผยก็เป็นการยืนยันว่า Queer people exist, queer desire exist. We’re here, we love, we lust, we laugh and get used to it.

เชอดครินทร์ | จิตตภาวนา
‘จิตตภาวนา’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ได้พบกับมนุษย์ต่างดาวหรือสิ่งมีชีวิตอันไกลโพ้น ทั้งคู่ได้มีบทสนทนาแลกเปลี่ยนกัน และทราบว่าตัวเองได้เคยร่วมภพร่วมชาติเป็นอะไรต่อมิอะไรกันมาแล้วนับไม่ถ้วน
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
คือความต่างสถานะของตัวละครทั้งสอง คนหนึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิฯ ต่างดาว จากแห่งหนที่ไม่มีศาสนาและองค์ศาสดา อีกคนหนึ่งเป็นพระสงฆ์ในเพศบรรพชิตภายใต้ศาสนาของพระโคดมพุทธเจ้า
นอกจากนี้ตัวละครสิ่งมีชีวิตทรงภูมิฯ ต่างดาวยังไม่มีรูปลักษณ์ที่ชัดเจน มีเสียงที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ทางเพศได้ และแทนสรรพนามตัวเองด้วยคำว่า ‘ข้า’ ซึ่งเป็นสรรพนามที่ค่อนข้างพร่าเลือน ท้ายที่สุดคือการที่ตัวละครทั้งสองระลึกได้ว่าตัวเองเคยเป็นอะไรร่วมกันมาบ้าง เวียนว่ายกันมาแล้วเท่าไหร่ในสังสารวัฏ ไม่ว่าจะในเพศอะไร สถานะแบบไหน สื่อว่าจิตเดิมแท้แท้จริงแล้วไร้ซึ่งเพศ และหาแก่นสารัตถะกับมันได้ไม่ (ในแง่หนึ่งก็ทำให้เราจะเป็นอะไรก็ได้ตามแต่ที่แล้วพึงพอใจ)
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ความเควียร์สำหรับเราคือความหลุดนอกกรอบนอกขนบ การไม่สนวิถีประเพณีเดิมๆ ของสังคม ส่วนอีโรติกก็มีความเป็นหัวขบถ การที่ฉันจะพูดเรื่องทางเพศอย่างโฉ่งฉ่าง การที่ฉันจะฉายภาพความรักแรงปรารถนาโดยไม่สนวัฒนธรรมการรักนวลสงวนตัว ทำให้ในสมัยหนึ่งหรือในสมัยนี้ก็อาจจะยังเป็นอยู่เรื่องอีโรติกเสมือนเป็นเรื่องต้องห้าม (taboo) ต้องไว้เฉพาะทางเฉพาะกลุ่ม ไม่ต่างจากเรื่องหรือประเด็นของเควียร์และความเป็นเควียร์

ธอธอ | คาว (โล) เกย์
คาว (โล) เกย์ คือเรื่องราวของคาวเกย์อวกาศสองคนที่ต่างก็ร้อยเรียงความสัมพันธ์ของตัวเองออกมาผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางโทรศัพท์ หรือ sex phone โดยอยากนำเสนอภาพของความเสียวที่ไม่จำกัดอยู่แค่ความต้องการบนเรือนร่างหรือการบรรยายลักษณะร่างกาย แต่อยากให้จินตนการที่เกิดขึ้นจากทั้งตัวละครและคนอ่านค่อยๆ วาดภาพฝันของตัวเองขึ้นมาผ่านเสียง
ตัวตนความเป็นเควียร์ที่ถูกนำเสนอในเรื่องสั้นครั้งนี้คืออะไร?
ยอมรับเลยว่าก่อนเขียนเรื่องนี้ เราพยายามตีความความเป็นเควียร์ในมุมมองของตัวเอง แล้วเรารู้สึกว่าความเป็นเควียร์คืออะไรก็ได้ เพราะเราเองก็เป็นเควียร์ เลยอยากนำเสนอความเป็นเควียร์ที่มีความโหยหา หื่นกระหาย และแฟนตาซีไปพร้อมๆ กัน โดยไม่อยากให้ความต้องการถูกจำกัดแค่การสัมผัสเรือนร่าง แต่ผ่านผัสสะอื่นๆ ซึ่งล้วนประกอบสร้างตัวตนความเป็นเควียร์ขึ้นมา
ในความคิดของคุณ อีโรติกและความเป็นเควียร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
อีโรติกสำหรับเราคือการขับเน้นความเซ็กซี่ของอะไรบางอย่างออกมา ความเซ็กซี่ที่เราก็ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ถูกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่คิดว่าเป็นความวาบวามในอะไรบางอย่างที่กระตุ้นประสาทสัมผัสของมนุษย์ เราจึงคิดว่าอีโรติกจะช่วยขับเน้นความเป็นเควียร์ อันเป็นตัวตนที่ซุกซ่อนอยู่ภายในของหลายคนให้แสดงออกมาได้มากขึ้น