ใน 1 วันเรามีเรื่องให้คิดร้อยแปด ตั้งแต่แก้ปัญหาที่เป็นผลพวงจากอดีต ป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งนี้ในวันข้างหน้า จนปัจจุบันของเราหมดไปกับช่วงเวลาอื่นเสียหมด นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้หยุดพักแล้วโฟกัสกับปัจจุบันของเราจริงๆ
ครั้งหนึ่ง โลกศิลปะได้หยุดเวลาให้ผู้คนได้มาสำรวจ ‘The Artist is Present’ Performance Art ที่ชวนกลับมาตั้งคำถามถึงปัจจุบัน วินาทีที่เราใช้อยู่ตอนนี้ โดย มารีนา อับราโมวิช (Marina Abramović) ศิลปิน Conceptual และ Performance Art เธอจะนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วเปิดโอกาสให้ผู้ชมแวะเวียนเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม ไม่มีบทสนทนา ไม่มีการสัมผัส ไม่มีการกระทำอื่นใดนอกจากนั่งมองกันนิ่งๆ แบบนั้น มีเพียงคำแนะนำว่า “Sit silently with the artist for a duration of your choosing”

ในตอนแรกที่มีใครสักคนเข้าไปนั่ง ความรู้สึกอาจยังเป็นเพียงความตื่นเต้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานศิลปะ แต่ยิ่งนานไปความรู้สึกยิ่งเข้มข้น บางคนนั่งนิ่ง อิ่มเอมที่ได้สบตา บางคนร้องไห้สั่นเทา จากที่รู้สึกเหมือนเผชิญหน้าคนอื่นในตอนแรก กลายเป็นความรู้สึกเหมือนได้เผชิญหน้ากับตัวเอง บางคนใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที บางคนใช้เวลากว่าชั่วโมง โดยไม่ต้องอาศัยความเข้าใจทางภาษา หรือความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมใดๆ ก็สามารถมีส่วนร่วมได้ แม้แต่คนดังอย่าง เลดี้กาก้า (Lady Gaga), เจมส์ ฟรังโก (James Franco) และ บียอร์ก (Björk) ก็มาร่วมในงานแสดงนี้ด้วย
ถึงตรงนี้แล้วอาจจะสงสัยว่าการนั่งมองหน้ากันมันได้อะไรจากเรื่องนี้นะ ความตั้งใจหนึ่งของศิลปิน อยากให้เราได้หยุดความวุ่นวายในชีวิต แล้วมาโฟกัสในปัจจุบัน ช่วงเวลาที่มีเพียงการอยู่ร่วมกันกับคนตรงหน้านี้ แม้ไม่มีคำพูด ไม่มีการแสดงท่าทาง เหลือเพียงมนุษย์ 2 คนในพื้นที่และเวลาเดียวกัน นักวิจารณ์บางส่วนคาดเดาว่าเธออาจกำลังตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของศิลปินผ่านงานนี้เช่นกัน อาจบอกได้ว่างานนี้ช่วยสร้างพื้นที่สำหรับการเชื่อมต่อทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งและประสบการณ์ร่วมกันที่ไม่เหมือนใคร
Performance Art นี้จัดแสดงที่ Museum of Modern Art (MoMA) ในมหานครนิวยอร์ก ระหว่างมีนาคม–พฤษภาคม ปี 2010 เปิดให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในงานแสดงวันละประมาณ 7-8 ชั่วโมง ต่อเนื่อง 3 เดือน รวมแล้วกว่า 700 ชั่วโมง ในฐานะนิทรรศการย้อนรอยผลงาน (Retrospective) ครั้งใหญ่ของอับราโมวิช หลังจากที่เคยได้จัดแสดง Performance Art สร้างชื่อไปแล้วมากมาย

ตั้งแต่ ‘Rhythm 0’ ปี 1974 ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Performance Art เพราะอับราโมวิชเปิดโอกาสให้ผู้ชมทำอะไรก็ได้กับร่างกายของเธอ โดยมีวัตถุ 72 ชิ้นที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ มีตั้งแต่ของใช้ทั่วไป เช่น ดอกกุหลาบ ขนนก และขนมปัง ไปจนถึงของอันตราย เช่น มีดผ่าตัด ตะปู และปืนที่บรรจุกระสุน 1 นัด สะท้อนให้เห็นว่าเราจะปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างรุนแรงแค่ไหน หากไม่มีข้อห้ามใดมากำหนด จนเธอได้รับบาดเจ็บจากการแสดงนั้นจริงๆ
จนถึงอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 1976 เธอได้พบกับ อูไลย์ (Ulay) ศิลปิน Performance Art ที่อัมสเตอร์ดัม ทั้งคู่เริ่มใช้ชีวิตร่วมกันทั้งในชีวิตจริงและในงานแสดง โดยเป็นงานแสดงที่เน้นถึงความสัมพันธ์ อย่าง Rest Energy ปี 1980 หลายคนอาจคุ้นกับภาพแต่ไม่รู้ที่มา ภาพที่ทั้ง 2 ยืนอยู่คนละฝั่งของคันธนู อูไลย์ดึงสายธนู และอับราโมวิชอยู่ในฝั่งที่ถูกลูกศรเล็งตรงหัวใจของเธอ หากอูไลย์ใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็อาจปลิดชีวิตเธอได้ และผลงานที่สร้างชื่อที่สุดในฐานะศิลปินที่แสดงคู่กัน และในผลงาน Lovers ปี 1988 ทั้งคู่ตัดสินใจจบความสัมพันธ์ด้วยการเดินบนกำแพงเมืองจีนจากคนละฟากฝั่ง เพื่อมาพบกันตรงกลางแล้วกล่าวคำอำลา พวกเขาใช้เวลากว่า 8 ปีขออนุญาตรัฐบาลจีน กว่าจะถึงเวลานั้น ความสัมพันธ์ก็จบไปแล้ว

แต่ใน The Artist Is Present ท่ามกลางคนแปลกหน้ามากมายที่ต่อคิวยาวเหยียด เพื่อมานั่งมองตากับอับราโมวิช หนึ่งในนั้นคืออูไลย์ คนรักเก่าของเธอ เมื่อเขาหย่อนกายลงฝั่งตรงข้าม ความเข้มข้นของอารมณ์ยิ่งชัดเจน เธอยิ่มรับในตอนแรก และเริ่มมีน้ำตาคลอทันที ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าการแสดงครั้งนี้จะไปต่อในทิศทางไหน จะโกรธเกรี้ยว จะยินดี หรือจะหมางเมินต่อกัน จนอับราโมวิชยื่นมือออกไปและทั้งคู่ได้จับมือกัน จนฉากนี้กลายเป็นไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ต แม้จะไม่เคยรู้จักงานนี้มาก่อน ก็อาจคุ้นเคยกับคลิปที่หญิงสาวในชุดสีแดงเอื้อมมือไปหาคนรักเก่า เสียงปรบมือดังก้องขึ้น อูไลย์ลุกขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน
งานแสดงครั้งนี้นอกจากจะเป็นประสบการณ์เชิงทดลองให้กับผู้เข้าร่วม ได้หยุดเวลาวุ่นวายข้างนอกนั่น แล้วหันมาใช้ห้วงเวลาเงียบงันกับอับราโมวิชแล้ว เธอเองก็ได้รับความรู้สึกบางอย่าง ผ่านการสื่อสารทางอารมณ์จากทั้งผู้เข้าชมและคนรักเก่าที่เคยร่วมแสดงงานมากมายร่วมกันหลายสิบปี The Artist Is Present จึงเป็นเหมือนผืนผ้าใบที่มีชีวิต แสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์ทางอารมณ์ที่เลือนหายไปของผู้คน
ความรีบเร่งของสังคมยุคใหม่ ความสัมพันธ์ผิวเผิน ฉาบฉวย อาจทำให้เราลืมไปว่า เราสามารถใช้ชีวิตให้ช้าลงได้ ใช้เวลากับความสัมพันธ์แม้แต่กับคนแปลกหน้าได้เท่าที่เราต้องการ ขอเพียงมันเป็นความสัมพันธ์ที่ต่างเต็มใจแลกเปลี่ยนความรู้ต่อกัน
อ้างอิงจาก