อยู่ดีๆ ก็อยากลาออก เป็นเพราะหน้าร้อนรึเปล่านะ?
ช่วงหลังวันหยุดยาว บรรยากาศฤดูร้อนที่อากาศไม่ค่อยเป็นใจ แดดจ้า ทุกอย่างเชื่องช้า เฉื่อยชาลง ด้วยรอยต่อของบรรยากาศร้อนระอุกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนมาบรรจบกัน ทำให้ในใจลึกๆ ของเราอาจเกิดความรู้สึก ‘อยากลาออก’ ผุดขึ้นมา
ความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในช่วงหลังวันหยุดยาวนี้ เกิดขึ้นโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร การงานก็ไม่ได้แย่ แม้จะไม่ได้ดีขนาดนั้นก็ตามที จะว่าเหนื่อยหรือเศร้าจากการหยุดยาวก็อาจจะมีปะปนอยู่บ้าง
อาการอยากลาออกในหน้าร้อน ด้านหนึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกการทำงาน ถึงขนาดมีชื่อเรียกว่า Summer Resignations มีสถิติระบุว่าในช่วงหน้าร้อนของอเมริกาซึ่งมักเป็นช่วงหลังหยุดยาว (หลังไทยนิดหน่อยคือช่วง กรกฎาคม – กันยายน) มักเกิดลาออกมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ของปี

ภาพจาก https://www.visier.com/blog/trends-in-employee-resignation-rates-watch-out-for-summer-2021/
หยุดยาวพาใจให้ลาออก
สำหรับอเมริกา ช่วงฤดูร้อนจะมาหลังไทยเล็กน้อย คือ ช่วงกรกฎาคม – กันยายน ตามสถิติเดือนที่มีการลาออกสูงที่สุดคือเดือนสิงหาคม มีตัวเลขระบุว่าตัวเลขการลาออกในช่วงสิงหาคม กันยายน และตุลาคม คิดเป็น 1 ใน 3 ของการลาออกทั้งปี
ถ้าหากนับเป็นช่วงเดือน อาจเหลื่อมกับของไทยเรา แต่ข้อสังเกตสำคัญ คือ การลาออกมักเกิดขึ้นหลังจากการลาพักร้อนหรือการลาหยุดประจำปี พอเราพักร้อนหยุดยาวเสร็จ กลับมาก็มักจะเกิดอาการอยากลาออกขึ้น
ถ้าสังเกตจากความรู้สึก การพักร้อนหรือได้หยุดยาวจากการงาน อาจเป็นจังหวะที่เราได้หยุดทบทวนกับตัวเอง ได้อยู่เงียบๆ ออกห่างจากการทำงาน เราสามารถรับรู้ถึงความเหนื่อยยาก เงื่อนไขการทำงานที่ไม่ดีพอ รวมถึงพลังงานที่เราได้จากการหยุดพัก อาจเป็นแรงส่งให้เรามองหาโอกาสในการทำงานใหม่ๆ มองเห็นโอกาสในการเติบโต และจุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิต

เทคนิคกึ่งกลางปี
นอกจากเงื่อนไขด้านความรู้สึก ยังมีเงื่อนไขทางเทคนิคของโลกการเงินและการใช้ชีวิตร่วมด้วย เช่น ช่วงรอยต่อของฤดูร้อน มักเป็นช่วงเวลาของการเริ่มใหม่ โดยเฉพาะปีการศึกษาใหม่ ดังนั้นจึงเป็นจังหวะของการตัดสินใจไปศึกษาต่อทั้งระยะสั้นและระยะยาว
หรือในช่วงหน้าร้อน บริษัทต่างๆ มักจะจ่ายโบนัสให้กับพนักงานไปพักผ่อนหย่อนใจ จริงอยู่ว่าเราอาจจะใช้เงินนั้นไปกับการพักชาร์จพลังเพื่อกลับมาทำงานต่อ แต่ในทางกลับกัน เมื่อเรามีเงินก้อนอยู่ในกระเป๋า ประกอบกับจังหวะกลางปี มองไปอนาคตการทำงานที่เดิมอาจไม่เห็นปลายทางที่แปลกใหม่หรือไม่ตอบโจทย์ที่แตกต่างออกไป เงินก้อนนี้ก็อาจเป็นต้นทุนให้เราใช้เป็นหมอนก้าวไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ได้เช่นกัน
ในไทยเรา ช่วงเวลาของการจ่ายโบนัส มักมาพร้อมกับการประเมินศักยภาพการทำงาน การได้รับผลประเมินประจวบเหมาะกับได้หยุดคิดทบทวน ก็ทำให้เหล่าคนทำงานได้เห็นเส้นทางอาชีพหรือเส้นทางการทำงานของตัวเองอย่างแท้จริงว่า การอยู่ที่เดิมอาจไม่มีช่องทางเติบโตที่ดีพอ เราอาจชนเพดานเข้าแล้ว
อีกความน่าสนใจคือในวันหยุดพักผ่อนช่วงหน้าร้อน เราอาจได้ไปพบปะสังสรรค์ พูดคุยกึ่งทางการกับองค์กร หรือกลุ่มก้อนการทำงาน กระทั่งได้เจอกับเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง การพบปะผู้คนก็ทำให้เราได้ทบทวนตัวเอง และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในการทำงาน
การพบปะกันของผู้เชี่ยวชาญ จากตัวแทนสายอาชีพในบรรยากาศสบายๆ ของหน้าร้อน กระทั่งการไปเจอกันในพื้นที่พักผ่อน ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็อาจสร้างการเชื่อมต่อในหน้าที่การงานที่เหนือความคาดหมายได้
สำหรับหน้าร้อนแบบนี้ ถ้าพูดอย่างเรียบง่ายที่สุดคือ ต้องยอมรับว่าการหยุดพักและบรรยากาศอบอ้าวอาจดูดกลืนพลังการทำงานของเราไป แต่ถ้ามองอีกด้าน หน้าร้อนก็อาจเป็นจังหวะที่เราจะได้ทั้งทบทวนตัวเอง เป้าหมายในชีวิต เป้าหมายการทำงาน และเปิดรับโอกาสใหม่
ในทางกลับกัน สำหรับบริษัทหรือผู้บริหาร ช่วงเวลาหน้าร้อนก็เป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะแก่การหันมาดูแลจิตใจและเส้นทางการทำงานของเหล่าคนทำงานด้วยเช่นกัน เขาจะได้อยู่กับเราไปนานๆ นะ
อ้างอิงจาก