ในบรรดาซีรีส์เกมที่สามารถยืนระยะมาได้ยาวนาน ใครๆ ต่างก็ต้องรู้จัก Resident Evil เกมเอาตัวรอดจากซอมบี้โดยผู้พัฒนา Capcom ความโด่งดังของซีรีส์แผ่ขยายไปมากกว่าความบันเทิงในรูปแบบเกม เห็นได้จากหนัง อนิเมชั่น หนังสือ หนังสือการ์ตูน และสินค้ามากมายที่อ้างอิงจากเกมซีรีส์นี้
ดังนั้น ถ้าพูดถึงเกมซอมบี้ ยังไง Resident Evil ก็ต้องเป็นหนึ่งในรายชื่ออันดับต้นๆ ของใครหลายคน
หากนับตั้งแต่เกมภาคแรกในปี 1996 ที่เราอาจจะรู้จักกันด้วยอีกชื่อหนึ่งคือ Biohazard บนเครื่องเกม PlayStation ซีรีส์เกม Residen Evil ก็ถือว่ามีอายุอานามกว่า 30 ปี การกลับมาของภาคใหม่ Resident Evil Requiem (2026) จึงถือเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบครั้งสำคัญ และเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับแฟนเกมที่จะได้เล่นเกมใหม่
ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่แฟนคลับที่เหนียวแน่นของซีรีส์เกม Resident Evil สักเท่าไหร่ แม้จะติดตามความเป็นมาเป็นไปของเกมซีรีส์นี้อยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับได้เล่นเกมภาคหลักทุกภาค ถึงอย่างนั้นก็ต้องบอกว่า Resident Evil Requiem คือเกมเอาตัวรอดจากซอมบี้ที่ทั้งสนุกและครบรส เกมยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับ Resident Evil ไว้ครบถ้วน และที่สำคัญ จุดที่น่าจะได้ใจแฟนๆ ไปมากที่สุด คือการที่เกมพาเราย้อนกลับไปนึกถึงประสบการณ์ที่เคยร่วมฝ่าฟันกันมาในเกมภาคเก่าๆ ได้อย่างแนบเนียน

Resident Evil Requiem เปิดฉากด้วยเรื่องราว 28 ปี หลังเหตุการณ์ในแรคคูนซิตี้ ‘เกรซ แอชครอฟต์’ เจ้าหน้าที่ FBI ได้รับมอบหมายให้ไปสืบสวนการเสียชีวิตปริศนาของผู้รอดชีวิตจากแรคคูนซิตี้ ณ โรงแรมเรนวูด สถานที่เดียวกับที่อลิสซาแม่ของเธอถูกฆาตกรรมเมื่อแปดปีก่อน เมื่อไปถึงเกรซกลับถูกเล่นงานโดยซอมบี้ กับดักที่วางแผนโดย ‘วิกเตอร์ กิเดียน’ อดีตนักวิทยาศาสตร์จาก Umbrella ที่มองว่าเกรซคือกุญแจสำคัญต่องานวิจัยของเขา ขณะเดียวกัน ‘ลีออน เคนเนดี’ ที่ป่วยเป็นโรคแรคคูนซิตี้ (Raccoon City syndrome — RCS) และกำลังตามสืบคดีการเสียชีวิตปริศนาเช่นกัน ก็ได้มาพบกับวิกเตอร์ที่กำลังลักพาตัวเกรซอยู่พอดิบพอดี ลีออนไล่ตามวิกเตอร์จนไปถึงสถานดูแลผู้ป่วยเรื้อรังโรดส์ฮิลล์ การเอาตัวรอดจากซอมบี้ของจริงเริ่มขึ้นในสถานที่แห่งนั้น
ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราก้าวย่างเข้าไปยังสถานดูแลผู้ป่วยเรื้องรังโรดส์ฮิลล์ กลิ่นอายของความเป็น Resident Evil ก็ปะทะเข้ามาในทันที โดยเฉพาะโครงสร้างสถาปัตยกรรมของโรดส์ฮิลล์ที่ให้ความรู้สึกละม้ายคล้ายสถานที่ที่ตัวละครหลักต้องผจญภัยในหลายภาคก่อนหน้า ไม่ว่าจะคฤหาสน์สเปนเซอร์ (Resident Evil, 1996) สถานีตำรวจแรคคูน (Resident Evil 2, 1998) โรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ (Resident Evil 3: Nemesis, 1999) หรือปราสาทดิมิเทรสคู (Resident Evil Village, 2021)
องค์ประกอบ เช่น ความสมมาตรโดยรวมของตัวอาคาร โถงกลางที่โอ่อ่ามีบันไดแยกไปยังอีกสองปีกของตึก อินทีเรียจากไม้โอ๊ค พื้นหินอ่อน แผนผังที่สลับซับซ้อนเหมือนเขาวงกต และแน่นอนที่สุด กลไกปริศนาที่ผู้เล่นต้องไขให้ได้เพื่อไปต่อ สิ่งเหล่านี้มัดรวมอยู่ในสถานดูแลผู้ป่วยเรื้องรังโรดส์ฮิลล์เพื่อตะโกนบอกว่านี่แหละ Resident Evil ของแท้

ยิ่งไปกว่านั้น หากดำเนินเรื่องต่อไป เราจะได้ไปเยือนยังสถานที่ที่แฟนเกมคุ้นเคยที่สุดอย่างแรคคูนซิตี้ ที่บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง ภาพมุมสูงเผยให้เห็นหลุมระเบิดใหญ่มหึมา ผลจากขีปนาวุธที่หมายจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสและปกปิดความผิดพลาดของบริษัท Umbrella สถานีตำรวจแรคคูนเองก็อยู่ในสภาพย่ำแย่ไม่แพ้กัน ความอิ่มเอมจาก Resident Evil Requiem อยู่ตรงที่การให้โอกาสผู้เล่นทั้งได้สัมผัสบรรยากาศแสนคุ้นเคย กลับไปเยือนความทรงจำเก่าผ่านสถานที่เดิมหลังเกิดผลกระทบ การได้เล่นเป็นลีออนยิ่งขับเน้นส่วนนี้ให้ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก เราได้เห็นป้ายต้อนรับลีออนที่หลุดร่วงแถมฝุ่นเกรอะ ร้านขายปืนกับประสบการณ์ช้ำใจ การเผชิญหน้ากับศัตรูเก่า พิมพ์ดีดพังๆ ที่ไม่สามารถเซฟเกมได้อีกแล้ว
สิ่งสำคัญที่หลงเหลือจากเหตุการณ์ในแรคคูนซิตี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากตัวละครในเกม พวกเขาเป็นผลลัพธ์โดยตรง หรือเชื่อมโยงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ลีออนและผู้ที่คอยช่วยเหลือเขา ‘เชอร์รี เบอร์กิน’ ต้องหาวิธีรักษาโรคแรคคูนซิตี้ ชะตากรรมของเกรซเกี่ยวพันกับ ‘อลิสซา แอชครอฟต์’ ตัวละครหลักใน Resident Evil Outbreak ทั้งสองภาค และ ดร.สเปนเซอร์ ส่วนวิกเตอร์ กิเดียน และซีโน่ ตัวร้ายหลักในภาคนี้ก็มีเป้าหมายที่จะครอบครองผลงานชิ้นสุดท้ายของสเปนเซอร์ ไวรัสที่เชื่อว่าสามารถควบคุมจิตสำนึกของคนได้

อย่างไรก็ดี Resident Evil Requiem ไม่ใช่เกมที่ติดแหงกอยู่กับความสำเร็จเก่าๆ หรือเรื่องเดิมๆ ของซีรีส์ Resident Evil เสียทีเดียว เกมผสมผสานสไตล์การเล่นและการเปลี่ยนมุมกล้องที่ช่วยสร้างไดนามิกให้กับการเล่น การใช้มุมมองบุคคลที่ 1 ในการเล่นตัวละครเกรซเพื่อเพิ่มอรรถรสของความสยองขวัญ ด้วยทรัพยากรที่มีจำกัดจำเขี่ย เราจึงต้องใช้กลยุทธ์ซ่อนตัวหรือหนีมากกว่าสู้ ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับลีออนที่เกมแนะนำให้เล่นด้วยมุมมองบุคคลที่ 3 เพื่อความเมามันในการบู๊แหลก มาพร้อมอาวุธครบมือ กระสุนล้นคลัง และกล้ามแน่นปึ๊ก พร้อมอัดซอมบี้ทุกตัวที่ดาหน้าเข้ามา ซึ่งการมอบประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างกันนี้ ในทางหนึ่งก็อาจจะหมายถึงการเปลี่ยนผ่านและการลองผิดลองถูก แต่ก็อาจจะบอกได้เช่นกันว่า Capcom ยังคงไม่แน่ใจว่าควรจะพัฒนาเกมซีรีส์นี้ไปในทิศทางไหนดี
รายละเอียดหนึ่งที่น่าสนใจของเกมในภาคนี้คือ ซอมบี้ที่ไม่ใช่ระดับพิเศษบางตัวได้รับการอัปเกรดให้มีพฤติกรรมเฉพาะตัว เราจะพบเจอกับพนักงานซอมบี้ที่หมกมุ่นอยู่กับสวิตช์ไฟ ไฟตรงไหนสว่าง เจ้าตัวนี้เป็นอันต้องเดินไปปิด ความสนุกเลยอยู่ที่เราสามารถเปิดไฟเพื่อล่อให้เจ้าซอมบี้มาที่สวิตซ์ ทำให้เราเดินหลบมันได้และเลี่ยงการใช้ทรัพยากรเพื่อฆ่าโดยไม่จำเป็น อีกตัวที่น่าพูดถึงคือซอมบี้แม่บ้านที่พยายามทำความสะอาดทุกซอกทุกจุด หากเราไปฆ่าซอมบี้ทิ้งไว้ใกล้ๆ นางก็จะบ่นและตรงเข้าไปวุ่นวายกับตรงนั้นทันที
พอเห็นแบบนี้
การตายไปแล้วแต่ยังละทิ้งงานของตัวเองไม่ได้
ดูจะน่ากลัวกว่าการเป็นซอมบี้เสียอีก
พ้นไปจากนั้น Resident Evil Requiem พยายามที่จะเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ในบางจุด กระทั่งชำระล้างความผิดบาปให้ตัวละครสำคัญ ประวัติศาสตร์ที่ว่านั้นคือเหตุการณ์วันที่ 1 ตุลาคม ที่เกมภาคนี้มาเฉลยว่า ความจริงแล้วการล้างบางแรคคูนซิตี้ด้วยขีปนาวุธมีองค์กรอาชญากรรมชื่อว่า The Connections ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง ส่วนที่ชวนสับสนที่สุดคือตอนท้ายที่เกมจะให้เราได้ดูเทปสัมภาษณ์ระหว่างอลิสซาและสเปนเซอร์ ซึ่งสเปนเซอร์เปิดเผยว่าผลงานไวรัสชิ้นสุดท้ายของเขาคือของขวัญที่จะมอบให้กับมนุษยชาติ มันคือยารักษาไวรัส คือพิธี/บทประพันธ์ (requiem) ที่จะอุทิศให้ก่อนเขาจากโลกนี้ไป สำหรับผมเอง การให้ความเป็นธรรมในลักษณะนี้นับว่าน่าโมโหไม่น้อย หากมองจากโศกนาฎกรรมและความวายป่วงของไวรัสที่สเปนเซอร์ได้สร้างเอาไว้
Resident Evil Requiem คือบทพิสูจน์ว่าเกมซีรีส์ Resident Evil จะยังอยู่ยงคงกระพันเหมือนซอมบี้ ก็ด้วยการเก็บจุดเด่นของซีรีส์เกมที่สั่งสมมาเอาไว้ การลองผิดลองถูกจากเกมภาคก่อนๆ ได้ทิ้งมรดกไว้ให้เกมภาคใหม่ได้สืบสานและต่อยอดจนออกมาเป็นเกมภาคใหม่ที่ดีขึ้น อีกทั้งเกมยังเติบโตไปพร้อมกับผู้เล่น เห็นได้จากสังขารของคุณลีออนที่แก่ขึ้น (แต่ยังบู๊ได้เหมือนเดิม เทพมาก)
ตราบใดที่ผีซอมบี้ยังตายยากตายเย็น เกมเมอร์อย่างเราก็พร้อมจะเดินเก็บกระสุนและยิงพวกมันใน Resident Evil อยู่ร่ำไป