เมื่อพูดถึงความเป็นเมือง บางครั้งย่อมมีภาพความแตกต่างปรากฏให้เห็น ทั้งคนร่ำรวยล้นฟ้า ไปจนถึงคนยากจนข้นแค้น พวกเขาล้วนอาศัยอยู่ปะปนภายในเมืองเดียวกัน เฉกเช่นเดียวกับ เมืองใหญ่อย่างเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ประเทศรัสเซีย ในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่เต็มไปด้วยผู้คนต่างชนชั้นอาศัยอยู่ร่วมกัน
จักรวรรดิรัสเซียในช่วงศตวรรษที่ 19 หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ยุคซาร์’ (Tsarist Russia) เป็นช่วงเวลาที่สังคมรัสเซียยังถูกจัดวางอย่างเข้มข้นผ่านลำดับชั้นทางสังคม ผู้คนแต่ละกลุ่มมีทั้งฐานะ สิทธิ และสถานะที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ชนชั้นสูงและขุนนางที่ถือครองที่ดิน มีอำนาจทางสังคม ไปจนถึงชาวนา แรงงานที่ต้องดำรงชีวิตอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคม
ขณะเดียวกันเมืองใหญ่อย่างเซนต์ปีเตอร์เบิร์กก็กำลังเติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจักรวรรดิมากขึ้น จนดึงดูดผู้คนหลายภูมิหลังให้เข้ามาแสวงหาโอกาสในเมือง ทำให้เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายช่วงวัยและสถานะทางสังคม
คนจนคือกลุ่มคนที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำ พวกเขาใช้ชีวิตเฉกเช่นปุถุชน ต้องกินและต้องนอนเหมือนกับทุกคน ทว่าสิ่งที่ไม่เหมือนกับคนอื่นคือ วิถีชีวิตที่ยากลำบาก จนพวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ว่าการกินและการนอนของพวกเขาจะปกติสุขดีอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่
แค่ใช้ชีวิตประจำวันยังยากลำบาก ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ แทบไม่มีเวลาเหลือเป็นของตัวเอง แล้วถ้าพวกเขามีความรัก ความรักของพวกเขาจะหน้าตาเป็นอย่างไร?
มาคาร์ เดวุชกิ้น ชายยากไร้ หนึ่งในตัวละครจากนิยายคลาสสิกชื่อดังอย่าง Poor People ของ ฟิโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี (Fyodor Dostoevsky) ทำงานเป็นเสมียนระดับล่าง มีหน้าที่แค่คัดลอกเอกสารไปวันๆ ชีวิตยากจนข้นแค้น แต่เขากำลังมีความรักกับ วาร์วารา อเล็กเซเยฟนา หญิงสาวกำพร้าผู้เป็นญาติห่างๆ และอาศัยอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับที่พักของเขา ชีวิตของมาคาร์มีเพียงวาร์วารา ทุกความสุขของเขาคือการเห็นวาร์วารามีความสุข เป้าหมายของมาคาร์มีเพียงหนึ่งเดียว คือการทำให้หญิงสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขาไม่ต้องลำบาก test2

เมื่อความจนทำชีวิตขมขื่น แต่ความรักทำให้ชีวิตหวานชื่น
“ถึง วาร์วารา อเล็กเซเยฟน่า ยอดรัก”, น.24
จดหมายจากมาคาร์ถึงวาร์วาราถูกบรรจงเขียนอย่างดี โดยน้ำหมึกที่เรียกว่าความรัก ทั้งคู่เขียนจดหมายโต้ตอบกัน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวัน แบ่งปันความคิด ความรู้สึก รวมถึงเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา แม้ทั้งคู่จะอาศัยอยู่ห่างกันเพียงถนนกั้น แต่จดหมายกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้พวกเขาได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด และดูเหมือนความรักจะทำให้ความขมขื่นในชีวิตอันแสนยากไร้ของมาคาร์ทุเลาลงพอสมควร
เพราะสำหรับมาคาร์ จดหมายแต่ละฉบับ ทั้งจากที่เขาส่งไปหรือที่วาร์วาราส่งมา ล้วนเป็นเหมือนยาใจช่วยเยียวยาความทุกข์ทนในแต่ละวันที่เขาต้องเผชิญ ไม่ว่าจะจากความยากจนที่เป็นดั่งพันธนาการผูกรัดตัวเขาเอาไว้ หรือจากความอัปยศอดสูเพราะถูกดูถูกจากคนที่ทำงาน อาชีพของมาคาร์ แม้จะฟังดูน่าภาคภูมิใจที่ทำงานในหน่วยราชการ แต่การเป็นเสมียนทำมีหน้าที่ถ่ายเอกสารไปวันๆ ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรือมีผลงานใหญ่โต ก็ย่อมมีสถานะที่ต่ำต้อยกว่าข้าราชการคนอื่นอยู่แล้ว
ถ้าถามว่าสิ่งที่มาคาร์เป็นอยู่นั้นเล็กจ้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับระบบราชการในสมัยนั้น เราอาจต้องย้อนกลับไปมองสิ่งที่เรียกว่า ‘Table of Ranks’ หรือ ตารางลำดับชั้นยศ ซึ่งเป็นระบบที่จักรพรรดิปีเตอร์มหาราช (Peter the Great) ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1722 เพื่อกำหนดลำดับชั้นของข้าราชการทั้งฝ่ายทหาร พลเรือน และราชสำนัก โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 14 ระดับ ตั้งแต่ระดับที่ 1 ไปจนถึงระดับที่ 14 ระบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจัดตำแหน่งทำงานเท่านั้น แต่ยังกำหนดสถานะและสิทธิทางสังคมของผู้คนในจักรวรรดิรัสเซียด้วย โดยมาคาร์เป็นข้าราชการพลเรือนในระดับที่ 9 หรือ ‘Titular Councillor’ ตำแหน่งที่อยู่ค่อนข้างล่างในระบบ เมื่อสถานะเขาต่ำต้อยแทบรั้งท้าย แน่นอนว่าทั้งเงินเดือนหรือสถานะสังคมก็ย่อมลดหลั่นลงมาด้วย แม้จะมีตำแหน่งในระบบราชการให้พอได้ภาคภูมิใจ กระนั้นสิ่งที่เขามีในมือก็อาจไม่ได้มากพอจะทำให้ชีวิตเขา หรือกระทั่งคนที่เขารักสุขสบายได้
ระบบราชการที่มาคาร์ทำงานอยู่คือพันธะที่จองจำให้เขามีสถานะทางสังคมอย่างที่ควรจะเป็น ไม่มีทางดีขึ้นไปกว่านี้ได้ เพราะขีดเส้นแบ่งเอาไว้แล้วอย่างชัดเจน
เมื่อชีวิตถูกกำหนดด้วยตำแหน่งและรายได้ที่มีอยู่อย่างจำกัด ความรักของมาคาร์จึงไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ปลอดจากเรื่องปากท้อง ตรงกันข้าม ทุกครั้งที่เขาพยายามดูแลวาร์วารา เรื่องเงินกลับเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ เพราะแม้เขาจะอยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับหญิงสาวที่รักมากเพียงใด แต่สิ่งที่เขามีอยู่ในมือก็มีจำกัดเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้น มาคาร์ก็ยังพยายามทำให้วาร์วารามีความสุข ด้วยการซื้อดอกไม้ ของขวัญ และพยายามพาเธอไปดูละคร ซึ่งมีบ่อยครั้งที่เกินกำลังทรัพย์ตัวเองจะจ่ายไหว ทว่าทั้งหมดก็เพื่อความรักที่เขามีต่อหญิงสาว
“คุณไม่ควรใช้จ่ายเงินทองไปกับของฟุ่มเฟือยเลย คุณไม่ใช่เพื่อนที่แท้จริงของฉัน คุณไม่ได้จริงใจกับฉันเลยนะคะ มาคาร์ อเล็กเซเยวิช บัดนี้ฉันรู้แล้วว่าเงินโกเป็คสุดท้ายของคุณหมดสิ้นไปแล้วกับการใช้จ่ายเป็นค่าเสื้อ ขนมหวาน ตั๋วละคอน หนังสือ และความบันเทิงต่างๆ”, น.181
‘ความจน’ คือโซ่ตรวนที่ดึงรั้งมาคาร์เอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นมาคาร์ก็ยอมที่จะดิ้นรนทั้งที่พันธนาการยังคงตรึงตัวเขาอยู่ ด้วยแรงขับเคลื่อนเดียวที่เขามีนั่นคือ ความรัก
ความรักของมาคาร์จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของคน 2 คนที่ตกหลุมรักกัน หากยังสะท้อนให้เห็นชีวิตของผู้คนตัวเล็กๆ ที่พยายามดิ้นรนเพื่อมีพื้นที่ของตัวเองในเมืองที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง แม้เซนต์ปีเตอร์เบิร์กจะเป็นเมืองที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายชนชั้นเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่การได้อยู่ในเมืองเดียวกันไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีชีวิตที่เหมือนกัน
มาคาร์เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่อาศัยในเมืองแห่งเดียวกับคนใหญ่คนโต ระบบราชการที่ใครต่อใครต่างภาคภูมิใจ รวมถึงมีความรักแบบที่หลายคนมี ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นในสังคม คือสิ่งเดียวกันที่กำลังทำลายความรักที่เขาเทิดทูนมาตลอด
แม้ความรักจะผลิบานท่ามกลางความจนได้เหมือนกับที่มันงอกงามในที่อื่นๆ แต่ความจนก็อาจไม่แข็งแรงพอจะยึดให้ความรักอยู่กับบางคนได้ตลอดไป
อ้างอิงจาก