เมื่อพูดถึงเรื่องการอ่าน เรื่องหนังสือ หนึ่งในพื้นที่การอ่านสำคัญคือพื้นที่การอ่าน ‘ระหว่างการเดินทาง’ กรณีนี้เราจะเน้นไปที่พื้นที่การเดินทางในชีวิตประจำวัน การนั่งรถไปเรียน ไปทำงาน หรือไปเที่ยวเล่น ช่วงเวลาเดินทางเหล่านี้ถือเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่เรามีอยู่อย่างกระจัดกระจาย และเป็นอีกช่วงเวลาที่เราจะใช้การอ่านในการรับมือ ‘พื้นที่ระหว่างทาง’ ในทุกๆ วันได้
ดังนั้น ช่วงเวลาเดินทาง การหยิบหนังสือขึ้นอ่าน จึงเป็นอีกช่วงเวลาและวิธีง่ายๆ ที่เราจะอ่านเพิ่มขึ้นได้ ลดกองดองของเราลงไปบ้าง
ถ้ามองย้อนไปในประวัติศาสตร์ การเกิดขึ้นของการเดินทางด้วยรถไฟ ทั้งการนั่งรถไฟไปในหลายพื้นท่ี และการนั่งรถไฟจากชานเมืองเข้ามาทำงานในเมือง การนั่งรถไฟมาทำงานนี้นำไปสู่การปฏิวัติวงการสิ่งพิมพ์ เกิดหนังสือเล่มบางๆ ราคาไม่แพง เกิดแผงหนังสือบนสถานีรถไฟ เกิดหนังสือพิมพ์ที่สรุปเรื่องราวสั้นๆ มีคอลัมน์เกมเช่นครอสเวิร์ด หนังสือเล่มเล็กๆ ตลกขบขัน ล้วนมีการเดินทางเป็นพื้นที่การอ่านสำคัญ

ทีนี้ นอกจากการหยิบหนังสือขึ้นอ่านระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถตู้ หรือรถเมล์ จะเป็นการเพิ่มเวลาการอ่านของเราได้แล้ว อีกด้านของพื้นที่การเดินทางยังมีความหมายพิเศษของการ ‘เปลี่ยนผ่าน’ หรือเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่ เปลี่ยนบทบาทจากบทบาทหนึ่งไปสู่อีกบทบาทหนึ่ง ดังนั้นการอ่านอาจเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในพื้นที่เปลี่ยนผ่านนี้ รวมถึงว่า เรามีเทคนิคในการอ่านอย่างไรในพื้นที่การเดินทางให้มีประสิทธิภาพ
Liminal Space พื้นที่พิธีกรรมของทุกวัน
ช่วงโควิด เมื่อเราทุกคนทำงานที่บ้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงาน และนักสังคมวิทยาเริ่มชี้ให้เห็นปัญหาการขาดหายไปของ ‘พื้นที่การเดินทาง’ คือการที่เรานั่งรถ เดินทางไปทำงาน เราอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วทำงานเลย เส้นแบ่งของพื้นที่บ้านและพื้นที่การทำงาน การทำงานซ้อนทับลงมาที่บ้าน บทบาทของเราพร่าเลือน
ตรงนี้แหละที่นักสังคมวิทยาชี้ว่า พื้นที่การเดินทางหรือรอยต่อจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง ในที่นี้คือการเดินทางไปทำงานได้หายไป ซึ่งพื้นที่และช่วงเวลารอยต่อนี้แหละที่ถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญซึ่งเรียกว่า ‘Liminal Space’ คำว่า Liminal ในที่นี้หมายถึงพื้นที่เปลี่ยนผ่าน พื้นที่ที่เป็นรอยต่อระหว่างสิ่งต่างๆ
กรณีของการเดินทาง (commuting) ในชีวิตประจำวัน จึงถือเป็นพื้นที่ที่เรา ‘ปรับโหมด’ บทบาทของเรา ระหว่างที่เราไม่ว่าเดินออกจากบ้าน ขึ้นรถไฟฟ้า หรือขับรถเข้าซองจอด ล้วนเป็นช่วงเวลาที่เราค่อยๆ เปลื้องบทบาทบางอย่างออกไป เพื่อย้าย (transit) ตัวตนของเราไปสู่อีกบทบาท คือบทบาทในพื้นที่การทำงาน พื้นที่อาชีพ

สังคมวิทยาได้นิยามพื้นที่รอยต่อไว้ว่า เป็นช่วงเวลาที่เราอาจจะได้โอกาสสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะสวมบทบาทใหม่ เป็นพื้นที่ที่เราทั้งบูสตัวเองก่อนเข้ารับบทบาท ซึ่งมักจะเกี่ยวกับหน้าที่การงาน เช่น อาจจะเตรียมตัวสำหรับอะไรที่เกี่ยวกับบทบาทที่เรากำลังจะก้าวไป อาจจะอ่านหนังสือที่มีบทสั้นๆ เรื่องราว ข่าวสาร หรือการพัฒนาตนเองได้ในจังหวะนี้
อีกด้าน เราอาจใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ในการเสริมความรู้สึก ปรับมุมมองที่มีต่อโลก ไม่ว่าจะด้วยการอ่านเพื่อความสบายใจ การอ่านงานเขียน วรรณกรรม บทกวีสั้นๆ หรือบันเทิงคดีที่อาจจะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ กับโลกที่เราอาจจะรู้สึกว่าน่าเบื่อ เป็นการลดความเครียด เตรียมจิตใจของเราให้พร้อม
อ่านอะไร ทำอย่างไรให้ได้อ่าน?
ประเด็นเรื่องการใช้เวลาในการอ่านระหว่างทาง ด้านหนึ่งน่าจะนับว่าเป็นเรื่องของความคุ้นชิน คือถ้าเราพกหนังสือ หยิบหนังสือขึ้นอ่านในระหว่างทาง หรือในพื้นที่ต่างๆ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความเคยชินที่เราทำสิ่งนั้นบ่อยๆ ยังไม่นับเรื่องความสามารถในการอ่านบนพื้นที่นั้นๆ เช่นแสงพอมั้ย เวียนหัวรึเปล่า
อย่างแรกที่มักมีข้อแนะนำในการเพิ่มการอ่านให้เป็นนิสัย ในหลายๆ พื้นที่ เรามักได้คำแนะนำเรื่องการเลือกสิ่งที่เราจะอ่าน เราอาจใช้วิธีโหลดสิ่งที่เราจะอ่านไว้ในมือถือหรืออุปกรณ์สำหรับอ่านหนังสือ ก็อาจจะเลือกหนังสือเล่มเล็กๆ อาจเริ่มจากหนังสือที่ทั้งบางในทางกายภาพ และเป็นหนังสือที่ย่อยง่าย เข้าใจง่ายก่อน
หนังสือเล่มบางๆ อาจเป็นการเริ่มที่ดีด้วยการอ่านในพื้นที่เดินทางบางครั้งอาจต้องใช้สมาธิมาก การเริ่มจากเรื่องเข้าใจง่าย จบเร็ว รื่นรมย์ เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ชอบ นอกจากนวนิยายสั้นๆ หนังสือรวมเรื่องสั้น บันเทิงคดีแนวอ่านง่ายๆ งานเขียนแนวสารคดี บทความ เราก็อาจเลือกเรื่องที่สนุกๆ เล่มไม่หนามาก

กรณีผู้เขียน บางครั้งในการเดินทาง มักจะเลือกหนังสือบางๆ ที่อ่านสนุก และในหลายจังหวะเลือกที่จะหยิบงานแนวกวีนิพนธ์ขึ้นไปอ่านในระหว่างทาง งานแนวกวีนิพนธ์ หลายครั้งทำให้เราค่อยๆ คิดไปกับถ้อยคำที่ไม่มีเนื้อหามาก คือไม่เน้นอ่านเอาเรื่อง แต่เอาความรู้สึก ในพื้นที่ที่ธรรมดาสามัญเช่นรถโดยสารหรือรถไฟฟ้า อาจทำให้ความรู้สึกในการสัมผัสถ้อยคำต่างๆ พิเศษขึ้น รวมถึงกวีนิพนธ์มักจะไม่ยาวมาก แต่ใช้เวลาได้มาก
นอกนั้นคำแนะนำเรื่องการอ่านในพื้นที่การเดินทาง เป็นคำแนะนำด้านการอ่านทั่วไป อย่างหยิบขึ้นอ่านบ่อยๆ หรือบางความเห็นชี้ว่าเราอาจต้องตั้งใจเพื่อที่จะได้อ่านด้วย เช่น การอ่านบนรถไฟฟ้า เราอาจต้องการพื้นที่เฉพาะ ถ้าอยากจะได้นั่งเพื่อใช้เวลาในการอ่านในระหว่างทาง เราอาจต้องวางแผนการเดินทางเพิ่ม อาจจะเลือกช่วงเวลาเดินทางให้เช้าขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสได้นั่งอ่านหนังสือ หรือการวางแผนการเดินทาง จุดหมายการเดินทางที่มีระหว่างทางที่เราจะได้หยิบหนังสือขึ้นอ่านฆ่าเวลา ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางด้วย
สุดท้าย การอ่านในระหว่างทาง เป็นอีกพื้นที่เล็กๆ ที่กระจัดกระจาย แต่เป็นพื้นที่มีความหมาย และเป็นพื้นที่ที่เราอาจเอาเวลามารวมกัน เราอาจบันทึกการอ่านของเราในระหว่างทางได้กลายเป็นหนังสือสองสามเล่มที่เราอ่านจบในระหว่างทาง เราอาจเลือกหนังสือเผื่อพก เพื่ออ่านในทุกๆ วันเพิ่มเติม
ในระดับความหมาย นอกจากการเป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่าน เตรียมตัว และใช้เวลาเพื่อตัวเองด้วยการอ่านแล้ว บางมิติการกางหนังสือขึ้นอ่าน เป็นอีกการสร้างพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ที่เราเลือกที่จะเดินทางไปในพื้นที่อื่น ขณะที่เรากำลังเดินทางจริงๆ ในชีวิตประจำวันที่อาจจะซ้ำซากและไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่โลกในหนังสือเป็นโลกพิเศษที่เราเลือกเดินทางไปได้ ในระหว่างการเดินทางของเราจริงๆ
อ้างอิงจาก