หากอ้างอิงจากเว็บไซต์ creepypasta คอมมูนิตี้คนเล่าเรื่องสยองขวัญบนอินเทอร์เน็ตแล้วล่ะก็ เรื่องราวของ Backrooms ได้เริ่มต้นขึ้นก็เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2019 เมื่อเว็บบอร์ด 4chan ใช้โซเชียลมีเดีย X (สมัยนั้นยังเรียกว่า Twitter) เปิดกระทู้ให้คนมาโพสต์ภาพชวนอึดอัด ในตอนนั้นเองมีผู้ใช้งานไม่ประสงค์ออกนามโพสต์รูปห้องโล่งกว้างสีเหลืองที่ถ่ายออกมาแบบเอียงๆ
รูปดังกล่าวมาพร้อมคำอธิบายว่า “ถ้าคุณไม่ระวังตัวและหลุดจากความเป็นจริงไปอยู่ในสถานที่แปลกตา คุณกำลังอยู่ใน Backrooms สถานที่ที่ไม่มีอะไรเลยเว้นแต่กลิ่นเหม็นสาบของพรมชื้นๆ ทุกอย่างท่วมท้นไปด้วยสีเหลืองทึม เสียงหึ่งๆ ของหลอดไฟสว่างจ้าดังมาไม่ขาดสาย และห้องโล่งกว้างไร้ทางออกจำนวนมหาศาลที่แบ่งกั้นกันอย่างมั่วซั่วในพื้นที่ขนาดหกร้อยล้านตารางไมล์ … ประกาศ: ขอให้คุณโชคดีถ้าบังเอิญได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา เพราะชัดเจนแล้วว่าความชั่วร้ายได้ยินการมาของคุณ”

จากรูปเพียงหนึ่งรูปและข้อความสั้นๆ ชาวเน็ตได้ต่อเติมเรื่องเล่าของ Backrooms จนขยายใหญ่กลายเป็นเรื่องสยองขวัญที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต หนึ่งในชาวเน็ตที่มาร่วมวงทำให้เรื่องเล่านี้สมจริงยิ่งขึ้นคือ เคน พาร์สันส์ (Kane Parsons) ยูทูบเบอร์ในชื่อ Kane Pixels ที่โพสต์คลิปวิดีโอฟุตเทจยาว 9 นาที เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่บังเอิญหลุดเข้าไปใน Backrooms คลิปนี้เป็นไวรัลจนมียอดคนดูกว่า80 ล้านครั้ง อีกทั้งน่าจะเป็นคลิปที่ท้ายที่สุดส่งให้เคนได้เป็นผู้กำกับหนัง Backrooms ซึ่งเข้าฉายในปี 2026 นี้
สิ่งที่เราจะเล่าเกี่ยวกับ Backrooms หลังจากนี้ คือการปะติดปะต่อเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของเรื่องเล่าที่ชาวเน็ตได้ต่อเติมมาตลอด 7 ปี พวกเขาต่างอ้างว่าเคยหลุดไปยังสถานที่แปลกประหลาด และมีชีวิตรอดกลับมาบรรยายประสบการณ์ที่ได้เจอ คุณจะเชื่อหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะคุณเคยเป็นผู้มาเยือน (wanderer) ของ Backrooms ไม่ว่าคุณจะจำได้หรือไม่ คุณเคยไปเยือนที่นั่นมาแล้ว…
ชั้น (level)
จากข้อมูลที่รวบรวมมา มีการบันทึกเอาไว้ว่า Backrooms คือพื้นที่ลึกลับที่แบ่งออกเป็นหลายชั้นหลายระดับ รวมแล้วกว่า 1,000 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 0–999 บ้างอ้างว่ามีมากกว่านั้น แต่ละชั้นมีโครงสร้างพื้นฐานและคุณลักษณะแตกต่างกันไป ทั้งในแง่บรรยากาศ สภาพแวดล้อม ความอันตราย จุดร่วมที่ทุกชั้นมีร่วมกันคือการเป็นพื้นที่ซึ่งไร้ขอบเขต (infinite) ส่วนใหญ่มักเป็นพื้นที่ที่เราคุ้นเคย ทว่ากลับให้ความรู้สึกแปลกแยก ไม่สบายใจ และอาจถึงขั้นหวาดผวา การเข้าถึงและทางออกของแต่ละชั้นแม้จะได้รับการบันทึกไว้โดยผู้ที่เคยไปเยือน แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะใช้ได้ผล 100%

หากบังเอิญโชคร้ายหลุดไปยัง Backrooms มีโอกาสน้อยครั้งที่คุณจะถูกสุ่มให้ไปอยู่ชั้นใดชั้นหนึ่ง เพราะโดยปกติแล้วผู้ไปเยือนมักจะพบตัวเองตื่นขึ้นมาในเขาวงกตที่มีแต่ทางเดินและวอลเปเปอร์สีเหลืองซีดของชั้น 0 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘The Yellow Hell’ ชั้นแรกของ Backrooms ที่แห่งนี้คือห้องโล่งกว้างที่ถูกหั่นซอยอย่างไม่เป็นระเบียบ ความเงียบโดนกลบด้วยเสียงหึ่งๆ ของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของพรมอับชื้น ทางออกเดียวคือการมีชีวิตรอดให้นานพอที่จะพบกำแพงสะดุดตา แล้วเอาตัวมุดผ่าน ไปโผล่ยังชั้นถัดไป
ด้วยจำนวนชั้นที่มากมาย จนถึงตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลบันทึกเอาไว้ครบทุกชั้น สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะบางชั้นเคยมีคนไปเยือนแล้ว แต่ไม่สามารถเอาชีวิตรอดกลับมาเล่าให้ฟังได้ ตัวอย่างชั้นที่มีรายละเอียดพอและน่าพูดถึงก็เช่น ชั้น 37 (Sublimity) ชั้นที่มีแต่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่เชื่อมต่อกัน ชั้น 712 (The Weald of Parrots) ป่าซึ่งมีหมอกปกคลุมและเต็มไปด้วยนกแก้ว หากใครเข้าใกล้นกแก้วเหล่านั้นจะกลายเป็นสาวกของมัน หรือชั้น 974 (Kitty’s House) บ้านที่ตกแต่งภายในด้วยโทนสีชมพูและไม่มีประตูออกไปข้างนอก

สิ่งมีชีวิต (entity)
การไปโผล่ยัง Backrooms ไม่ได้แปลว่าคุณจะเดียวดายเสมอไป บางครั้งคุณอาจได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตสุดพิศวง และด้วยความที่พวกมันอาศัยอยู่ในมิติที่แสนประหลาด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จึงมักอยู่นอกเหนือความเข้าใจของเราที่เป็นมนุษย์ บางตัวอาจเป็นมิตรและมีสติปัญญา บางตัวอาจมีพฤติกรรมน่ากลัวและสามารถทำร้ายผู้มาเยือนได้ถึงชีวิต

หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีการพบเห็นหลายครั้งคือ สไมเลอร์ (Smiler) พวกมันมีดวงตาและฟันที่สะท้อนแสงในที่มืด สไมเลอร์มักอาศัยอยู่ในชั้นที่ 2 และ 3 มีนิสัยชอบจู่โจมอะไรก็ตามที่มีแสง วิธีที่ดีที่สุดที่จะหนีจากมันได้คือการสบตา อีกสิ่งมีชีวิตสุดอันตรายที่อาจได้พบเจอคือ สกินสตีลเลอร์ (Skin-Stealer) สิ่งมีชีวิตกินเนื้อมนุษย์ที่จ้องจะไล่ฆ่าและถลกหนังเหยื่อเพื่อนำมาสวมใส่ให้กับตัวมันเอง
แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่เราคุ้นเคยกันดีก็อาจจะเป็นภัยได้เช่นกัน อย่าง เจอร์รี่ (Jerry) นกแก้วมาคอว์สีน้ำเงิน หัวโจกของเหล่านกแก้วที่คอยชักจูงผู้มาเยือนให้กลายมาเป็นสาวกของลัทธิที่ชื่อว่า Followers of Jerryเหล่าสาวกจะถูกล้างสมองจนเชื่อว่า เจอร์รี่คือทุกสิ่ง และต้องดำรงอยู่เพื่อเจอร์รี่เท่านั้น
ถึงจะมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับผู้มาเยือนอยู่บ้าง แต่คำแนะนำที่ดีที่สุดในการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้คงหนีไม่พ้น การปล่อยพวกมันไว้ตามลำพัง …เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

สิ่งของ (object)
พูดถึงสิ่งมีชีวิตกันไปแล้ว ถึงคราวของสิ่งของกันบ้าง ในมิติ Backrooms มีสิ่งของหลายชิ้นที่มีความสำคัญกับผู้มาเยือนทั้งในแง่ความเป็นและความตาย ส่วนใหญ่หลายชิ้นเป็นวัตถุที่มีลักษณะอ้างอิงจากโลกความเป็นจริง แต่อาจมีคุณสมบัติพิเศษ หรือความอันตรายขึ้นอยู่กับสิ่งของชิ้นนั้นๆ
ในบรรดาสิ่งของที่พบได้ใน Backrooms น้ำอัลมอนด์ (Almond Water) คือสิ่งที่พบเจอได้มากที่สุด มีรูปร่างหน้าตาเป็นกระติกน้ำโลหะที่บรรจุของเหลวใสอยู่ภายใน โดยหนึ่งขวดจะให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 600 แคลอรี่หนึ่งมื้อ น้ำอัลมอนด์จึงเป็นแหล่งพลังงานหลักที่สำคัญที่สดของผู้มาเยือน หากอยากมีชีวิตรอด นอกจากนี้ การจะหาทางออกให้ได้ยังต้องพึ่ง กุญแจ (Level Key) เพื่อที่จะไขประตูไปยังชั้นต่างๆ แต่ละชั้นจำเป็นต้องใช้กุญแจเฉพาะของชั้นนั้นๆ

สิ่งของที่น่าพูดถึงอีกชิ้นคือ โถแห่งความทรงจำ (Memory Jars) โดยปกติแล้วโถเหล่านี้จะมีลักษณะเป็นโถเปล่าที่มีฝาปิดแน่น ไม่สามารถเปิดออกได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเสียชีวิตอยู่ใกล้ๆ แสงทรงกลมจะเข้าไปเติมเต็มโถที่ว่างเปล่า แสงนั้นคือความทรงจำของผู้เสียชีวิต การเปิดโถออกเพื่อสัมผัสกับแสงจะทำให้รับรู้ความทรงจำที่เก็บเอาไว้ได้
ในมิติ Backrooms ยังมีสิ่งของอีกนับร้อยชิ้นที่ได้รับการบันทึก กรุณาศึกษาให้ละเอียดก่อนแตะต้องหรือใช้งาน หากชิ้นไหนไม่มีการบันทึกไว้ โปรดใช้สัญชาตญาณของคุณเป็นตัวตัดสิน

ปรากฏการณ์ (Phenomena)
มีเหตุการณ์เหลือเชื่อมากมายเกิดขึ้นที่มิติ Backrooms ผู้คนที่เชื่อในการมีอยู่ของมิติพิศวง ต่างเรียกเหตุการณ์ที่หาคำอธิบายไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์ เป็นเหตุการณ์ที่ทั้งท้าทายกฎของฟิสิกส์ บิดเบือนความเป็นจริง และเหนือจริง
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า เราจะเดินทางไปยัง Backrooms ได้อย่างไร คำอธิบายหนึ่งที่ได้รับการยืนยันจากผู้รอดชีวิตหลายคนคือปรากฏการณ์ลำดับที่ 5: No-clipping ชายคนหนึ่งเล่าถึงวันที่เขาพาลูกสาวไปให้อาหารเป็ดที่ริมทะเลสาบ ในวันนั้นลูกสาวของเขาพลัดตกลงไปในน้ำ และทันทีที่กระโดดลงไปช่วยลูกสาว เขากลับพบว่าตัวเองมาโผล่อยู่กลางห้องบนพรมเปียกชื้น ผู้รอดชีวิตจาก Backrooms ต่างอ้างว่าตนเองเคยประสบเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ โดยให้การตรงกันว่าเป็นเหมือนการเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง บางคนอธิบายระเอียดได้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่า คล้ายกับการร่วงหล่นลงบนผ้าม่านแห่งความมืดมิด

ความอึดอัดไปจนถึงหวาดกลัวที่ผู้มาเยือนรู้สึกนั้น ได้รับการอธิบายด้วยปรากฏการณ์ลำดับที่ 7: Liminal Echo ภาวะที่สติสัมปชัญญะถูกแทรกซึมด้วยความกลัว การรับรู้ความเป็นจริงต่อสถานที่ถูกบิดเบือน ปรากฏการณ์นี้ไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่จำเป็นต้องได้รับสารกระตุ้นใดๆ แต่รู้สึกได้ทันทีเมื่ออยู่ใน Backrooms

กลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง (Group)
นอกจากการได้ประสบพบเจอกับสิ่งของ สิ่งมีชีวิต และปรากฏการณ์ต่างๆ แล้ว หลายคนที่เคยไปเยือน Backrooms เชื่อหรือจำได้ว่าพวกเขาเคยได้ปฏิสัมพันธ์กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนั้น หนึ่งในกลุ่มคนที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือ M.E.G. (Major Explorer Group) กลุ่มที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้มาเยือน คอยให้คำแนะนำ และคุ้มกันจากอันตรายทั้งจากสิ่งมีชีวิต กับดัก ไปจนถึงกลุ่มคนมุ่งร้ายอื่นๆ

B.B.A.R. (Backrooms Bureau of Administration and Research) เป็นกลุ่มที่จริงจังขึ้นมาอีกระดับ จนอาจจะเรียกว่าเป็นองค์กรมากกว่ากลุ่มคน พวกเขาคืออดีตเจ้าหน้าที่รัฐและอาสาสมัครที่ตั้งตัวขึ้นเพื่อออกกฎหมายและจัดตั้งรัฐบาล โดยมีเป้าหมายในการจัดระเบียบ รวมถึงดูแลความปลอดภัยให้ผู้มาเยือน งานหลักของ B.B.A.R. ยังอยู่ที่การสำรวจและวิจัย Backrooms พวกเขาทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่ออกแบบในสไตล์บรูทัลลิสต์ที่ชั้น 11 ของ Backrooms
ผู้มาเยือนอาจจะได้เจอกับกลุ่มอื่นอีกเช่น B.N.T.G. (The Backrooms Nonaligned Trade Group ) สมาคมที่ตั้งขึ้นเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูลและอุปกรณ์เอาตัวรอด หรือกลุ่มที่กล่าวถึงไปแล้วและต้องระวังเป็นพิเศษเช่น Followers of Jerry ลัทธิคลั่งนกแก้วที่พยายามจะขยายฐานสานุศิษย์อยู่ตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเพียงส่วนหนึ่งจากข้อมูลอันมหาศาลที่ได้รับการบันทึกและมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลาของมิติ Backrooms เท่านั้น หากคุณเคยเจอปรากฏการณ์ No-clipping เคยหลุดไปอยู่ในที่ใดที่หนึ่งอย่างไร้สาเหตุ และสถานที่แห่งนั้นไปกระตุ้นความกลัวส่วนลึกของคุณขึ้นมา อย่าลืมนำเรื่องนั้นไปบันทึก คุณรอดชีวิตมาได้อย่างไร ไปเจออะไรประหลาดๆ มาบ้าง
…เพื่อที่ว่าผู้คนจะได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของ Backrooms
อ้างอิงจาก
https://www.creepypasta.com/the-backrooms/
https://backrooms-wiki.wikidot.com/