โจ! เบอร์สิบเบอร์สิบ
โจ! เบอร์สิบเบอร์สิบ
โจ! เบอร์สิบเบอร์สิบ
โจ! อาฮะ อาฮะ
พบกับผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จาก ‘พรรคประชาชน’ ครั้งนี้ส่งทีมเศรษฐกิจอย่าง โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มาลงสมัคร พร้อมวิสัยทัศน์ ‘กรุงเทพง่ายๆ’ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้ง่ายขึ้นในทุกๆ ด้าน

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ โจ เกิดและเติบโตที่ตลาดพลู จบการศึกษาระดับมัธยม จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลังเรียนจบ ชัยวัฒน์เลือกไปศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านวิทยาการสารสนเทศ ที่ Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST) ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับประสบการณ์การทำงาน เขาเคยฝึกงานและเป็นวิศวกรที่ Schlumberger Overseas S.A. บริษัทขุดเจาะและให้บริการด้านเทคโนโลยีสำรวจพลังงานระดับโลก ก่อนย้ายมาเป็นนักวิจัยอาวุโสที่ NEC Corporation, Central Research Labs.
นอกจากนั้น เขายังเคยเป็นที่ปรึกษาประจำศูนย์นวัตกรรม (Innovation Hub) ของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลก และเป็นนักวิเคราะห์อาวุโส ก่อนเป็นรองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2556 และ 2566 ตามลำดับ
ชัยวัฒน์เคยให้สัมภาษณ์ว่า ระหว่างทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เขาพบปัญหาเกี่ยวกับกรอบกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสนใจเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อแก้กฎหมายหลายๆ อย่าง
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองของเขา
ในปี 2566 ชัยวัฒน์สมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล และถูกส่งลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 15 ซึ่งผลการเลือกตั้งลงว่าพรรคก้าวไกลได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 39 ที่นั่ง ทำให้ชัยวัฒน์ได้เป็น สส. ตั้งแต่สมัยแรก ก่อนจะย้ายมาสังกัด ‘พรรคประชาชน’ หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก้าวไกล
และในการเลือกตั้ง 2569 ชัยวัฒน์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 และถูกวางเป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคประชาชนได้ สส.บัญชีรายชื่อ 31 ที่นั่ง ทำให้เขาได้เป็น สส. สมัยที่ 2 นอกจากนั้น เขายังรับหน้าที่เป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายต่างประเทศอีกด้วย
ชัยวัฒน์ลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘กรุงเทพง่ายๆ’ ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีดีมากกว่าการท่องเที่ยวหรือตึกสูง คือ เป็นเมืองที่โอบอุ้มชีวิตผู้คนให้อยู่อย่างปลอดภัย มีความสุข มีโอกาสก้าวหน้าในชีวิต กล้ามีครอบครัวหรือลูก เพราะมั่นใจว่าเมืองจะมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกได้
“ผมอยากคืนเวลาให้คนกรุงเทพ ได้ใช้ชีวิตกับสิ่งที่มีความหมาย ใช้เวลากับคนที่รัก ใช้เวลากับตัวเอง ออกกำลัง หรือทำกิจกรรมที่เพิ่มพูนทักษะ พัฒนาตัวเอง ไม่ใช่เสียเวลาและพลังชีวิตมากมายไปกับการต่อสู้เพียงเพื่อทำภารกิจประจำวันอย่างการเดินทางไปทำงาน หรือหาหมอ”
วิสัยทัศน์ดังกล่าวถูกนำเสนออกมาผ่าน 40 นโยบาย 4 หมวด คือ เลี้ยงครอบครัวง่าย เดินทางง่าย ค้าขายง่าย ใช้ชีวิตง่าย โดยมีรวบรวมรายละเอียดไว้ที่ https://bkk2569.peoplesparty.or.th/policy
The MATTER ได้เลือกนโยบายที่น่าสนใจไว้ ดังนี้
- หวยใบเสร็จเวอร์ชัน กทม.
- ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน กทม.
- เพิ่มโควตาบัตรทองเป็น 1 ล้านคนใน กทม. และแก้ปัญหาใบส่งตัว
- เพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 10 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
- สร้างย่านท่องเที่ยวใหม่ พัฒนาร่วมกับชุมชน
- ให้ กทม.เป็นเจ้าภาพเชื่อมข้อมูลขนส่งสาธารณะ
- ฝังไมโครชิปแถมบริการทำหมันและฉีดวัคซีนสุนัขและแมวฟรี
- เพิ่มเส้นทางรถโดยสารสาธารณะเชื่อมรถไฟฟ้า ลดค่าเดินทาง ‘ครึ่งราคา’ ก่อน 06:30 น.
- ใช้ AI ช่วยตรวจพฤติกรรมเสี่ยงอาชญากรรมในเมือง
- ฟื้นฟูคลอง พัฒนาเรือเมล์ เพิ่มเส้นทางเดินและจักรยานเลียบคลอง
- ดันปัญหาโรงขยะอ่อนนุชเป็นวาระเร่งด่วน