หลังเปิดให้รับชมบนได้ไม่ถึงสัปดาห์ ซีรีส์ ทนายปีศาจ (2026) ก็ได้รับกระแสความนิยมจากคนดูในไทยไปเต็มๆ โดยเฉพาะบนโลกโซเชียลฯ หลายคนออกมาพูดถึงซีรีส์ในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป ทั้งความสมจริงของการว่าความในศาล จุดบอดของกระบวนการยุติธรรม ทัพนักแสดงที่แคสต์มาได้สมบทบาท ลากยาวไปถึงมีมที่ให้เห็นกันเป็นระยะ ด้วยหลักฐานเพียงเท่านี้ ผมก็คิดว่าซีรีส์ประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้วล่ะครับ ศาลที่เคารพ
ซีรีส์เรื่องนี้คงไม่ขึ้นแท่นซีรีส์อันดับหนึ่งของ Netflix ประเทศไทย และไม่ได้สร้างการถกเถียงเป็นวงกว้าง หากไม่ใช่เพราะการทำการบ้านอย่างหนักและกินระยะเวลาหลายปีของทีมผู้สร้าง จักริน เทพวงค์ ผู้กำกับร่วมและผู้เขียนบทร่วมเล่าว่า ได้ไอเดียการทำซีรีส์มาจากประสบการณ์ที่เขาและ ทรงพล จันทรสม ผู้อำนวยการสร้าง ได้มีโอกาสขึ้นโรงขึ้นศาล ก่อนจะชวน ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับซีรีส์ สงครามส่งด่วน (2025) มาร่วมโปรเจ็กต์นี้ด้วย
การพัฒนาบทใช้เวลานานหกถึงเจ็ดปี เพราะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นทนายความ ผู้พิพากษา อัยการ เจ้าหน้าที่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร องค์กรเช่นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังศึกษาการพิจารณาคดีอย่างละเอียด และคดีความที่เคยเกิดขึ้นจริง ซึ่งก็เป็นต้นแบบของคดีที่ได้เห็นกันในเรื่อง
เล่าอย่างสั้นที่สุด ซีรีส์ทนายปีศาจพาเราไปพบกับ ‘เมฆ’ รับบทโดย นัท—ณัฏฐ์ กิจจริต ทนายที่ยึดมั่นในความถูกต้อง แต่กลับต้องมาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีคดีฆาตกรรมลูกชาย ‘อนันต์’ รับบทโดย กบ—ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี บิ๊กตำรวจที่มีอำนาจโยงใยไปนักการเมืองและพรรคการเมืองใหญ่ การพิจารณคดีไม่มีทีท่าว่าจะมอบความยุติธรรมให้กับเมฆได้เลย จนเมฆต้องจำใจให้ ‘จิตตรี’ รับบทโดย หญิง—รฐา โพธิ์งาม ทนายที่มีความสามารถในการว่าความให้คนชั่วรอดคดีมาเป็นทนายให้ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าเมฆต้องมาทำงานให้เธอ

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับซีรีส์ทนายปีศาจ คือกระบวนการสร้างภาพตัวแทนของความชั่วร้าย การชวนคนดูตั้งคำถามว่า อะไรหรือใครคือปีศาจ การใช้วิธีการผิดๆ เพื่อทำตามเป้าหมายที่เชื่อว่าถูกนั้นสมควรหรือไม่ คนที่ดูเหมือนเป็นปีศาจคือปีศาจอย่างที่เห็นจริงไหม อะไรทำให้คนคนนั้นกลายเป็นปีศาจ และซีรีส์ลบล้างภาพความเป็นปีศาจจากคนดูอย่างไร
ชื่อเรื่องของซีรีส์คือองค์ประกอบหนี่งที่น่าหยิบยกมาพิจารณาครับ พอไปดูที่ชื่อภาษาอังกฤษ ซีรีส์จะใช้ชื่อว่า The Evil Lawyer หากคำว่า ‘evil’ หมายถึง ‘ความชั่วร้าย’ การแปลชื่อเรื่องให้ตรงตัวที่สุดก็น่าเป็น ‘ทนายชั่ว’ หรืออะไรราวๆ นั้น มากกว่าจะเป็นชื่อ ‘ทนายปีศาจ’ ในเวอร์ชั่นภาษาไทย ตรงนี้เองที่ทำให้ตัวเรื่องดูน่าสนใจตั้งแต่ยังไม่เริ่มดู คำว่า ‘ปีศาจ’ หรือ ‘devil’ เป็นตัวตน (entity) ที่แม้จะเกี่ยวพันโดยตรงกับความชั่วร้าย (evil) แต่ในชื่อซีรีส์ภาษาไทยกับเว้นวรรคให้คนอ่านได้ตีความถึงความเป็นไปได้ของเรื่อง ตัวทนายคือปีศาจหรือไม่ หรือเป็นเพียงทนายที่ว่าความให้คนชั่ว ที่ก็อาจจะนับได้ว่าคนชั่วเหล่านั้นคือปีศาจ หรืออาจจะเป็นตัวกระบวนการยุติธรรมที่เป็นปีศาจเสียเอง และทนายก็เป็นหนึ่งในกลไกในระบบนั้น เราจะเห็นว่าชื่อไทยชวนให้สงสัยมากกว่าชื่อภาษาอังกฤษที่ดูจะสื่อสารตรงไปตรงมา

ตัวเรื่องวางภาพความเป็นปีศาจให้กับทนายจิตตรีไว้ตั้งแต่คดีเปิดเรื่อง เธอขึ้นว่าความให้กับหมอผีที่แอบขโมยศพทารกมาทำเป็นลูกกรอก โดยต่อสู้ด้วยการใช้เหตุผลที่ทารกเสียชีวิตก่อนคลอด จึงไม่ถือว่ามีสภาพเป็นบุคคล มีผลทำให้หมอผีรอดพ้นข้อหาทำลายศพได้สำเร็จ ซีรีส์เล่าโดยให้คนดูเชื่อว่าทนายจิตตรีคือปีศาจของกระบวนการยุติธรรม เธอพร้อมจะใช้วีธีการอันต่ำทรามเพื่อช่วยให้ลูกความชนะคดี ซึ่งในอีกทางหนึ่ง เราก็สามารถมองว่าลูกความของจิตตรีคือปีศาจที่ใช้งานเธอเช่นกัน
แต่การใช้วิธีการอันชั่วช้าเท่ากับการเป็นปีศาจหรือเปล่า? ซีรีส์ให้คำตอบโดยการค่อยๆ เผยความเป็นมนุษย์ของจิตตรีผ่านสภาพแวดล้อมและผู้คนรอบข้าง ฉากหนึ่งที่น่าประทับใจที่สุดและคิดว่าเฉียบคมเอามากๆ ในการนำเสนอมิติอื่นของทนายจิตตรี คือฉากที่เมฆเดินทางไปยังสำนักงานกฎหมายของทนายจิตตรี หลังจำยอมให้เธอเข้ามาเป็นทนายประจำคดี เมฆกลับพบว่าสำนักงานตั้งอยู่ใจกลางแฟลตซอมซ่อในย่านชุมชน พร้อมกับการต้องรับโดยผู้ช่วยสามหน่อของจิตตรี ที่ขู่ให้เมฆบอกรหัสผ่านให้ถูกต้องหากต้องการไปยังสำนักงาน
ฉากบอกรหัสเข้าสำนักงานสำคัญกับตัวเรื่องมากทีเดียว ประการแรก ฉากนี้เป็นฉากเรียกเสียงหัวเราะที่เปลี่ยนบรรยากาศของเรื่องได้อย่างแนบเนียบ เริ่มจากการข่มขู่เอารหัสที่จริงจัง ก่อนนำไปสู่การตบมุก 10 20 30 40 ที่เราคุ้นเคยกันดีเพราะคนไทยเป็นคนตลก และเป็นฉากเปิดตัวตัวละครแก๊งสัตว์น้ำผู้ช่วยจิตตรีที่ลงล็อกได้พอดี

ประการที่สอง ฉากนี้ทำให้คนดูเห็นมิติของทนายจิตตรีที่มากกว่าบุคลิกเฟียซๆ เราจะเห็นภาพของสำนักงานที่ตั้งมากจากห้องพักในแฟลตธรรมดา ขัดจากภาพทนายชื่อดังที่มีแต่ชื่อเสีย เราได้พบกับบุคคลที่ทำให้ตัวละครจิตตรีดูกลมขึ้น ทั้งแก๊งผู้ช่วยที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากจิตตรี ป้าหน่อย เลขาของจิตรีที่เคยทำหน้าที่อยู่หน้าบัลลังก์ในศาล และการถูกทักเรื่องแม่ที่เผยให้เห็นว่าเธอเองก็อาจจะมีบาดแผลในอดีต
อีกเหตุการณ์ที่ซีรีส์เปิดให้เห็นว่าจิตตรีเองก็มีหัวจิตหัวใจ เจ็บเป็น และไม่ได้ชั่วร้ายเสียทีเดียว ในฉากที่เธอและเมฆว่าความให้หมอ ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดคนไข้ จิตตรีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้ความป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ไข้ของโจทก์มาใช้เพื่อชนะคดี เธอไม่เคยรู้ข้อมูลนี้มาก่อน ภาพที่เห็นคือจิตตรีต้องข่มอารมณ์เอาไว้ แสดงให้เห็นว่าเธอเองก็สะเทือนใจกับสิ่งที่ทำ เธอไม่ได้เป็นทนายที่ตัดขาดจากการคิดเชิงจริยธรรม ซึ่งเป็นจุดที่ซีรีส์ชวนให้คิดต่อว่า หากจิตตรีรู้ข้อมูลนี้เสียก่อน เธอจะยังใช้มันเพื่อเป็นประโยชน์ในการสู้คดีหรือไม่
เมื่อเรื่องดำเนินไป เราจะพบว่า จิตตรีเองก็ตกเป็นเหยื่อของการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปกปิดการกระทำที่ชั่วร้าย เธอคือผู้เสียหายที่สูญเสียพ่อและแม่ด้วยผลของการไม่ได้รับความยุติธรรม สำหรับเธอ ความยุติธรรมไม่ใช่แค่มาช้า แต่มาไม่ถึง ช่องโหว่ทางกฎหมายและการใช้อำนาจทั้งอำนาจเงินและอำนาจทางการเมืองเพื่อแทรกแซงกระบวนการทางกฎหมายนั้น กลับกลายเป็นปีศาจตัวใหญ่เสียยิ่งกว่า ชั่วร้ายยิ่งกว่าทนายจิตตรี การดำเนินเรื่องของซีรีส์สามารถบรรเทาภาพชั่วร้ายของจิตตรีลงได้ ผ่านการเผยให้เห็นความเป็นมนุษย์ ผู้คนรอบตัว และบาดแผล แต่กับระบบกฎหมายและการใช้อำนาจและเงินตราในทางที่ผิด สิ่งนี้คงเป็นความปีศาจตัวจริงที่ซีรีส์ไม่อาจล้างความผิดให้ได้
ซีรีส์ทนายปีศาจวางเส้นศีลธรรมไว้ได้พอเหมาะพอดีกับการตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม ความจริง วิธีการได้มาซึ่งความเป็นธรรม แถมยังหลอกล่อคนดูให้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้แยบยล พาคนดูไปพบกับปีศาจ ที่สุดท้ายอาจมีปีศาจที่เลวทรามกว่า