ชื่อของนโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoléon Bonaparte) เป็นที่จดจำในฐานะจอมทัพผู้เก่งกล้าสามารถ ไขว่คว้าอำนาจจนก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสแม้ไม่มีสายเลือดขัตติยะ
ภาพจำของนโปเลียนจึงยึดโยงอยู่กับอำนาจ ความยิ่งใหญ่อยู่เสมอ โดยเฉพาะในวงการศิลปะ ภาพเหมือนของเขามักถ่ายทอดบุคลิกที่สุขุม มีอำนาจ แม้จะชอบเอามือล้วงเสื้ออยู่บ้าง แต่อารมณ์ของภาพนั้นก็ยังบอกเล่าเขาในฐานะผู้ยิ่งใหญ่อยู่ดี และหนึ่งในภาพไอคอนิกที่เราคุ้นตากันดี คือ ‘Napoleon Crossing the Alps’ โดย ฌาก-หลุยส์ ดาวิด (Jacques-Louis David)

ภาพที่ว่านี้เป็นภาพสีน้ำมันบนผ้าใบ นโปเลียนในเครื่องแบบทหารนั่งอยู่บนหลังม้า กำลังนำกองทัพข้ามเทือกเขาแอลป์ผ่านเส้นทางภูเขาแซงต์-แบร์นาร์ด ในปี 1800 เพื่อเข้าโจมตีกองทัพออสเตรียในอิตาลี ด้วยท่าทางองอาจ มั่นใจ มือชี้ไปข้างหน้า ใบหน้าไม่หวั่นเกรง
ศิลปินเจ้าของผลงานอย่าง ฌาก-หลุยส์ ดาวิด เป็นอีกศิลปินที่ยืนอยู่ข้างอำนาจกษัตริย์ด้วยอุดมการณ์รักชาติ เมื่อศึกษาศิลปะที่โรมแล้ว เขาเลือกจะกลับมายังบ้านเกิดที่ฝรั่งเศส จนได้สร้างผลงานชิ้นเอกที่นำพาชื่อเสียงมาให้ ด้วยการวาดภาพเหมือนของกงสุลเอกในตอนนั้น ที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิในเวลาต่อมา
ภาพนี้ใครเห็นต่างก็เชื่อในความยิ่งใหญ่ และอีกใจก็สัมผัสได้ว่าภาพนี้มันช่างตีบวกคะแนนนิยมให้นโปเลียน เหมือนตั้งใจวาดมายกย่องโดยเฉพาะ แต่ความจริงแล้ว เจ้าตัวเองกลับไม่ใช่คนที่สั่งวาดภาพนี้ขึ้นมา กษัตริย์ชาร์ลที่ 4 แห่งสเปนอยากจะเอาใจพันธมิตรคนสำคัญของสเปนในเวลานั้น เลยสั่งวาดภาพนโปเลียนไปแขวนในทำเนียบผู้ยิ่งใหญ่ จนได้ตัวศิลปินอุดมการณ์ฝั่งเดียวกันอย่างฌาก-หลุยส์ ดาวิด เป็นผู้วาดภาพนโปเลียนบนหลังม้าอันโด่งดังนี้
จะบอกว่านโปเลียนไม่รู้ไม่เห็นกับภาพวาดนี้เลยก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะเขาได้รับคำเชิญให้ไปเป็นแบบสำหรับภาพเหมือนนี้ แม้นโปเลียนจะไม่ได้ไปเป็นแบบให้จริงๆ แต่ก็รับรู้แน่นอนว่าจะมีภาพนี้เกิดขึ้น สิ่งเดียวที่ส่งไปให้คือชุดกงสุลเอกที่เขาเคยใส่ เพื่อให้คอสตูมถูกต้องตรงใจ พร้อมทิ้งบรีฟไว้ว่า วาดอย่างไรก็ได้ ให้มันดูสุขุมนุ่มลึกก็พอ
แม้ในช่วงเวลานั้นการเมืองฝรั่งเศสระส่ำระส่าย เอาแน่เอานอนไม่ได้ จากเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส ประชาชนและราชวงศ์ผลัดกันขึ้นเถลิงอำนาจ จนในปี 1800 นโปเลียนเริ่มต้นระบบการปกครองโดยคณะกงสุล ปฏิรูปกฎหมาย การปกครอง การศึกษา และด้วยสถานการณ์ทางการเมืองทำให้เขาเลือกสถาปนาตนขึ้นเป็นจักรพรรดิในเวลาไม่กี่ปีหลังจากนั้น
ช่วงเวลาที่ภาพนี้วาดขึ้น จึงนับเป็นช่วงเวลาขาขึ้นที่สุดในชีวิตของนโปเลียน ภาพของเขาถูกถ่ายทอดออกมาในมุมผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าความยิ่งใหญ่ของเขาจะไม่ได้ตระหง่านค้างฟ้าตลอดไปก็ตาม

หลังจากนโปเลียนเสียชีวิตในปี 1821 ได้ประมาณ 30 ปี ภาพนโปเลียนบนหลังม้าอันโด่งดังได้กลับมาโลดแล่นในวงการศิลปะอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อผลิตซ้ำความยิ่งใหญ่ เป็นเกียรติแด่ผู้จากไป แต่กลับเป็นภาพโต้แย้งภาพจำเดิมต่างหาก
ภาพนั้นมีชื่อเดียวกันว่า ‘Napoleon Crossing the Alps’ แต่เพื่อป้องกันความสับสน บางคนจึงเรียกภาพใหม่นี้ว่า ‘Bonaparte Crossing the Alps’ แทน วาดโดยปอล เดลาโรช (Paul Delaroche) ศิลปินที่เกิดมาก็เลือกกระโจนเข้าสู่วงการศิลปะ ไม่ต่างจากดาวิด แต่สิ่งที่ต่างอย่างแน่แท้คงจะเป็นอุดมการณ์
ปอลเกิดและเติบโตในช่วงที่ฝรั่งเศสผ่านการล่มสลายของจักรวรรดิ การฟื้นฟูราชวงศ์ เกิดการปฏิวัติซ้ำหลายรอบ เขาเลือกมองประวัติศาสตร์ด้วยสายตาของมนุษย์คนหนึ่งที่มองไปยังเรื่องราวของมนุษย์อีกคนหนึ่ง ผลงานสร้างชื่อมากมายของเขา จึงเป็นผลงานบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่สื่อถึงอารมณ์ของคนในเหตุการณ์นั้น มากกว่าจะเป็นศิลปะที่รับใช้การเมือง
ผลงานเด่นของเขาได้แก่ The Execution of Lady Jane Grey (1833) ภาพของเลดี้เจน เกรย์ ในวันประหาร เธอถูกปิดตา มือไขว่คว้าหาแท่นประหาร The Death of Queen Elizabeth (1828) ภาพวันสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ
ในช่วงชีวิตหนึ่งของปอล ตำนานนโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป เขาเลือกวาดภาพเหตุการณ์นโปเลียนข้ามเทือกเขาแอลป์ ในภาพนั้นนโปเลียนขี่ล่อ โดยมีชาวบ้านนำทาง มีทหารตามมาด้านหลัง ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ นโปเลียนแต่งกายมิดชิดด้วยโค้ทกันหนาว ไม่ใช่ผ้าคลุมไหล่โบกสะบัด เอามือสอดเข้าไปในเสื้ออย่างเคย

ดูเหมือน 2 ภาพนี้เป็นการปะทะกันทางอุดมการณ์ แต่ภาพนี้ไม่ได้วาดขึ้นมาเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของนโปเลียนแต่อย่างใด ปอลมองนโปเลียนในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เผชิญสถานการณ์นั้น ตามความน่าจะเป็นจริงๆ เช่นเดียวกับไอเดียแรกเริ่มในผลงานชิ้นอื่นๆ ของเขา เพราะคนที่จ้างปอลให้วาดภาพนี้ ก็เป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบในตำนานของนโปเลียน จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องว่าจ้างให้เขาวาดภาพนโปเลียนในแง่ลบออกมา
ทั้ง 2 ภาพนี้จึงเป็นเหมือนการบอกเล่าเหตุการณ์เดียวกันผ่าน ผ่าน 2 มุมมอง ภาพหนึ่งเป็นช่วงชีวิตอันรุ่งโรจน์ ภาพหนึ่งเป็นช่วงที่ความยิ่งใหญ่ของเขาเป็นเพียงเรื่องเล่า
หากดาวิดเลือกวาดนโปเลียนให้สูงส่งเหนือมนุษย์ ปอลเพียงเลือกวาดนโปเลียนให้กลับมาเป็นมนุษย์เท่านั้นเอง
อ้างอิงจาก