คุณคิดว่า เขตบ้านตัวเองน่าอยู่ไหม?
ล่าสุดทาง Rocket Media Lab เขาได้จัดอันดับความน่าอยู่ของแต่ละเขตในกรุงเทพฯ ซึ่งก็มีวิธีการวัดผลในแบบของเขา ผู้อ่านสามารถเข้าไปทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ในเนื้อหา แต่ถ้าให้ลองนั่งนึก มองไปรอบๆ ตัว ละแวกใกล้บ้านคุณ ตอนนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอไหม มีปัญหากวนใจหรือเปล่า และถ้าจะลองรีวิว ให้คะแนนเขตบ้านตัวเอง คุณจะให้สักเท่าไหร่ดี?
The MATTER ได้นำคะแนนอันดับของแต่ละเขต ไปถามผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ จากทั้ง 10 เขต ว่าพวกเขาจะทายอันดับเขตบ้านตัวเองถูกไหม และเห็นด้วยหรือไม่กับคะแนนเขตของตัวเอง แน่นอนว่า ‘ความน่าอยู่’ เป็นเรื่องที่แต่ละคนอาจมองไม่เหมือนกัน ดัชนีตัวเลขคงบอกเราไม่ได้ทั้งหมด เราเลยอยากฟังรีวิวจากพวกเขาที่มีต่อย่านที่ตนอาศัยด้วยเช่นกัน

แผนที่แสดงอันดับความน่าอยู่ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร จัดทำโดย Rocket Media Lab
ก่อนเข้าเนื้อหา
คะแนนและอันดับที่ปรากฎในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ อ้างอิงมาจากการจัดอันดับโดย Rocket Media Lab ซึ่งวัดผลจากข้อมูล Bangkok Index เพื่อดูว่าแต่ละเขตน่าอยู่มากเพียงใด มีปัญหาด้านใดบ้าง
โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน แต่ละด้านประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ 1) ด้านบริการสาธารณะ ประกอบด้วยสาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ การศึกษา และคุณภาพชีวิต 2) ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วยงบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร 3) ด้านสวัสดิภาพ ประกอบด้วยอัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญากรรม และอุบัติเหตุบนท้องถนน และ 4) ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ
ในแต่ละหัวข้อ จะจัดอันดับและให้คะแนนจากข้อมูลพื้นฐานของแต่ละเขต โดยใช้หลัก Normalization and Scaling ซึ่งเป็นวิธีการสากลที่ใช้ในการคํานวณการจัดอันดับ จากนั้นนำคำนวณคะแนนเฉลี่ยของแต่ละหัวข้อและแต่ละด้าน และนำมาคำนวณคะแนนเฉลี่ยทั้ง 4 ด้านเพื่อจัดอันดับความน่าอยู่ทั้ง 50 เขต ว่าเขตไหนในกรุงเทพฯ น่าอยู่มากที่สุด สามารถอ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลได้ที่: bkkindex.rocketmedialab.co
อย่างไรก็ตาม ‘ความน่าอยู่’ เป็นเรื่องที่แต่ละคนอาจมองไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ และเงื่อนไขการใช้ชีวิตของแต่ละคน การจัดอันดับนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อชี้ขาดว่าเขตใดดีที่สุดหรือแย่ที่สุด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าเขตไหนมีจุดแข็งด้านใด และยังมีเรื่องใดที่ควรได้รับการพัฒนา
เพื่อมองข้อมูลเหล่านี้ไปพร้อมกับประสบการณ์จริง เราจึงชวนคนจาก 10 เขตมาลองเดาอันดับของเขตตัวเอง พร้อมเล่าถึงปัญหา เรื่องน่าประทับใจ และสิ่งที่อยากให้เปลี่ยนแปลงในพื้นที่ที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน เพื่อชวนหาคำตอบที่สำคัญไปมากกว่านั้นว่า เราจะทำความเข้าใจพื้นที่ของเรา และพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไร
อันดับ 2 เขตพระนคร
รีวิวโดย โบนัส-ปณิตา พิชิตหฤทัย
คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“ถ้าถามว่าควรได้ที่เท่าไหร่ มองว่าอันดับปีล่าสุดก็พอเป็นไปได้อยู่ เพราะปีที่พระนครเคยได้อันดับ 1 อ่ะ ส่วนตัวรู้สึกว่ามันไม่จริงขนาดนั้น คือต้องยอมรับว่าพระนครมันดีมากในแง่การท่องเที่ยว แต่ถ้าให้มาใช้ชีวิตอยู่จริงๆ มองว่ายังไม่ควรได้ที่ 1”
“หลายคนอาจไม่รู้ แต่เขตนี้เป็นเขตของผู้สูงวัย แม้คนนอกจะมองว่ามันดูฮิป มีคาเฟ่ มีคลองโอ่งอ่าง แต่ประชากรส่วนใหญ่จริงๆ คือผู้สูงอายุที่อยู่กันลำพังแบบตายาย เพราะถ้าบ้านไหนมีลูกหลานเขาก็ขยับขยายไปอยู่แถวปิ่นเกล้ากันหมดแล้ว”
“เรื่องพื้นที่สีเขียวเป็นปัญหาหลักเลย แม้พระนครจะมีสวนสราญรมย์หรือสวนรมณีนาถ แต่ถ้าเทียบกับจำนวนประชากรแล้วมันไม่เพียงพอเลย สวนเหล่านี้ถูกตกแต่งให้เข้ากับความเป็นเมืองเก่าจนเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติและร้อนมากเมื่อเทียบกับสวนที่ปล่อยให้ต้นไม้โตตามธรรมชาติ”
“อีกปัญหาคือ มันเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพื้นที่ราชการ ด้วยความที่เป็นเมืองเก่าจึงเป็นศูนย์รวมของกระทรวง กรม ทบวง ต่างๆ พื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ ทำให้เราเข้าถึงไม่ได้ มันเหมือนมีบล็อกมา กั้นการใช้ชีวิตของเราไว้ ทำให้ขาดพื้นที่ที่คนจะออกมาเดินเล่นได้อย่างอิสระจริงๆ”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“คือตอนเด็กโบเรียนที่โรงเรียนราชินีแล้วต้องเดินเท้ากลับบ้านทุกวัน เส้นทางประจำคือต้องผ่านปากคลองตลาดกับสวนกุหลาบ จากอิฐทางเท้านี่ไม่ต่างอะไรกับกับระเบิด วันไหนฝนตกนะ เหยียบสุ่มไปเถอะ ถุงเท้าเปียกแน่นอน แถมสมัยก่อนปากคลองฯ วุ่นวายมาก รถเข็นเอยอะไรเอยเต็มไปหมด ความไม่เป็นระเบียบ ทำให้เดินลำบาก”
“แต่อีกเรื่องที่ช้ำและโกรธมากคือเรื่อง ความปลอดภัยบนท้องถนน ตรงหน้าโรงเรียนสวนกุหลาบที่เป็นถนน 4 เลน รถขับกันเร็วมากทั้งที่เป็นหน้าโรงเรียน โบเคยเดินข้ามทางม้าลายทั้งที่ใส่ชุดนักเรียนอยู่แท้ๆ แต่รถไม่หยุดเกือบจะชนเรา พอเราไม่ยอม คนขับที่เป็นผู้ชายก็ลงมาด่าเราว่า ‘รถมาไวจะให้หยุดทันได้ไง’ โบเลยเถียงกลับไปว่าจะไปโรงพักไหม สน. พระราชวังอยู่ใกล้ๆ แค่นี้ สรุปเขาก็ขับหนีไป”
“พระนครมีภาพจำว่าทางเท้ากว้าง เดินง่าย แต่มันขาดการบังคับใช้กฎหมายและการออกแบบเมืองที่เห็นหัวคนเดินจริงๆ การตัดถนนกว้างๆ ผ่านย่านชุมชนหรือโรงเรียนเป็นสิ่งที่เรามองว่าผิดพลาดมาก เรื่องนี้มันผ่านไปนานแล้วแต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขเชิงโครงสร้างจริงจัง ล่าสุดไม่กี่ปีมานี้ก็ยังมีข่าวเด็กโดนรถชนตรงนั้นอยู่อีก”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“ถ้าเลือกได้ โบอยากให้แก้ที่ผังเมืองและกฎหมาย ตอนนี้พระนครเปลี่ยนไปเยอะ ย่านค้าขายอย่างพาหุรัดคนน้อยลงเพราะคนซื้อออนไลน์กันหมด หลายที่ในเขตก็กลายเป็นคาเฟ่ ตึกแถวร้างก็มีเยอะมาก เราอยากให้แก้กฎหมายเรื่องการปรับปรุงอาคารตึกแถวให้ทำได้ง่ายขึ้น ถ้าทำได้ เมืองอาจจะมีชีวิตชีวาอีกครั้ง”
“อีกเรื่องคือ คนไร้บ้านและความปลอดภัยตอนกลางคืน พระนครเหมือนเป็นเมืองซินเดอเรลล่า พอหลังสองทุ่มปุ๊บ เมืองจะปิดเงียบและมืดมาก ทำให้คนไร้บ้านเข้ามาอาศัยตาม Shelter ต่างๆ เยอะ ซึ่งบางทีมันก็น่ากลัวสำหรับคนที่ต้องเดินเท้าตอนกลางคืน เอาจริงๆ เขาก็ไม่ได้มาทำอะไรเราหรอก แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการจัดการเรื่องแสงสว่างและความปลอดภัยให้ดีกว่านี้ เพื่อให้คนในพื้นที่รู้สึกสบายใจเวลาเดินทาง”
อันดับ 9 เขตธนบุรี
รีวิวโดย ไข่มุก-วรัญญา ปัญญาอินทร์

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“เท่าที่เปรียบเทียบกับเขตอื่นๆ ที่เราไปบ่อยๆ คิดว่าเขตธนบุรี มันก็โอเคนะ อยู่ที่อันดับราวๆ 21 ละกัน”
“เหตุผลก็เพราะเหมือนย่านนี้มันก็เป็นย่านคนอยู่อาศัย ส่วนใหญ่ก็เป็นครอบครัว เป็นชุมชน ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ค่อยอันตรายเท่าไหร่สำหรับการใช้ชีวิตคนเดียว เพราะก็มีเด็กมีคนแก่อยู่เยอะ เหมือนมันไม่ใช่ย่านอุตสาหกรรมหรือว่าย่านที่มีโรงงานอะไรพวกเนี้ย ก็เลยคิดว่าก็โอเค น่าอยู่ ไม่แย่”
ได้อันดับที่ 9 สมเหตุสมผลไหม?
“โอ้โห เลิศๆ ธนบุรีเป็นย่านที่ดีสำหรับการอยู่นะ เหมือนแบบถ้าสมมุติแบบมันเราวุ่นวายชีวิตจากในเมืองแล้วแบบออกมาสักหน่อยก็ดี ก็จะสงบขึ้น แต่ว่าก็แลกกับการเดินทางเพื่อเข้าไปทำงานในเมือง แต่ว่าสำหรับเราก็คือโอเคแบบชอบประมาณนี้สำหรับการพักผ่อน”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“เท่าที่นึกได้คือมี 2 อย่าง ที่เจอมาตั้งแต่อยู่ที่นี่มาแรกๆ จนถึงตอนนี้
“ก็คือนกพิราบกับแบบขยะในคลอง คือใกล้ๆ ที่พักจะมีคลองริมทางเดินออกถนนใหญ่อยู่ แต่คลองมันค่อนข้างเปลี่ยว ไม่ค่อยมีแสงสว่าง บางทีก็มีคนมั่วสุม และเหม็นจนเดินทางนั้นไม่ได้เลย”
“ก็เลยต้องอ้อมมาอีกทางที่ติดถนน แล้วก็เดินเรียบถนนตามฟุตบาท แต่ก็เดินยากอีก เพราะเจอนกพิราบ คือมันเยอะมาก ประมาณ 10-20 ตัว เยอะจนกลัว เยอะจนขวางทางเดิน เราก็ต้องลงมาบนถนนข้างล่าง เพื่อหนีนก”
“อันนี้ก็คือเจอมาตั้งแต่มาอยู่แรกๆ จนถึงทุกวันก็ยังเป็นอยู่ เอาจริงๆ ก็เคยมีคนมาตั้งป้ายแล้วว่าห้ามให้อาหารนกพิราบตรงนั้น แต่สุดท้าย ก็เหมือนมีคนให้อยู่ดี บางทีก็เห็นถาดข้าววางอยู่ตรงนั้นเลย”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“เรื่องที่เห็นว่าดีขึ้นก็มีนะ เช่น มีส่วนสาธารณะที่อยู่ใกล้แล้ว ก็เอาไว้นั่งได้หรือว่าวิ่งได้อะไรเงี้ย แล้วก็ไฟทางเดินก็มีแล้ว เพราะว่าตอนแรกอ่ะมืดมาก แล้วก็แบบมี Homeless แต่ว่าตอนนี้สว่าง”
“พอมีอะไรดีๆ ขึ้น ก็อยากให้เขตธนบุรี PR พวกสถานที่เที่ยว หรือกิจกรรมอะไร ที่สนับสนุนคน local ให้คนวัยรุ่นได้ไปสัมผัสเมืองเก่ากันบ้าง เพื่อจะได้แบบกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยก็ดี เพราะรู้สึกว่าเหมือนย่านนี้มี potential เช่น เมืองเก่าสวย มีชุมชนที่คนอยู่กันมานาน ก็คิดว่าน่าเป็นอีกอย่างนึงที่น่าสนใจ”
อันดับ 15 เขตยานนาวา
รีวิวโดย เนม–วรุตม์ คีรีกาญจนะรงค์

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“ในบรรดา 50 เขตของกรุงเทพฯ คิดว่าเขตยานนาวาน่าจะอยู่อันดับที่ 25 อยากตอบกลางๆ ไว้ก่อน อาจไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้แย่ที่สุด”
ได้อันดับที่ 15 สมเหตุสมผลไหม?
“เซอร์ไพรส์เหมือนกันนะ ที่ภาพรวมเขตเราก็มันออกมาดีกว่าค่าเฉลี่ย แต่พอมาคิดดีๆ ก็เห็นด้วยเพราะการสำรวจดูน่าเชื่อถือ”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“เรื่องแรกที่นึกออกเลยคือ สัญญาณไฟจราจรตรงสี่แยกนราธิวาสที่ตัดกับรัชดาภิเษก ตรงนั้นมันเป็นสี่แยก 2 ชั้นที่ระบบไฟเขียวไฟแดงงงมาก ทำให้บางทีคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะฝ่าไฟแดงก็ฝ่าไฟแดงไปแบบงงๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะไม่ชินทางหรือไม่ทันสังเกต ก็เคยเห็นเหตุการณ์ที่เกือบจะชนกันหลายรอบแล้ว”
“อีกเรื่องคือ เครื่องสูบน้ำบนฟุตบาทในซอยนาคสุวรรณ ที่มันตั้งทิ้งไว้ตรงนั้นมาเป็น 10 ปีแล้ว และมีท่อระยงระยางขวางทางไปหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร หรือยังทำงานได้จริงไหม”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“จริงๆ ไม่เคยเจอ สก. ของเขตตัวเองเลย และไม่รู้ว่าในการเลือกตั้งรอบนี้มีใครลงสมัครบ้าง แต่ถ้าดูจากปัญหาที่น่าจะถูกปรับปรุงมากที่สุดในเขตยานนาวา ก็คือเรื่อง ถนนและทางเท้า เพราะหลายๆ ซอยเป็นชุมชนหนาแน่นที่คนต้องเดินบนถนนปะปนกับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จนวุ่นวาย แล้วยังมีเรื่องไฟจราจรบางส่วนที่เข้าใจยากอีก ทำให้เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน”
“จริงๆ ก็เข้าใจว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่เป็นมาตั้งแต่ผังเมืองแล้ว แต่ก็ควรมีแนวทางพัฒนาบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้คนใช้ชีวิตกับซอยหรือถนนที่วุ่นวาย หรือระบบไฟจราจรเข้าใจยากแบบนี้ต่อไป เพราะชีวิตคนก็ตกอยู่ในอันตราย”
อันดับ 18 เขตภาษีเจริญ
รีวิวโดย อานา-ฟิซซา อวัน

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“อานาว่าจะประมาณอะ 34 ละกัน คือรู้สึกว่าไม่น่าอยู่ เพราะว่าเราเรียนในเมือง อานาเรียนทั้งจุฬาฯ และสาธิต มศว ตอนมัธยม แล้วตอนเด็กๆ เรียนแถวๆ ตลาดพลู”
“ซึ่งตั้งแต่ไป 3 ที่นี้มาเนี่ย ก็รู้สึกว่าทุกที่น่าอยู่กว่าเขตที่อยู่ของเราหมดเลย เพราะว่าเขตที่อยู่ของเราไม่สามารถเข้าถึงรถ MRT ได้ คือมันมี MRT ภาษีเจริญนะ แต่อานาไม่สามารถเดินจาก MRT ภาษีเจริญมาบ้านได้ เพราะว่ามันไกล แล้วมันเป็นถนนที่มันไม่สามารถเดินได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งหนึ่งที่พี่สาวเราพูดตลอด คือ เราเป็นคนฝั่งธนฯ มันควรจะขับรถเป็น เพราะถ้าขับรถเป็นปั๊บ ทุกอย่างจะง่ายมากทันที ซึ่งอานาขับรถไม่เป็น อานาก็เลยรู้สึกว่า ถ้าเกิดในความสะดวกของอานาตอนนี้มันยาก ก็เลยคิดว่าสำหรับคนที่ขับรถไม่เป็นเนี่ย มันน่าจะยากมาก”
ได้อันดับที่ 18 สมเหตุสมผลไหม?
“ห้ะ! หมายถึงว่าเราอยู่ เราดูดีอันดับที่ 18 เลยเหรอ?”
มีอยู่อย่างหนึ่งที่อันดับไม่ค่อยดี คือเรื่องสวนสาธารณะน่ะ
“เคยมีช่วงหนึ่งเข้าติ๊กต็อก แล้วก็พยายามเสิร์ชว่าอยากไปปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะมาก แล้วสถานที่ที่เราอยากได้คือที่ที่ต้องมี ต้องมี Anywheel ให้ด้วยอ่ะ แต่ต้องอยู่ใกล้บ้าน ซึ่งไม่มี”
“อานารู้สึกว่า ส่วนตัวไม่รู้เกณฑ์การให้คะแนนของเขานะ แต่อานารู้สึกว่าเราไม่สามารถดูตรงๆ ได้เปล่าว่า แค่เพราะว่าเขาแยกขยะดี หรือบำบัดน้ำเสีย จัดการน้ำได้ดีแปลว่ามันดีอ่ะ”
“ทุกเกณฑ์ไม่ควรจะค่าเท่ากัน เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราอยู่จริงๆ คือคุณภาพชีวิต แล้วถ้าคุณภาพชีวิตมันมันแย่อ่ะ แต่อันดับมันกลับสูง มันไม่สมเหตุสมผลหรือเปล่า การให้คะแนน มันควรจะให้น้ำหนักไปที่การอยู่ได้จริงมากที่สุด เพราะว่าเราเป็นเมือง”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“อันหนึ่งที่รู้สึกว่าเป็นหนักมากๆ คือ ขับรถดึกๆ กับพี่สาว แล้วรู้สึกว่าไฟมันน้อย ก่อนจะเป็นยุคชัชชาติเนี่ย ไม่มีไฟ คือหน้าหมู่บ้านอานาเลย โคตรมืด เราเป็นผู้หญิงกลับบ้านเอง ก็รู้สึกอันตราย แต่อันนี้ต้องยอมรับจริงๆ ว่าตั้งแต่ชัชชาติมา ไฟมันเยอะขึ้นจริง ซึ่งจริงๆ ไม่รู้ว่าต้องให้เครดิต สก. ด้วยหรือเปล่านะ แต่ว่าล่าสุดไฟก็เพิ่งเสียไป แล้วก็นานอยู่กว่าจะซ่อม”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“เราอยากให้มันมีสเปซของเด็กเยอะขึ้น เรามีหลานสองคน ซึ่งบางครั้งเรารู้สึกว่าเราอยากพาหลานไปเที่ยว บางครั้งแล้วเราอยากพาหลานไปแบบ touch the grass พาไปเจอแบบโลกกว้าง อะไรอย่างงี้แต่มันไม่รู้จริงๆ ว่ามันต้องพาไปไหนในภาษีเจริญ”
“ซึ่งคือถ้ามีมันต้องพาหลานเข้าเมืองอ่ะ ซึ่งพาหลานเข้าเมืองก็เป็นอะไรที่เหนื่อย หลานเองก็เหนื่อย ต้องนั่งรถนานๆ เพราะว่าจริงๆ ฝั่งธนฯ มันก็คือการอยู่กันของครอบครัวใหญ่ คือคนในเมืองอ่ะ มันจะชอบเป็นวัยรุ่นที่อยู่ในคอนโด อยู่กลางเมือง การมาเลือกบ้านอยู่แถวราชพฤกษ์ แถวสาย 1 ภาษีเจริญมันเมคเซนส์ เพราะที่มันกว้าง เราจอดรถข้างถนนได้ ซึ่งไม่รู้ว่าดีไหมนะ แต่แบบในเมืองเขาทำแบบนี้กันไม่ได้”
“ทั้งๆ ที่ถูกเข้าใจว่ามันเป็นพื้นที่สำหรับแบบครอบครัวอ่ะ แต่ public space สำหรับครอบครัวมันดันมีน้อย เรารู้สึกว่าเราไม่รู้ว่าเราจะพาหลานไปไหน”
อันดับ 22 เขตหนองจอก
รีวิวโดย มล-สิรามล ตันศิริ

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“เรารู้สึกว่าถ้าส่วนตัวมองภาพรวมทั้งหมด เพราะว่ายังไงก็ต้องแบบ 35 up อ่ะ ยังไงก็ต้องอยู่รั้งท้ายแน่นอน เพราะว่ารถโดยสารสาธารณะเนี่ยคือระดับห่วยอ่ะ แต่ว่าธรรมชาติที่นี่มันพาอันดับให้ดีขึ้นมา ส่วนสาธาราณสุข มันก็มีโรงพยาบาลแค่ที่เดียว […] ถึงจะไม่ค่อยได้ไปโรงพยาบาล แต่ว่าถ้าครั้งล่าสุดเลยที่ไป เราว่ามันคนเยอะมากอ่ะ แล้วก็ญาติเราเอง ถ้าสมมุติว่าป่วยเป็นอะไร โรงพยาบาลหนองจอกก็ไม่ใช่ทางเลือกแรกๆ”
ได้อันดับที่ 22 สมเหตุสมผลไหม?
“เซอร์ไพรส์เกิน เซอร์ไพรส์เกิน เกินเลย ทั้งๆ ที่รถตู้จะเดินทางไปถึงรถไฟฟ้าก็ไม่มี อันดับคือดีเกินนั่นแหละ ดีเกินจริงๆ ดีเกินไป”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“เราว่าเราใช้เรื่องรถไฟฟ้าเป็นหลักเลยอ่ะ เราใช้เรื่องการเดินทางเป็นหลักเลย ที่เราว่ามันกระทบชีวิตประจำวันในการเข้าเมืองเราที่สุดแหละ เรายกข้อนี้มาเพราะว่าถ้าเทียบกับที่อื่น มันยังอย่างน้อย ถ้ารถไฟฟ้าไม่ถึง มันยังมีทางเลือกอื่น อย่างเช่นรถเมล์ มารองรับด้วย”
“ส่วนอย่างที่ 2 เรื่องการศึกษา หรือพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่สร้างสรรค์ ที่ทำให้เด็กๆ ไปเรียน ไปรวมตัวกันได้ ยังไม่ได้มีพร้อมขนาดนั้น”
“อีกอย่างคือเรื่องอาชีพ เราว่ามันอาจจะไม่ได้รองรับคนที่ทำงานอาชีพหลากหลาย มันมีแต่ตลาด หรือห้าง เช่น โลตัส บิ๊กซี แมคโคร หรือเซเว่น หรือถ้าที่เป็นบริษัทหรือเป็นอะไรแบบนี้ เราว่ามันไม่ได้เยอะ มันไม่ได้หลากหลาย แต่ว่ามันก็ไปว่าเขาไม่ได้ เพราะว่ามันก็เห็นอยู่ว่ามันไกลขนาดนี้ ใครมันจะมาอะไรเงี้ย แล้วเราเลยรู้สึกว่ามันน่าเสียดายที่มันผลักให้คนออกจากเมืองไป”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“ให้เลือกมาสักเรื่องก็จะวกกลับไปที่ระบบขนส่งสาธารณะเหมือนเดิม เพราะอยากให้เป็นเมืองที่ธรรมชาติ เราไม่ได้ต้องการให้มีการพัฒนาตึกสูงเลย เราแค่ต้องการให้มันเดินทางเข้าไปในเมืองสะดวกมากขึ้น แล้วก็ไม่ให้เราเหนื่อยและท้อจนเกินไปที่จะใช้คำว่าเข้าไปในเมืองกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่เราก็เป็นกรุงเทพฯ”
“เมื่อการเดินทางดีขึ้น เราเชื่อว่าเศรษฐกิจมันก็จะดีขึ้นไปเอง แล้วมันก็จะเป็นการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับธรรมชาติที่เรามีต้นทุนอยู่แล้วนี่แหละ ซึ่งมันเป็นต้นทุนที่ priceless มากเลยนะ ถ้าเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ ที่ถ้าสมมุติว่าคนอื่นเขามี เขามีความเท่ความ cool เรื่องห้าง เรื่องความหรูหรา เรื่องผู้คนมากมายไปรวมกันในพื้นที่สร้างสรรค์อะไรเงี้ย ของเราก็คงเป็นเรื่องนี้แหละ”
อันดับ 26 เขตห้วยขวาง
รีวิวโดย ผึ้ง พัชรี

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“คิดว่าเป็นอันดับสักอันดับ 6 ละกัน”
“เพราะว่าการเดินทางในเขตห้วยขวางเอง มันค่อนข้างสะดวก ถ้าเข้าไปตามซอกซอยก็มีรถสองแถวที่มันไปออกลาดพร้าวได้ ไปรามคำแหงได้ แล้วก็มีรถเมล์ที่แบบเข้าเมืองก็ได้ ถ้าไม่ชอบขึ้นรถเมล์ที่มันกะเวลาไม่ได้ ก็ไปรถไฟฟ้าได้อะไรอย่างนี้ มี MRT ห้วยขวาง ค่อนข้างเดินทางสะดวก”
“แต่ว่าตรงที่เราอยู่คือ แยกห้วยขวางอะ มันไม่มีสวนสาธารณะที่ใกล้ๆ เลย ในรัศมี 3 กม. ตอนนี้เราต้องไปที่จตุจักร ก็คือห่างจากเราประมาณ 6 กม. ถ้าเราไม่เดินไปหรือวิ่งไป เราก็คือต้องนั่งรถไฟฟ้าไป มีค่าใช้จ่าย อีกสวนนึงคือสวนเบญฯ ซึ่งก็อยู่ห่างจากเราอีก ก็ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปเหมือนกัน”
“เรื่องน้ำท่วมเมื่อก่อน ถ้าฝนตกหนักๆ จะท่วม น้ำมันจะระบายช้าแบบเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะลด แต่ว่าช่วงหลังๆ 3-4 ปีที่ผ่านมา เหมือนเขาจะลอกท่อปีละประมาณ 1-2 ครั้งน้ำระบายเร็วขึ้น ไม่ถึงกับ 2-3 ชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อน ก็ดีขึ้นเยอะ”
ได้อันดับที่ 26 สมเหตุสมผลไหม?
“ไม่เห็นด้วยนะ แต่ก็พูดไม่ได้ เราอยู่ตรงที่มันไม่ได้แบบสถานการณ์แย่ขนาดนั้น เพราะว่าซอยข้างๆ เราก็เห็นอยู่ ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซอย 7 เวลาน้ำท่วมมันจะขังนานกว่าซอย 5”
“ส่วนเรื่องรถจอดขวาง ไม่แน่ใจว่าสำนักงานเขตเขาไปติดต่อกับตำรวจให้เข้ามากวดขันหรือเปล่านะ เขามาไล่ล็อกล้อ รถที่จอดในที่ห้ามจอดแล้วทำให้รถติด ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีรถจอดริมถนนในซอยเลย มีก็น้อยมาก”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“ช่วงถนนเส้นประชาราษฎร์บำเพ็ญ ร้านอาหารมันจะเยอะ ร้านอาหารจีน เพราะว่าคนไทยไม่มีปัญญาเช่าอยู่แล้ว เขาชอบเทน้ำลงที่พื้นที่มีท่อระบายน้ำข้างหน้า แล้วถ้าเป็นช่วงฝนพรำๆ มันลื่นแล้วมันสกปรก แล้วมันแบบโคตรอี๋”
การมีทุนจีนเข้ามาช่วงหลังๆ ทำให้ห้วยขวางเปลี่ยนไปยังไงบ้างไหม
“พอทุนจีนเข้ามา ร้านอาหารไทยก็จะหายไป ตรงเส้นประชาราษฎร์ มันก็จะไม่มีร้านอาหารตามสั่งที่ราคาเข้าถึงได้ ถ้าเป็นร้านที่เรากินก็จะต้องเข้าไปในซอยหน่อย เพราะว่าแบบข้างนอกมันก็น่าจะเป็นร้านอาหารจีน 90% ก๋วยเตี๋ยวบ้าง อาหารตามสั่งที่เป็นของจีนบ้าง ร้านอาหารมณฑลต่างๆ ของเขา”
“ล่าสุดคือมันจะมีร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ริมถนนประชาราษฎร์ที่เราใช้ประจำ เหมือนเดือนที่แล้วเราก็เห็นเขาเก็บร้าน ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะเป็นร้านอะไร เหมือนเขาปิดรีโนเวทอยู่ อ้าว ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์กู หายไปแล้ว แล้วก็ร้านที่อยู่ได้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านจีน ก็ไม่รู้มีลูกค้าหรือเปล่า แต่ก็จะเป็นจีน”
“ที่อพาร์ตเมนต์ คนจีนอยู่กันจะประมาณครึ่งนึง แล้วชอบทำอาหารเปิดห้องริมทางเดินในอพาร์ตเมนต์ กลิ่นหมาล่าแสบจมูกมาก ทำหม้อไฟกินกัน แล้วช่วงนี้หน้าทุเรียน เขาจะชอบเปิดห้อง แล้ววางหน้าห้อง คือเราก็ชอบกินทุเรียนแต่ว่าไม่ อยากได้กลิ่นของคนอื่นๆ จะบ้าตาย”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“อยากให้จัดการร้านอาหารมากกว่า ที่เขาชอบเอาน้ำมาราด ถ้ามันมีคนเข้ามาควบคุมหรือจัดการ มันจะรู้สึกเรียบร้อย สะอาด แล้วก็คนเดินมันก็ปลอดภัยกับคนเดินด้วย”
อันดับ 32 เขตบางกะปิ
รีวิวโดย โบนัส–จิณณพัต อกอุ่น

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“คิดว่าน่าจะอยู่ประมาณอันดับที่ 30”
“คือถ้ามองตามความเป็นจริง บางกะปิเป็นเขตใหญ่ วิธีการจัดการภายในเขต มันเลยค่อนข้างยาก พอพื้นที่มันใหญ่มาก มันก็ดูแลไม่ทั่วถึง บางจุดหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงจริงๆ แต่บางที่ก็ดูดี เหมือนว่าระดมกำลังไปลงแค่จุดนั้นเยอะ ทั้งที่อยู่ในเขตเดียวกันแต่ความเจริญกลับต่างกันมาก”
ได้อันดับที่ 32 สมเหตุสมผลไหม?
“จริงปะ คือเดาเก่งเกิน”
เหมือนคะแนนที่รั้งอันดับไว้ เป็นเรื่องของน้ำท่วมน่ะ
“ซอยที่เราอยู่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น้ำท่วมบ่อยมาก เมื่อก่อนหนักจริง แค่ฝนตก ซอยก็กลายเป็นสวนสยามแล้ว เคยท่วมสูงถึงเอวเลยนะ เพราะบางกะปิมันติดคลองและเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แค่ฝนตก ซอยก็กลายเป็นสวนสยามแล้ว อย่างซอยราม 60 เคยท่วมสูงถึงเอวเลยนะ แต่ตอนนี้ยอมรับว่าดีขึ้น หลังจากที่ผู้ว่าคนล่าสุดเข้ามา คือยังท่วมอยู่แต่ระบายเร็วขึ้น ไม่ขังนานเหมือนเมื่อก่อน”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“อย่างแรกคือมันค่อนข้างมอม ความสะอาดอาจจะยังไม่ค่อยดี ขยะเยอะ เพราะคนอยู่เยอะและแออัด พอคนเยอะ มันก็สกปรก เจ้าหน้าที่จัดการไม่ทัน อีกเรื่องที่น่ารำคาญคือสายไฟ โดยเฉพาะแถวรามคำแหงช่วงปลายๆ สายไฟนี่ห้อยลงมาแทบจะถึงพื้น เดินไปนี่แขวนคอได้เลย หรือจะโดดขึ้นไปนั่งเป็นชิงช้ายังได้ มันอุบาทว์มาก”
“ทางเท้านี่น่าจะเป็นปัญหาหนักที่สุดในบางกะปิแล้ว เพราะมันแทบไม่มีทาง ให้เท้าได้เดินเลย ปกติก็ไม่เดินอยู่แล้ว นั่งวินมอเตอร์ไซค์อย่างเดียว เพราะมันเดินไม่ได้ คือคอนโดอยู่ใกล้รถไฟฟ้ามาก แค่ประมาณ 500 เมตรเองนะ แต่มันเดินไม่ได้เพราะไม่มีฟุตบาท หรือถ้าตรงไหนที่มี มันก็จะเป็นส่วนที่เอกชนหรือรถไฟฟ้าทำไว้ แต่พอพ้นสถานีไปแล้วเนี่ย หนังชีวิตเลยล่ะ คนต้องลงไปเดินบนถนนบ้างอะไรบ้าง สภาพเหมือนแถวห้วยขวางเลย นี่คือปัญหาที่ชัดที่สุดที่เห็นมา”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“อยากให้ [เขตบางกะปิ] มันเฟรนลี่กับทุกคน ไม่ว่าจะใช้รถ เดิน หรือปั่นจักรยาน คือเลนจักรยานไม่มี ฟุตบาทไม่มี แต่มอเตอร์ไซค์กลับขึ้นมาวิ่งบนทางเท้าแทน มันมั่วซั่วไปหมด บางกะปิมันเป็นเขตที่เป็นจุดเชื่อมต่อของหลายเขต มันเดินทางง่ายและค่าที่พักมันยังถูก First-jobber เลยมาอยู่กันเยอะ มีของกินครบ ทุกอย่างพร้อมเสิร์ฟ แต่โครงสร้างพื้นฐาน แย่มาก ไม่เอื้อต่อการอยู่อาศัยระยะยาวหรือการสร้างครอบครัวเลย แค่คิดว่าถ้าลูกหลานต้องเดินกลับบ้านเองคือน่ากลัวมาก ไม่โดนรถเฉี่ยวก็ตกฟุตบาท มีแค่ 2 อย่างนี้แหละ”
“เราว่าระบบร้องเรียนอย่าง Traffy Fondue มันดีอยู่แล้วนะ แต่ปัญหามันอยู่ที่ ‘การกระจายอำนาจ’ ตอนนี้กรุงเทพฯ ไม่ได้สามารถจัดการทุกปัญหาหน้าบ้านของตัวเองได้ ปัญหามันเลยถูกส่งต่อไปตามหน่วยงานส่วนกลางซึ่งไม่ค่อย make sense เช่น เรื่องทางเดินริมคลองต้องส่งไปกรมโยธาฯ พอส่งต่อหลายทอดมันก็เสียเวลา และปัญหาก็ไม่ได้แก้ไขสักที ทั้งที่ กทม. ควรจัดการเองได้เลย”
“เราเคยร้องเรียนเรื่องไฟส่องสว่างผ่านแอปฯ รอไปตั้ง 3 เดือน! เพราะเรื่องถูกส่งจากเขตไปโยธา แล้วก็ส่งไปกรมที่ดูแลเรื่องทางเรืออีก กว่าจะเสร็จคือรอนานมากทั้งที่เราต้องใช้ทางนั้นทุกวัน เราเชื่อว่าถ้ามีการให้อำนาจ กทม. ให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจและงบประมาณ จะจัดการเรื่องทางเท้า หรือจัดการหาบเร่แผงลอยได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน เมืองมันจะดีขึ้นแน่ๆ”
อันดับ 33 เขตสาทร
รีวิวโดย เคี้ยง-อภิสิทธิ์ ฉวานนท์

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“คิดว่าอันดับ 3 เลย มันมีสวนสาธารณะ มันมีโรงพยาบาล แล้วมันมี BTS มี MRT ก็เลยคิดว่าน่าจะโอเค สำหรับกลางเมือง”
ได้อันดับ 33 สมเหตุสมผลไหม?
“น้อยมาก แต่ก็เข้าใจได้ เพราะว่าสวนสาธารณะ มันมีแค่สวนลุม แต่สวนลุม มันอยู่เขตปทุมวัน มันไม่ได้อยู่สาทร แต่มันก็แบบใกล้กัน เลยคิดว่า แม้จะอยู่คนละเขต ก็คนทั่วไปก็ใช้ชีวิตกันข้ามเขตอยู่แล้ว อย่างสวนลุมก็ไม่ได้ไกลมาก ก็ไปใช้งานได้”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“ซอยตันเยอะมาก ซอยแคบเยอะ ปัญหาเรื่องผังเมืองเยอะมาก ทางมันแคบแบบรถสวนกันไม่ได้ อย่างญาติเราก็อยู่ซอยนั้น เขาก็ต้องไปเช่าลานจอดรถข้างนอก ถ้าจะเอารถก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาเอา”
“ปัญหาหนึ่งของเขตสาทรคือ ซอยตันและซอยแคบเยอะมาก ในระดับที่รถยนต์หนึ่งคันสวนกันไม่ได้ ซึ่งจะมีปัญหาเวลามีญาติที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง รถพยาบาลบางทีก็ต้องจอดรอหน้าปากซอย แล้วก็เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข็นเปลเตียงออกมา”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“คิดว่าเรื่องขยะน่าจะดีขึ้นได้ ถ้าจัดการให้มิดชิดกว่านี้ แล้วก็ดูแลเรื่องหนูหรือสัตว์ด้วย จริงๆ น้ำแถวนี้ไม่ได้ท่วมบ่อยนะ ประมาณสองปีจะเห็นสักครั้ง เวลาฝนตกหนัก ๆ แต่พอน้ำท่วมที มันก็มาพร้อมขยะ แมลงสาบ หนู อะไรพวกนี้ ซึ่งมันค่อนข้างไม่น่าดูเท่าไหร่ (หัวเราะ) ไม่อยากนึกภาพเลย แต่ก็เป็นสภาพที่ต้องเจอ”
“อีกเรื่องคือแถวเซนต์หลุยส์ โดยเฉพาะแถวบ้านเรา เป็นย่านที่คนใช้มอเตอร์ไซค์เยอะมาก ทั้งคนทั่วไปและไรเดอร์ แต่กลับมีที่จอดไม่ค่อยพอ หลายคันต้องไปจอดริมฟุตบาทหรือจอดตามข้างทาง ซึ่งทั้งเสี่ยงอันตรายและรถก็ยิ่งติด”
“ก็เลยคิดว่าถ้ารัฐสามารถจัดพื้นที่จอดรถให้เป็นสัดส่วนในย่านการค้าหลักๆ ได้ เช่น แถวศูนย์การค้าวรรัตน์ ถนนเซนต์หลุยส์ หรือถนนที่เชื่อมกับเจริญกรุง มีพื้นที่ให้ไรเดอร์ที่มารับส่งอาหารโดยเฉพาะ ก็น่าจะช่วยได้มาก”
“ส่วนเรื่องผังเมือง ทั้งปัญหาซอยตันและซอยแคบที่พูดไป ก็คิดว่าถ้ามีวิธีปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ก็น่าจะดี แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต้องทำไง เพราะบางทีอาจไปกระทบพื้นที่หรือบ้านของคนอื่นได้เหมือนกัน”
อันดับ 36 เขตบางบอน
รีวิวโดย เฟิร์น–ทักษพร ชนะพันธ์ศรี
คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“บางบอนเหรอ ถ้าให้เดาน่าจะอยู่ท้ายๆ เลย ประมาณอันดับที่ 48 หรือ 49 มั้ง คือถึงมันเป็นกรุงเทพฯ แต่มันเหมือนกรุงเทพฯ ชายขอบ มันไม่มีอะไรเลย มีแต่บ้านคนสลับกับโรงงานปนกันไปหมด เรื่องมลพิษก็แย่พอทนอยู่แล้ว”
ได้อันดับที่ 36 สมเหตุสมผลไหม?
“จริงเหรอ ทำไมได้สูงกว่าที่คิดอีก”
“นี่ว่า บางบอนเป็นเหมือน ‘Bed Town’ เป็นที่ให้คนมานอนเฉยๆ แล้วตื่นไปทำงานในเมือง เพราะที่นี่ไม่มีที่ทำงานเลย สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้างสรรพสินค้าก็ไม่ค่อยมี เวลาเพื่อนมาบ้านจะอายมาก เพราะไม่รู้จะพาไปเที่ยวไหน นอกจากร้านอาหารของแม่ เคยพาเพื่อนคนญี่ปุ่นนั่งรถเมล์สาย 43 จะไปเที่ยววัดอรุณฯ เพื่อนหลับไป 3 ตื่นยังไม่ถึงเลย สงสารเขาที่อยู่ประเทศโลกที่หนึ่ง ที่ต้องมาเจอรถเมล์ร้อนและรถติดนานขนาดนั้น (หัวเราะ)”
“คือถ้าเป็นในเมือง รถติดเพราะมีห้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรายังพอเข้าใจได้ แต่นี่บางบอนไม่มีอะไรเลยแต่รถยังติด ถนนทางออกที่จะไปเส้นกาญจนาภิเษกมันเล็กมาก รถทุกคันต้องไปเบียดกันตรงนั้น แถมยังมีพวกรถพ่วง รถใหญ่จากโรงงานเยอะมาก เพราะถนนมันแค่ 3 เลน พอรถพ่วงจะกลับรถทีหนึ่ง เขาต้องใช้พื้นที่เยอะ ทำให้รถยิ่งติดเข้าไปใหญ่”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“เรื่องโจรนี่โคตรปวดหัว แม่เปิดร้านอาหาร ก็โดนโจรเข้ามาขโมยเงิน ขโมยเสร็จยังมานั่งกินน้ำสบายใจเฉิบ ขนาดมีกล้องวงจรปิด ก็จับไม่ได้อยู่ดี โดนยกเค้ากันทั้งปั๊มเลย”
“อ้อ ยังมีอีกเรื่อง เด็กนักเรียนยกพวกตีกันด้วย อย่างแถวข้างซอยบ้านมีโรงเรียนศึกษานารีวิทยา เคยมีเหตุการณ์เด็กถือมีดไล่ฟันกันในหมู่บ้าน จนน้องสาวของเราต้องวิ่งหนีหน้าตั้ง คือแถวนั้นมันเถื่อนมาก ทุกอุบัติเหตุในชีวิตไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนเลย นอกจากที่เขตบางบอน”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“ที่นี่ ถ้าขับรถไม่เป็นคือจบเลย รถสาธารณะหลักๆ คือ รถกระป๋องหรือรถสองแถว ซึ่งทั้งร้อน ทั้งอัดกันแน่น และขับอันตรายมาก เราเคยโดนรถกระป๋องปาดหน้าจนเกิดอุบัติเหตุด้วย ส่วนรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ MRT หลักสอง ซึ่งทุกคนต้องไปกระจุกตัวกันตรงนั้นเพื่อเข้าเมือง พอไม่มีที่จอดรถที่เหมาะสม รถก็ไปติดสะสมอยู่หลังสี่แยกไฟแดงยาวเป็นกิโล”
“อยากให้มีระบบขนส่งมวลชนที่ดีขึ้น อยากให้มีรถเมล์ที่ได้มาตรฐานและถี่กว่านี้ ไม่ใช่มาพร้อมกัน 2 คันแล้วหายไปเลยครึ่งชั่วโมง ถ้าการเดินทางสะดวกขึ้น คนก็จะได้ไม่ต้องไปกระจุกตัวอยู่ที่หลักสอง ทุกวันนี้หลังสองทุ่มบางบอนเหมือนเมืองร้าง จะหาอะไรกินก็ยาก”
อันดับ 50 เขตดินแดง
รีวิวโดย ปัง–วิศรุต เทพยศ

คิดว่าเขตที่อยู่ของตัวเอง อยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะอะไร?
“มาอยู่เขตดินแดง เพราะมันใกล้ที่ทำงานที่สุด เราว่าคนอีสานในดินแดงเยอะนะ ส่วนใหญ่เป็นแม่ค้ากับพวก First Jobber ที่หาที่พักในเมือง ถ้าให้คะแนนความน่าอยู่จาก 50 เขต เราให้ดินแดงอยู่อันดับที่ 35 แล้วกัน”
“ดินแดง มันมีทั้งฝั่งที่แออัดกับไม่แออัด ฝั่งที่แออัดมันเหมือนสลัมในเมืองเลยนะ ไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่ แต่ถ้าขยับมาทางรัชดาซอย 3 มันจะดูดีขึ้นมาหน่อย ติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวก แต่ก็ยังแออัดอยู่ดี ถนนแคบ รถสวนกันไม่ได้ ถนนในซอยมันแคบแล้วไม่มีการจัดการ ใครจะจอดตรงไหนก็ได้ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์จอดกันเหมือนไม่เคยขับรถกันมาก่อน แม่ค้าพ่อค้าก็ตั้งของกินเลนถนนไปครึ่งนึงแล้ว”
ได้อันดับที่ 50 สมเหตุสมผลไหม?
“นี่ว่า อันดับของดินแดงอาจจะต่ำไปหน่อย เพราะเอาจริงๆ ที่นี่ก็มีโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่าง มีห้าง มีโรงพยาบาล มีขนส่งสาธารณะ ใกล้สนามบิน จะออกกำลังกายก็มีสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ไม่ต้องไปถึงสวนเบญฯ ในซอยก็มีอาหาร”
“แต่มันคงแออัดมากๆ นี่เคยคิดเล่นๆ ว่า ทำไมกรุงเทพฯ ถึงไม่กระจายความหนาแน่นออกจากพื้นที่ตรงกลาง คล้ายๆ กับที่ญี่ปุ่นเขาทำ อาจจะใช้กฎหมายผังเมืองช่วยจัดการ แต่ก็เข้าใจว่า ผังเมืองมันมาแบบนี้แล้ว เขตดินแดงมันแตกต่างกันมาก ข้างหน้าเป็นแยกพระราม 9 มีตึกออฟฟิศหรูๆ มีเซ็นทรัลพระราม 9 มีห้าง Fortune แต่พอเลี้ยวเข้าซอยไป ถนนนี่เหมือนแข่งวิบาก กำแพงมีราขึ้น มีกลิ่นสาบแมว แต่มองขึ้นไปบนฟ้าเห็นตึกคอนโดสวยๆ หรูๆ มันคนละเรื่องกันเลย”
“ก็แปลกดีที่ดินแดง เป็นเขตที่ตั้งของตึกสำนักงาน กทม.”
รีวิวประสบการณ์ ‘สุดช้ำ’ ในเขตตัวเองให้ฟังหน่อย
“ถ้าอยู่ในโซนชานเมืองดินแดง น้ำท่วมจนเดินไม่ได้ แล้วเป็นน้ำขยะสกปรกมาก ยิ่งคนไม่มีเงินนะ ต้องยอมเสียรองเท้าไปเลย สมัยอยู่ชานเมืองดินแดงถ้าฝนตกหนักมากๆ จะกลับไม่ได้เลย เพราะทางเดินที่จะต้องเดินข้ามไป มันท่วม และน้ำก็เป็นน้ำขยะอีก แต่พอมาย้ายมาอยู่รัชดาซอย 3 มันระบายเร็วขึ้นนะ น้ำใสขึ้น”
อยากให้เขตตัวเองดีกว่านี้อย่างไร?
“จริงๆ ลำพังเอกชนก็ทำไว้เกือบทุกอย่างแล้ว ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ วินมอเตอร์ไซค์ รัฐช่วยแค่เรื่องพื้นฐานก็พอ เช่น เปลี่ยนไฟทางเป็น LED ให้สว่างขึ้น ซึ่งตอนนี้เริ่มทำแล้ว แล้วก็อยากให้จัดการเรื่องถนนกับท่อระบายน้ำที่ทำบ่อยเกินไป รวมถึงการจัดระเบียบร้านค้าที่ตั้งกินทางเท้าจนรถวิ่งไม่ได้”
“ดินแดงเหมือนที่พักของคนเริ่มทำงาน เพราะค่าครองชีพมันพอสู้ไหว ใกล้แหล่งงาน แต่เอาจริงเพื่อนคนขอนแก่น พอทำงานไปสักพักก็กลับบ้านกันเยอะนะ เพราะกรุงเทพฯ มันแออัด ค่าครองชีพสูง ถ้าเงินเดือนไม่ถึง 15,000 – 20,000 แล้วใจไม่สู้จริงๆ มันอยู่ไม่ได้หรอก มันเหมือนถูกบังคับให้กลับบ้านทางอ้อม”
“สำหรับเราถ้ายังได้อยู่ซอย 3 ที่เป็นซอยตัน เงียบๆ หน่อย และเป็นโซนคนทำงานแบบเดียวกัน เราจะก็อยู่ต่อนะ เพราะมันใกล้ที่ทำงานและมีทุกอย่างครบ แต่ถ้าต้องไปอยู่โซนชุมชนพลุกพล่าน แออัด น้ำท่วมขัง อันนั้นไม่ไหวจริงๆ”
อ่านมาถึงตรงนี้ รู้สึกอย่างไรกันบ้าง? ชวนทุกคนลองมองดูละแวกใกล้บ้าน มีอะไรที่เป็นปัญหา มีอะไรที่น่าชื่นชมให้กำลังใจ ลองรีวิวและจัดอันดับความน่าอยู่ไปด้วยกัน เพราะเมืองจะขับเคลื่อนได้ ก็ด้วยความเห็นของผู้คนในย่านที่จินตนาการถึงเมืองที่ตนอาศัยอยู่ และเมืองนี้ก็ควรมีพื้นที่สำหรับความคิดที่แตกต่างหลากหลายเหล่านั้นด้วยเช่นกัน
