ก่อนหน้านี้ เวลาพูดถึงหัวข้อด้านสุขภาพและการมีชีวิตที่ยืนยาว เรามักจะพบคำว่า ‘Lifespan’ ที่หมายถึงอายุขัยโดยรวม นับตั้งแต่วันที่เราลืมตาดูโลกจนถึงวันที่เราจากไป และคำว่า ‘Healthspan’ ที่หมายถึงช่วงระยะเวลาของชีวิตที่มีสุขภาพร่างกายและสมองที่แข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่น
เทรนด์เรื่องสุขภาพสมัยใหม่ก็มักจะโฟกัสกับการมี Healthspan มากกว่าการมี Lifespan เพราะการมีเป้าหมายเป็นการสร้างสุขภาวะที่ดีในระยะยาว อาจสำคัญกว่าการอยู่อย่างยืนยาวเพียงอย่างเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลให้หลายคนที่สนใจเทรนด์นี้ จึงเริ่มหันมาดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงกันมากขึ้น
การโฟกัสที่สุขภาพในระยะยาวก็เป็นเรื่องดี แต่สุขภาวะกายและใจเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่สามารถครอบคลุมทุกแรงจูงใจในการใช้ชีวิต เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าเราลองปรับแรงจูงใจในการมีสุขภาพที่ดี ผ่านการโฟกัสการมีสุขภาพทางเพศสัมพันธ์ที่ดีด้วยล่ะ จะเป็นอย่างไรกัน?
หนึ่งในคำที่เริ่มพอจะโผล่มาให้เราเห็นบ้างแล้วในแวดวงเวชศาสตร์ชะลอวัย คือคำว่า ‘Sexspan’ ซึ่งหากพิจารณาประกอบกับ 2 คำศัพท์ก่อนหน้า ก็น่าจะพอเดาความหมายของคำนี้กันได้บ้าง

แน่นอนว่า พอมีคำว่า ‘sex’ นำหน้า คำนี้คงเกี่ยวกับเรื่องทางเพศอย่างไม่ต้องสงสัย โดย Sexspan หมายถึง ช่วงเวลาของชีวิตที่บุคคลยังสามารถมีและเพลิดเพลินกับชีวิตทางเพศได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งในแง่ของ ความต้องการ ความสามารถ ความพึงพอใจ และสุขภาวะทางเพศ โดยเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับ Healthspan ในฐานะหนึ่งในเสาหลักของการมีชีวิตสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
เพราะสุขภาพทางเพศก็สำคัญไม่แพ้กับสุขภาพทางกายทั่วไป แซลลีย์ กรีนวอลด์ (Sally Greenwald) สูตินรีแพทย์ และอาจารย์คลินิกประจำ Stanford University มองว่า แทนที่เราจะตั้งเป้าหมายเพียงแค่อยากมีสุขภาพแข็งแรงหรือมีอายุยืน เราอาจลองใช้ ‘การมีชีวิตทางเพศที่น่าพึงพอใจไปจนถึงวัยชรา’ เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในการดูแลสุขภาพ เพราะการจะไปถึงจุดนั้นได้ ร่างกายและจิตใจก็จำเป็นต้องแข็งแรงไปพร้อมกัน
แทนที่เราจะโฟกัสแค่การมี Healthspan เพียงอย่างเดียว อาจลองขยายขอบเขตมามองความสำคัญของเพศสัมพันธ์ที่ดีควบคู่กันไปได้ ลองนึกดูว่า หากเราตั้งเป้าถึงการต้องการมีชีวิตทางเพศที่น่าพึงพอใจในวัย 70-80 ปี สิ่งที่จะนำไปสู่จุดนั้นได้ ก็คงหนีไม่พ้นการดูแลสุขภาพกายและใจให้ครบทุกด้าน แถมในกรณีนี้เรายังต้องใส่ใจในการรักษาความสัมพันธ์กับคู่ชีวิตไปพร้อมกันด้วย เพราะทั้งหมดล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทางเพศในระยะยาว
เหตุผลที่แนวคิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น ก็เพราะเริ่มมีงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ชี้ว่า สุขภาพทางเพศไม่ได้แยกขาดออกจากสุขภาพโดยรวม อย่าง งานวิจัยจาก WHOOP บริษัทผลิตอุปกรณ์ด้านสุขภาพ ที่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมจากการดูแลสุขภาพทางเพศ เอาไว้ว่า ชีวิตทางเพศที่มีคุณภาพสัมพันธ์กับสุขภาพในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงวัยกลางคน การลดระดับความเครียด เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน แถมยังอาจเกี่ยวข้องกับการชะลอการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ส่งเสริมสุขภาพรังไข่ และลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมในผู้หญิง รวมถึงลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายอีกด้วย
ฉะนั้นแล้ว แทนที่จะมอง Healthspan เพียงมิติเดียว เราอาจลองใช้แนวคิดเรื่อง Sexspan เข้ามาเติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วย ก็อาจช่วยให้เราหันกลับมาดูแลสุขภาพในมิติที่กว้างขึ้น เพราะสุขภาพทางเพศเองก็เชื่อมโยงกับการทำงานของหลายระบบในร่างกาย

เราจะมี Sexspan ที่ดีได้อย่างไร
เมื่อเข้าใจแล้วว่า สุขภาพทางเพศสัมพันธ์เชื่อมโยงกับสุขภาพโดยรวมอย่างไร คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อให้สามารถมี Sexspan ที่ยืนยาวและมีคุณภาพได้?
สำหรับกรีนวอลด์ การมี Sexspan ที่ดี ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีเพศสัมพันธ์บ่อยขึ้น แต่เราสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับมุมมองว่าสุขภาพทางเพศควรได้รับการดูแลอย่างจริงจังไม่ต่างจากสุขภาพด้านอื่นๆ เนื่องด้วย กรีนวอลด์เป็นสูตินรีแพทย์ เธอจึงเน้นไปที่การดูแลเรื่องเพศของฝ่ายหญิงโดยเฉพาะ โดยอาจเริ่มจากการสนใจปัญหาที่หลายคนมักมองข้าม เช่น ความเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ช่องคลอดแห้ง ความต้องการทางเพศที่ลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยหมดประจำเดือน เพราะปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอดทนหรือปล่อยให้เป็นไปตามวัยเสมอไป หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็อาจช่วยให้คุณภาพชีวิตและชีวิตทางเพศกลับมาดีขึ้นได้
นอกจากการดูแลรักษาทางการแพทย์แล้ว กรีนวอลด์ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพทางในชีวิตประจำวันด้วย ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของอุ้งเชิงกราน การนอนหลับให้เพียงพอ การจัดการความเครียด รวมถึงการสื่อสารกับคู่ชีวิตอย่างตรงไปตรงมา เพราะเธอมองว่า การมีปัญหาระหว่างมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ แต่การจะทำให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันจริงๆ ต่างหากคือหัวใจสำคัญการสร้างสุขภาวะทางเพศที่ดี ตัวอย่างเช่น หากวันหนึ่ง ช่องคลอดของเราแห้ง จนเกิดเจ็บแสบขณะมีเพศสัมพันธ์ การใช้สารหล่อลื่น ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย พร้อมกันนี้ ก็อยากให้ทุกคนมองสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยรักษาคุณภาพชีวิตทางเพศไว้ได้ในระยะยาวด้วย
สำหรับผู้ชายเองก็สามารถดูแลสุขภาพทางเพศของตัวเอง เพื่อเป็นประโยชน์แก่สุขภาพร่างกายในระยะยาวได้ โมฮิต เครา (Mohit Khera) ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ระบบสืบพันธุ์เพศชาย แนะนำว่า จุดเริ่มต้นการดูแลตัวเอง สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักพื้นฐานของการดูแลสุขภาพ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับให้เพียงพอ และการจัดการความเครียด เพราะปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสมดุลของฮอร์โมน การไหลเวียนโลหิต และสุขภาพทางเพศโดยตรง
นอกจากนี้ โมฮิต ยังแนะนำให้ผู้ชายลองไปตรวจระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนดู เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้สัมพันธ์กับทั้งความต้องการทางเพศ มวลกล้ามเนื้อ พลังงาน อารมณ์ และสุขภาพโดยรวม หากพบความผิดปกติ การตรวจเลือดและปรึกษาแพทย์อาจช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย สุขภาพทางเพศก็ไม่ใช่เรื่องของคนๆ เดียว แต่เป็นเรื่องระหว่างเรากับคู่ชีวิต การใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิตทางเพศของอีกฝ่ายไปพร้อมกันด้วยจึงสำคัญไม่แพ้กัน เพราะ Sexspan ของแต่ละคนมักเชื่อมโยงและส่งผลต่อกัน การสื่อสาร ความเข้าใจ และการดูแลกันจึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ทั้งคู่สามารถรักษาชีวิตทางเพศที่น่าพึงพอใจไว้ได้ในระยะยาว
ท้ายสุดแล้ว Sesxpan จึงเป็นหนึ่งในวิธีการมองสุขภาพที่ชวนให้เราตระหนักว่า สุขภาพทางเพศก็เป็นส่วนหนึ่งของสุขาภาวะโดยรวม ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกใช้ Healthspan หรือ Sexspan เป็นแรงจูงใจในการดูแลตัวเอง ปลายทางของทั้งสองแนวคิดก็ล้วนพาเราไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การมีชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพอย่างยั่งยืน
อ้างอิงจาก