ผลงานหลายชิ้นของคาราวัจโจ (Caravaggio) จิตรกรชาวอิตาเลียน ระดับมาสเตอร์เบอร์ใหญ่แห่งยุคบาโร้ก ขึ้นชื่อเรื่อง ‘ไครอสคูโร (Chiaroscuro)’ เทคนิคที่ใช้พื้นที่ของความมืดและความสว่างตัดกัน มีงานชิ้นหนึ่งของเขาไม่ได้ขึ้นชื่อในแง่เทคนิควิจิตรใดๆ แต่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างเพราะถูกขโมยอย่างอุกอาจ หายสาปสูญไปและไม่เคยหวนคืนกลับมา
ผลงานชิ้นนั้นคือ Nativity with St. Francis and St. Lawrence ภาพสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ แสดงเหตุการณ์คืนวันประสูติของพระเยซู ทรงประทับอยู่บนพื้นดิน ไม่มีรางหญ้า ไม่มีแท่นหิน เหนือขึ้นไปคือพระแม่มารี ก้มมองลูกด้วยท่าทีเหนื่อยล้าและอ่อนโยน นักบุญฟรานซิส นักบุญลอเรนซ์ บนสุดคือเทวดาตัวน้อย ถือป้ายข้อความ Gloria in Excelsis Deo

ภาพการประสูติของพระเยซู (Nativity of Jesus) เป็นฉากยอดนิยมที่ศิลปินไม่ว่าจะมือใหม่หรือรุ่นเก๋านำมาวาดเป็นชิ้นงาน องค์ประกอบในภาพอาจจะแตกต่างกันออกไป บ้างทารกอยู่ในคอกม้า บ้างอยู่ในรางหญ้า ผู้คนที่ห้อมล้อมก็เปลี่ยนหน้าค่าตากันไป แม้แต่ตัวพระแม่มารีเองก็ถูกตีความไปตามจินตนาการของศิลปิน หรืออีกอย่างคือ ผู้ว่าจ้าง สมัยก่อนผู้ดีมีอันจะกินมันจะอุปถัมภ์ศิลปิน บรีฟที่ได้ก็เลยเป็นไปตามความต้องการของผู้อุปภัมถ์ งานชิ้นนี้ของคาราวัจโจ้เชื่อว่าถูกว่าจ้างโดยใครสักคนที่ศรัทธาในนักบุญทั้งสอง ส่งตรงจากโรมไปยังปาแลร์โม เมืองเก่าทางตอนใต้ในแคว้นซิซิลี หลังเสร็จสิ้นงานนี้เพียงปีเดียว เขาก็จากโลกนี้ไปในปี 1610
ภาพคืนประสูติพระเยซูของคาราวัจโจ แขวนอยู่เหนือแท่นบูชาโบสถ์น้อยแห่งนักบุญลอเรนซ์ ในเมืองปาแลร์โม แคว้นซิซิลี เป็นอย่างนั้นเรื่อยมาจนคืนหนึ่งในปี 1969 โจร 2 คนได้อาศัยเวลายามวิกาล ลักลอบเข้ามาในโบสถ์หวังหยิบฉวยเอาภาพจากศิลปินดัง แต่จะยกออกไปเฉยๆ โดยไม่เป็นที่สะดุดตาได้อย่างไร เมื่อมันมีขนาดสูงท่วมหัวขนาดนั้น โจรหัวใสจึงตัดสินใจกรีดเอาภาพวาดขนาด 2 เมตรกว่าออกจากกรอบ ม้วนไปกับเสื่อที่วางแผ่แถวนั้น
แล้วใครกันล่ะที่กล้ากระทำการอุกอาจขนาดนี้ ว่ากันว่าเป็นฝีมือของมาเฟียกลุ่มหนึ่งในซิซิลี ที่ได้ใบสั่งมาจากมหาเศรษฐีคนหนึ่ง แต่พอถึงเวลายื่นหมูยื่นแมว กางภาพผ้าใบโชว์ ของดีเลยเฮีย เขาหากันให้ควั่ก แต่เฮียกลับไม่พอใจ กรีดมาดื้อๆ แบบนี้ ภาพมันก็เสียหายหมดน่ะซี มันใช้ได้ที่ไหน ใครจะบ้าจ่ายตังค์ให้กัน แม้แต่โจรยังโดนบิด เลยไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าภาพนี้มีชะตากรรมเช่นไร บ้างก็ว่าเคยเห็นหัวหน้าแก๊งใช้เป็นพรม (เพราะโดนตีกลับ) บ้างก็ว่าเสียหายจากแผ่นดินไหว บ้างก็ว่าถูกทำลายทิ้งไปแล้ว

The unveiling of the reproduction of the Nativity during the opening ceremony at the Oratory of San Lorenzo, Palermo
ทางการอิตาลีเชื่อว่าภาพนี้ยังอยู่ในซิซิลี ตำรวจเลยจัดแจงล่อซื้อ แม้โลกจะกลมแต่คนมันเหลี่ยม จับโจรได้ แต่กลับไม่มีของกลางชิ้นสำคัญ (หมายความว่าโจรจะบิดแต่แรกงั้นเรอะ) ลือกันไปลือกันมา ลือมาถึงชั่วอายุคน จนสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) องค์การตำรวจสากล (Interpol) และตำรวจอิตาลี ต่างร่วมกันสืบสวนคดีนี้มานานกว่า 5 ทศวรรษแล้ว คดีโจรกรรมครั้งนี้ ถือเป็นอีกคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับศิลปะที่ร้ายแรง มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตีเป็นเงินไทยกว่า 645 ล้านบาท
เมื่อความหวังริบหรี่จนแทบไม่เห็นปลายทาง ในปี 2015 Sky บริษัทโทรทัศน์และโทรคมนาคมของอังกฤษ สั่งทำภาพจำลองเพื่อกลับไปแขวนที่โบสถ์แทนของเดิมที่หายไป สร้างโดยบริษัท Factum Arte ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตภาพจำลองคุณภาพสูง ขณะเดียวกัน Sky เลยถือโอกาสนี้สร้างสารคดีเกี่ยวกับการสร้างภาพจำลองนี้ในชื่อ Mystery of the Lost Caravaggio ไปด้วยเลย
เลยพูดได้เต็มปากว่า นี่สิ ผลงานที่เขาหากันให้ควั่ก
อ้างอิงจาก