เซ็กซ์อาจเป็นตั๋วเบิกทางไปยังสวรรค์ชั้นเจ็ดทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่สำหรับบางคนกลับเป็นเรื่องแพ้พ่ายให้กับอะไรบางอย่าง ที่มันชวนติดขัดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ จนกลายเป็นเรื่องน่าหน่ายไปแทน
อาการแพ้บนเตียงที่เรากำลังพูดถึงนี้ ไม่ใช่เรื่องของผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนที่ไม่สะอาด ไรฝุ่นหนาเตอะ ขนสัตว์เลี้ยง แต่เป็นอาการแพ้ต่อองค์ประกอบในการมีเซ็กซ์นี่สิ
หลายคนมักเจออาการแพ้โดยหาต้นตอของมันไม่ได้ มักมาในรูปแบบเรื่องเล็กน้อยที่มักถูกมองข้ามไป อย่างอาการคันยุบยิบ แสนร้อนนิดหน่อย ทิ้งรอยผื่นไว้บนผิวเล็กน้อย ทำให้เราเพ่งเล็งไปยังความสะอาดของพื้นที่ เม็ดเหงื่อผุดบนผิว มากกว่าจะหาสาเหตุของอาการเหล่านั้นจริงๆ
นั่นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ในเมื่อเซ็กซ์มันเรื่องแสนธรรมชาติ มันจะนำพาอาการแพ้มาจากแห่งหนไหนได้ล่ะ มีแต่เนื้อหนังของเราสัมผัสกันเท่านั้น หลายคนเลยมองข้ามอาการขี้ประติ๋วพวกนี้ไป คิดว่าอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย นั่งพักสักหน่อยมันก็หายไปเอง
ช้าก่อน ก่อนทุกคนจะมองข้ามเรื่องจิ๊บจ้อยไปมากกว่านี้ เราลองมาสำรวจอาการตัวเองกันสักหน่อยดีกว่า เพราะจริงๆ แล้วเซ็กซ์นั้นสามารถนำพาอาการแพ้ได้มากมาย ตั้งแต่อุปกรณ์ประกอบกิจกรรม ไปจนถึงสารคัดหลั่งจากกันและกัน
อาการแพ้ที่เกี่ยวข้องกับเซ็กซ์ อาจพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นเลย รู้เท่าทันไว้ก่อนก็ไม่เสียหายจริงไหม อย่างน้อยก็สบายใจว่าเซ็กซ์ครั้งไหนๆ ก็จะไม่นำพาอาการร้ายๆ มาสู่ตัวเรา

เริ่มจากถุงยางอนามัย อุปกรณ์ป้องกันสามัญประจำบ้าน
ถุงยางอนามัยสวมเจ้าโลกของหนุ่มๆ นั้น ส่วนมากผลิตมาจากยางพารา ช่วยป้องกันโรคติดต่อ คุมกำเนิดเป็นเลิศ ก็เลยเป็นตัวเลือกยอดฮิตติดลมบน แต่ยางพาราที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ อาจฟังดูออแกนิก ไม่มีพิษภัย สามารถเป็นต้นเหตุอาการแพ้ได้ ตัวเลขจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ระบุว่ามีจำนวนผู้แพ้ถุงยางที่ทำจากยางพารา ประมาณ 1-6% จริงๆ ถุงยางอนามัยแบบอื่น อย่างสารสังเคราะห์ เนื้อเยื่อธรรมชาติ ก็อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่อาการแพ้จากยางพาราพบได้บ่อยที่สุด นอกจากตัววัสดุแล้ว สารเคลือบถุงยาง อย่างสารหล่อลื่นแบบต่างๆ ก็เป็นอีกสาเหตุเช่นกัน
มันอาจเป็นแค่อาการเล็กน้อยในตอนแรก อย่างอาการคัน มันสามารถสะสมไปเรื่อยๆ จนอาการแพ้หนักขึ้นถึงขั้น บวม แดง เกิดผื่นลมพิษ ได้ในที่สุด อาการแพ้ถุงยางอนามัยเกิดได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย แต่สาวๆ มีแนวโน้มที่จะเกิดปฏิกิริยาแพ้มากกว่า เนื่องจากเนื้อเยื่อในจิมิดูดซับโปรตีนจากน้ำยางได้เร็วกว่าเนื้อเยื่อเจ้าโลกของหนุ่มๆ
ทางแก้ของเรื่องนี้ เราอาจต้องสังเกตว่าเราแพ้จุดไหนกันแน่ แพ้ยางพาราหรือแพ้สารหล่อลื่น หากเปลี่ยนยี่ห้อแล้วหาย อาจเพราะแพ้สารหล่อลื่นในรุ่นนั้น แต่หากแพ้ยางพารา อาจต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมต่อไป

ต่อกันที่อาการแพ้แบบชวนอึ้งอย่าง แพ้น้ำอสุจิ สาวๆ แพ้ได้ หนุ่มๆ ก็ใช่ว่าจะรอด
แม้จะฟังดูเหมือนเข้าใจง่ายๆ ว่าต้นเหตุน่าจะมาจากเจ้าตัวอสุจิ แต่จริงๆ แล้วต้นเหตุของเรื่องมาจากโปรตีนในน้ำอสุจิต่างหาก อาการแพ้ทำให้ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับน้ำอสุจิเกิดอาการคัน บวม แดง แสบร้อน หนักหน่อยทำให้หายใจลำบาก เวียนศีรษะ ท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาเจียนได้เลย ส่วนมากอาการแพ้ชนิดนี้เป็นแบบแพ้เฉียบพลัน ไม่ต้องรอนาน ไม่เกิน 30 นาทีมีอาการให้เห็นแน่นอน
ฟังดูเหมือนเป็นอาการที่น่าจะเกิดแค่กับสาวๆ เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วหนุ่มๆ ก็สามารถแพ้น้ำอสุจิของตัวเองได้เหมือนกัน เราเรียกสิ่งนี้ว่า อาการป่วยหลังถึงจุดสุดยอด (POIS) อาการละม้ายคล้ายไข้หวัด อ่อนเพลีย และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังหลั่งน้ำอสุจิ
หากรู้สึกว่าเกิดอาการเหล่านี้กับตัวเองบ่อย อาจต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม กับทั้งตัวเราเองและเพื่อเซ็กซ์ที่ราบรื่น
อาการแพ้ที่ว่านี้ ส่วนมากเป็นอาการแพ้ที่เกิดขึ้นหลังมีเซ็กซ์และอาจหายไปเองได้ในเวลาอันสั้น บางครั้งหากอาการมันเบาบางมากๆ อาจเป็นเพราะผิวแห้ง ค่า pH ที่เปลี่ยนไป แต่หากอาการ(ที่เราคิดว่า)แพ้บนผิวหนัง ไม่หายไปสักที เป็นสัญญาณของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แล้วล่ะ อันนี้ต้องรีบหาหมอด่วน แบบไม่ต้องรอลุ้นเปลี่ยนยี่ห้อถุงยาง สารหล่อลื่นใดๆ แล้วล่ะ
ไม่ได้อยากให้ทุกคนตื่นตูมกับเรื่องเล็กน้อย แต่การมองข้ามอาการแพ้จิ๊บจ้อย อาจนำมาสู่อาการแพ้หนักขึ้นในอนาคตได้ ลองสละเวลาสำรวจกิจกรรมเข้าจังหวะของเราให้ถี่ถ้วนดูสักครั้ง เพื่อให้กิจกรรมราบรื่น ไม่มีสะดุด
อ้างอิงจาก