ในฐานะคนเจนวาย หลายครั้งที่ต้องทำงานสำคัญๆ สิ่งที่เรามักต้องมองหาคืออุปกรณ์อนาล็อก มองหากระดาษและปากกาเพื่อมาจด มีบันทึกอะไร มีเอกสารอะไร มักจะอยากจะได้กระดาษแผ่นๆ พร้อมปากกาซักแท่งมาขีดๆ เขียนๆ มาจด-จำ ในเรื่องที่เราอยากจะใช้ความคิด หรืออยากจะจำได้ไม่ให้พลาด
แง่หนึ่ง การจดด้วยกระดาษอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ล้าสมัยเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการจดเพื่อจำสิ่งต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีอย่างมือถือหรือแลปท็อปที่ทำได้สะดวกกว่า ง่ายกว่า เร็วกว่า
ทว่า ด้วยกระแสเช่นการตีกลับของวัฒนธรรม เช่นการที่คนยุคที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและหน้าจอจะมีกระแสโหยหาอดีต สนใจกิจกรรมในยุคก่อนหน้าเช่นการอ่านหรือพกหนังสือที่เป็นกระดาษ ให้ความสำคัญกับสิ่งของที่เป็นข้าวเป็นของไม่ใช่กิจกรรมหรือปฏิสัมพันธ์ในโลกดิจิทัล ก็ทำให้การเขียน กระดาษ ปากกา กระทั่งปากกาเก่าแก่เช่นปากกาหมึกซึม รวมถึงสมุดโน๊ตกำลังกลับมา
การกลับมาของกิจกรรมเขียนด้วยมือ จับกระดาษ ในบริบทดิจิทัล จึงไม่ได้มีแค่ฟังก์ชั่นความสะดวกสบาย เมื่อมันไม่ใช่แค่การจดเพื่อจำแต่กลายเป็นการบริโภคเชิงวัฒนธรรม การจับกระดาษปากกากำลังตอบความโหยหา หรือกระทั่งฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์มากกว่าแค่ความสะดวกสบายของการจดบันทึกกันลืม ซึ่งก็เห็นได้จากยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องเขียนและแบรนด์เครื่องเขียนระดับไฮเอนด์ที่กำลังเติบโตขึ้น
การเขียนด้วยมือ การจดโน๊ต ในแง่หนึ่งอาจไม่ได้มีความหมายแค่การโหยหาโลกอนาล็อกเท่านั้น แต่ฟังก์ชั่นของจังหวะการจับปากกาจดด้วยมือ การเขียนที่ต้องใช้การทำงานของสมอง กล้ามเนื้อและสายตาร่วมกัน ก็มีงานศึกษาชี้ว่า เป็นกระบวนการที่มีพลังของความเข้าใจ ต่างกับการใช้แป้นพิมพ์และหน้าจอ

พลังของปากกา และการมาถึงของเทคโนโลยี
ก่อนจะเข้าสู่ประเด็น ข้อเขียนนี้อยากออกตัวเล็กน้อยว่า ข้อโต้แย้งแบบที่ว่า กิจกรรมแบบใหม่ที่มาแทนที่ของเก่า แบบไหนดีกว่ากัน หรือจะมาเปลี่ยนอะไร จริงๆ เป็นข้อถกเถียงโต้แย้งที่สังคมมนุษย์มีการเสนอโต้แย้งมาโดยตลอด
เช่นการเขียน (writing) แต่เดิมก็เคยมีข้อถกเถียงของเพลโตที่อ้างอิงตำนานอิยิปต์ซึ่งเทพเจ้าแห่งปัญญาสร้าง ‘การเขียน’ (Egyptian myth of the creation of writing) ซึ่งเทพเจ้าแห่งปัญญาสร้างการเขียนขึ้นมาเสนอแก่ฟาโรห์ โดยบอกว่านี่คือสิ่งที่จำทำให้การจดจำและปัญญาของมนุษย์ดีขึ้น แต่ฟาโรห์กลับบอกว่า กลับกัน การเขียนจะทำให้คนไปพึ่งการจดมากกว่าการจำ ทำให้ผู้คนลืมมากกว่าจำได้ ปัญญาที่มีก็ไม่ใช่ของจริงแต่อย่างใด
ประเด็นของการโต้เถียงในแง่นี้จึงเกี่ยวกับการมาถึงของเทคโนโลยี จากการเขียนที่มาเปลี่ยนแปลงระบบมุขปาฐะ สู่การเขียนหรือพิมพ์ ซึ่งในแง่นี้อาจจะไม่ได้มีอะไรมาทำลายอะไร หรืออะไรดีกว่ากัน แต่สิ่งที่เราจะพูดถึงคือแง่มุมหรือฟังก์ชั่นบางอย่างของเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
กรณีการเขียนด้วยมือ ในความรู้สึกของเราคือการจดด้วยมือ มักเกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ ซึ่งบางครั้งเรารู้สึกว่าการพิมพ์ มันไม่ได้ ‘ความ’ ทั้งความหมายและความรู้สึก

ในระดับงานศึกษาและวิทยาศาสตร์กายวิภาคของมนุษย์ ความรู้สึกดังกล่าว ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มีงานศึกษาสำคัญในปี 2014 ชี้ว่า การจดด้วยมือ มีกระบวนการที่เอื้อกับการทำความเข้าใจมากกว่า
ส่วนงานศึกษาศึกษานักเรียนนักศึกษา เชื่อมโยงว่าการจดด้วยมือและการจดด้วยแป้นพิมพ์ พบว่าการจดด้วยมือส่งผลดีกับการเรียนรู้มากกว่า งานศึกษารายงานว่าการจดด้วยแลปท็อป มีแนวโน้มที่การเรียนรู้ของนักเรียนจะแคบกว่า คือขาดมิติ ตัวงานศึกษาพบว่าการที่กลุ่มตัวอย่างจดด้วยคอมพ์ มีแนวโน้มจะจดแบบถอดคำ คือโน๊ตลงเป็นแบบถอดเสียง ถ่ายคำ จดทุกตัวอักษร ซึ่งตรงข้ามกับการจดด้วยมือ ที่ผู้จดมักจะต้องมีการคิดทบทวน ทำความเข้าใจ ก่อนที่จะจดสิ่งต่างๆ ลงไป
ตัวงานศึกษาค่อนข้างสะท้อนพฤติกรรมของเราพอสมควร เมื่อเราจดด้วยโปรแกรมหรือด้วยการพิมพ์ เรามักพยายามจับคำลงไปในโปรแกรม ลงในบรรทัดก่อน ขณะที่การจดด้วยมือ ด้วยความจำกัดและรูปแบบของการเขียนโน๊ต รวมถึงอิสระของการจด ทำให้ผู้จดมักจะต้องโฟกัสและจัดการกับข้อมูล ความคิด ต้องทำการสรุปบางอย่างก่อน จึงจะทำการจดลงไปเป็นเรื่องๆ รวมถึงการสรุปลงไปเป็นคำและภาษาของตัวเอง เป็นการสรุปความคิดให้เป็นความเข้าใจ ไม่ใช่การถอดเสียงนั่นเอง
ดังนั้น ด้วยลักษณะของการจดด้วยมือที่ทำงานต่างกับการจดด้วยการพิมพ์ งานศึกษาจึงรายงานผลว่า นักเรียนที่จดเลคเชอร์ด้วยปากกา กระดาษและลายมือ มีศักยภาพในการเรียกความรู้ในเชิงคอนเซปหรือการประยุกต์ใช้ กลุ่มที่จดด้วยลายมือ ทำได้ดีกว่า
มือจด สมองจำ ทุกสัมผัสมีความหมาย
ความซับซ้อนของการจดเพื่อการจำ สัมพันธ์กับกระบวนการของร่างกายของเราในการจดที่ใช้การทำงานร่วมกันของส่วนต่างๆ ทำให้การจดและการจำ มีประสิทธิภาพขึ้น จำได้มากขึ้น เรียกความทรงจำในการจดก็ทำได้ดี
กระบวนการการจด จริงๆ เป็นกระบวนการที่เฉพาะกว่าการพิมพ์ หมายความว่า เวลาที่เราจดลงมือจดอะไรด้วยมือ เป็นเรื่องของการใช้สัมผัส ใช้ผัสสะ ใช้การควบคุมกล้ามเนื้อที่มีลักษณะเฉพาะตัว
หมายความว่า ในการที่เราจด เราอาจจะมีการขีดเขียนตัวอักษรที่เฉพาะตัว มีการเรียงลำดับการเขียน วิธีการลากเส้น ไปจนถึงผัสสะของจังหวะที่เรากำลังเขียนหรือบันทึกสิ่งนั้นๆ สัมผัสของกระดาษ การค่อยๆ วางระบบ การเขียนตัวอักษรที่ใส่ความคิด ใส่ความสร้างสรรค์ลงไป
ด้วยการทำงานที่ซับซ้อนของการเขียนนี้ ทำให้เราซึมซับและมีแนวโน้มที่จะจดจำสิ่งที่เรากำลังบันทึกนั้นได้ดี สิ่งนี้เรียกว่าเป็นกระบวนการของสัมผัส (tactile) คือยิ่งสมองทำงานร่วมกันหลายส่วน มีสิ่งกระตุ้นการจดจำหรือความสำคัญในการจดสิ่งนั้นๆ เราก็จะยิ่งเรียกความทรงจำได้ง่ายขึ้น เช่นเราอาจจดจำได้ว่าเราเขียนตัวอักษรนี้อย่างไร มีการใส่จุดเล็กๆ วาดรูปบางอย่างไว้ หรือตอนที่เขียนข้อความตรงนั้น ตรงนี้ เรากำลังจดจำหรือทำความเข้าใจอะไร

ในปี 2021 มีงานศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียว พบว่ากลุ่มทดลองที่จดบันทึกช่วยจำลงปฏิทิน 25% มีแนวโน้มที่จะจำหรือนึกถึงข้อมูลต่างๆ ที่จดไว้ด้วยมือได้ พร้อมกันนั้นการแสกนการทำงานของสมองก็พบกิจกรรมในสมองที่มีมากกว่าการจดลงในปฏิทินของโทรศัพท์มือถือ
ผู้วิจัยอธิบายว่า ในการรับรู้บนระบบดิจิทัล มักเป็นรูปแบบเดียว คือการเลื่อนขึ้นและลงเช่นการที่เราอ่านเว็บ แต่การจดจำด้วยตำราเรียน เรามักจะพอนึกภาพหน้ากระดาษของตำรานั้นๆ ราว 1 ใน 3 และอาจจำได้ว่าเราจดโน๊ตอะไรไว้โดยเฉพาะตรงท้ายหรือตรงขอบซ้ายขวา ตรงนี้เองที่ทำให้การเรียนรู้บนกระดาษและการจดด้วยมือ มีการทำงานของสมองที่ซับซ้อนกว่า และเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับสมองมากกว่า
สัมผัสและรายละเอียดในกระบวนการเรียนรู้ที่ยิ่งมีรายละเอียดมากเท่าไหร่ สมองก็ยังเรียกคืนความจำต่างๆ ได้มากขึ้นเท่านั้น

นอกจากการทำงานของสมองที่ทั้งการขยับมือ การตวัดเส้น การออกแบบลำดับการเขียน การใส่รายละเอียดเล็กๆ ที่การเขียนด้วยมือมีพื้นที่ให้สมองทำงานมากกว่า มีจังหวะของสัมผัสซึ่งส่งผลกับการเรียนรู้ การจดจำและการเรียกคืนข้อมูล
การเขียนด้วยมือ ยังสัมพันธ์กับวัฒนธรรม และเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ในการเชื่อมต่อกับผู้คนในสังคมในมิติที่มีความลึกซึ้ง ลายมือ การเขียนด้วยมือ เป็นเหมือนตัวแทนของการสื่อสาร เป็นของแทนใจ ลายมือมักเป็นตัวแทนของความรู้สึก ของความใส่ใจ การเขียนสำคัญล้วนต้องใช้ลายมือเป็นส่วนประกอบ จดหมายน้อย จดหมายรัก ข้อความแสดงความห่วงใย การขอโทษ แสดงความเสียใจ จดหมาย ลายมือ และข้อความ จึงไม่ใช่แค่การส่งสารบางอย่าง แต่คือการบรรจุนัยสำคัญอื่นๆ ประกอบไปกับการเขียนนั้นๆ ด้วย
วันนี้ คุณเริ่มมองหาสมุดโน๊ตขนาดกะทัดรัด ที่ยอมจ่ายมากหน่อย หรือเลือกปากกาดีๆ ไว้ใช้แล้วหรือยัง
อ้างอิงจาก