ใกล้ 30 แล้วอย่าได้แคร์! 8 สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่ออายุ 30 

ชาวอายุ 20 ปลายๆ หลายคนคงกังวลว่าปีนี้ ปีหน้า หรืออีกสองปีก็จะ 30 แล้ว เครียดไปหมดทั้งเรื่องแฟน เงินเก็บ ความมั่นคงในชีวิต และสุขภาพ

 

แม้วัย 30 เป็นขวบปีที่จะได้เห็นตัวเองชัดเจนมากยิ่งขึ้น มั่นใจขึ้น ทั้งมีเสน่ห์ และเป็นธรรมชาติกว่าแต่ก่อน แต่โอเค เรื่องความนอยด์มันห้ามกันได้ที่ไหน น้องทักว่าหน้าเริ่มเหี่ยว จะนอนดึกโต้รุ่งเหมือนเดิมก็ไม่ได้ แค่หายใจเข้าไปน้ำหนักก็เพิ่ม เงินเก็บก็ไม่มี ไหนจะญาติโกโหติกาที่ซักไซ้ถึงเรื่องแต่งงานอีก

The MATTER เลยชวนชาว 30 อัพ 8 คน มาร่วมแชร์ว่าได้เรียนรู้อะไรเมื่อชีวิตนำหน้าด้วยเลข 3 อายุที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 อาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิดก็ได้นะ (แต่ที่พิมพ์ไปแบบนี้นี่ก็คิดวนๆ อยู่ในหัว)

 

1. ภานนท์ คุ้มสุภา

อาชีพ : อาจารย์มหาวิทยาลัย

“พออายุ 30 อะไรที่เรากลัวว่ามันขมตอนเด็กๆ ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป กลายเป็นว่าเสพติดความขมไปแล้ว อย่างมะระหรือกาแฟ ตอนเด็กๆ ไม่กล้าลองกินเพราะกลัว ตอนนี้ชอบไปแล้ว

ถ้าเอาแบบมีสาระหน่อย คีย์เวิร์ดก็จะอยู่ที่ความกลัว ตอนเด็กๆ เรารู้สึกว่าพ่อแม่เข้มงวดกับเรา คาดหวังกับเราที่เป็นลูกคนโตมาก แต่กับน้องที่อายุห่างกัน 6 ปีดูเค้าปล่อยน้องมากกว่า …จนเมื่อไม่นานนี้แหละก็เพิ่งจะคิดขึ้นมาว่า ตอนที่เรายังเด็กพ่อแม่ก็คงกลัวว่าจะเลี้ยงเรายังไงดีเพราะเค้าก็เพิ่งมีลูกคนแรก แต่พอมีน้องเค้าก็คงได้เรียนรู้จากตอนที่เลี้ยงเราผ่านมาแล้ว ก็คงไม่น่ากังวลมาก …มันก็ทำให้เราเข้าใจเค้ามากขึ้น”

 

2. สุรวี พีรพงศ์พรรณ

อาชีพ : Art Director / รับจ้างทั่วไป

“ไม่เคยกังวลที่จะอายุ 30 แต่พอ 30 จริงๆ พบว่า มันต่างกับตอนที่อายุจะ 20 กว่าๆ เหมือนกัน เมื่อก่อนเป็นคนแคร์ความคิด ความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป ในแบบที่ไม่ค่อยแสดงออก เครียดอยู่คนเดียว พอตอนนี้กลับปล่อยวางมากขึ้น คือ ทำตรงหน้าที่ของเราให้โอเค พยายามกระทบคนให้น้อยที่สุด ส่วนเรื่องความคิดและการกระทำของคนอื่นมันคือเรื่องที่ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ไม่สามารถไปควบคุมมันได้ เอาเวลามาคุมน้ำหนักตัวเองดีกว่า”

 

3. Narm

อาชีพ  : Lecturer

“สิ่งที่พัฒนามากขึ้นคือ ความไม่แยแส เช่น นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน นั่นไม่ใช่เทรนด์ที่ฉันสนใจ นั่นไม่ใช่เกมของฉันต้องแข่ง แล้วก็พยายามเล่นเกมของตัวเองให้ดี  ไม่ใช่นิสัยที่ดีสำหรับทุกสถานการณ์นะ แต่เป็นนิสัยที่รักษาบาลานซ์เรื่องความสุขกับเวลาได้ สมมติเราต้องทำอะไรที่เราไม่ชอบ เมื่อก่อนเราจะกดดันตัวเอง ทำให้ได้ ให้ดี ไม่ให้โดนด่า มันจะเครียดมาก ทำลายผนังกระเพาะ แต่ช่วงนี้จะทำให้เต็มที่ตามค่าตอบแทนและเวลาที่กำหนดมา ทรัพยากรมามากก็ทำมาก ไม่เอาตัวเองไปเทียบกับใครนอกเกมเรา แล้วก็กันเวลากับกำลังให้เหลือไปใช้กับสิ่งที่สำคัญกับชีวิตเราจริงๆ ตรงนั้นเราห้ามรั้งท้าย”

 

4. สุพรรณิการ์ กล่อมเกลี้ยง

อาชีพ  : ธุรกิจส่วนตัว

“ได้เรียนรู้ว่าความผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ สำคัญที่เราได้เรียนรู้อะไรบ้างในความผิดหวังนั้น”

 

5. สุทธิอร ณ ลำพูน

อาชีพ : Producer

“ตอนอายุ 25 ก็คิดว่าพออายุ 30 เราจะมีครอบครัว แต่งงาน มีลูก มีเงินใช้สบาย มีอาชีพและชีวิตที่มั่นคงแล้วตามแบบแผนที่ควรจะเป็น…(ใครกำหนดแผนนี้วะ?) แต่พอใกล้ 28-29 ก็กังวลว่า ไอ้ที่เราคาดหวังไว้ทำไมไม่เปนไปตามคาดวะ รู้สึกตัวเองห่วยจัง แล้วพอ 30 ก็พบว่า เออ ก็แค่ 30 ดูแลตัวเองได้ ยังไม่มีแฟนไม่มีครอบครัว ทำงานที่เราอยากทำและสนุกกับมัน มีเงินอยู่ได้ แต่ก็ยังไม่มีเงินเก็บมากพอ 555 ที่บ้านก็มองว่ามันไม่โอเคนะ นี่จนอายุ 31 ที่บ้านก็มองว่าเรายังไม่โตสักที ยังไปไม่ถึงไหน แต่ไม่รุ้ว่าคำว่าถึงไหน คือต้องถึงไหน? ต้องทำงานระดับไหน มีเงินเดือนกี่แสน มีบ้านกี่หลัง มีรถกี่คัน มีลูก มีครอบครัวได้แล้ว แบบนี้รึป่าว?

รู้แค่ 30 สุขภาพไม่เหมือนเดิม ร่างกายไม่ฟิต อดนอนไม่ได้ โต้รุ่งไม่ควร ต้องนอน ร่างกายต้องการการพักผ่อน ผิวพรรณต้องการการดูแล มีสติขึ้นกว่าเมื่อก่อน ใจเย็นขึ้น เข้าใจตัวเอง และรักตัวเองมากขึ้น มันเปลี่ยนตัวเองลำบากแล้ว นี่คือจุดที่เป็นตัวเองที่สุดแล้ว

ส่วนความรัก อายุ 31 ยังโสด ไม่ปั๊ปปี้เลิฟแล้ว คุยได้ก็คุย ถ้ามีเวลาคุยหรืออยากคุย… เจอได้ก็เจอ ถ้ามีเวลาว่างจะเจอ และต้องไม่เปลี่ยนตัวเองทั้งคู่ คือยอมรับกันได้มากกว่า 70% ที่เราเป็น (รับได้ทั้งหมดคงไม่มี555) ถ้าบังเอิญเจอคนที่ใช่ก็ดี ถ้าไม่ใช่ก็ปล่อยเลย”

 

6. ปกรณ์ ใยมณี

อาชีพ : ครู / นักจิตวิทยา

“ตอนเริ่มจะอายุ 30 ก็กังวลนิดๆ ละมั้ง แต่ก็ไม่ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับนะ แค่คิดว่ามันเป็นช่วงอายุที่น่าจะลงหลักปักฐานหรือมีพันธสัญญากับอะไรสักอย่าง ตกลงว่าจะดำเนินไปแนวนี้นะ แต่ตอนนั้นผมไม่ชัดเจน ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ยิ่งผมใช้เวลาในการค้นหาตัวเองนานพอเห็นเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันมีงาน มีครอบครัว ยิ่งมีคำถามกับตัวเองว่าที่ผ่านมานั้นเราใช้ชีวิตเดินมาถูกทางไหมนะ

แต่พอเข้า 30 จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรแบบก้าวกระโดด เราแค่ใช้ชีวิตไปทีละวัน ทีละชั่วโมง พอถึง 30 จริงๆ เราก็แค่ เออ 30 แล้วหรอวะ มันแค่เปลี่ยนเลขข้างหน้า ตัวเราไม่ได้ต่างจาก 28 -29 เท่าไหร่ ผมว่าผมไม่ได้เปลี่ยนความคิดเพราะผมอายุ 30 แต่เริ่มคาดหวังกับชีวิตและพยายามทำความเข้าใจชีวิตที่ผ่านมา พอ 30 แล้วก็ได้เรียนรู้ว่าชีวิตมันต้องผิดหวังบ้างแหละ และสิ่งที่เรามีอยู่ก็ไม่ค่อยได้มองมันอย่างเต็มที่ แต่ที่เปลี่ยนแบบเห็นได้ชัดคงจะเป็นร่ายกาย กินเหล้าหนึ่งครั้งใช้เวลาสองวัน วันนึงกิน วันนึงแฮงค์”

 

7. Ripsoul

อาชีพ : บาริสต้า

“การทำงานสำคัญ เราอยู่หรือตาย เรามักอยากจะมีคุณค่าหรือเป็นที่จดจำกับคนอื่น ซึ่งมันทำได้หลายอย่าง การทำงานคือสิ่งที่ง่ายที่สุดที่เราจะมีตัวตน”

 

8. นัทชานีย์ ศุภรัตน์ธีรชัย

อาชีพ : German Coordinator

“ตอนเด็กๆ คิดว่าสัก 25 ก็คงโตมากแล้ว มีงานดี มีบ้าน มีรถ ยืนยิ้มอุ้มลูก ตัดมาชีวิตจริงยังยืนแก้ชงเบญจเพสงกๆ อยู่เลย ทีนี้พอ 30 ปุ๊ป เรารู้เลยว่าเราอยู่กับความจริงมากขึ้น ไม่ได้กะเกณฑ์ว่าอายุเท่านี้ชั้นต้องประสบความสำเร็จขนาดนั้นขนาดนี้ 30 มันเลยไม่ค่อยน่ากลัว มันดูเป็นเลขสวยงามมากกว่า

 

ความสำเร็จมันไม่ได้มาเพราะเราแก่ มันมาเพราะเราเก่งมากกว่า ข้อเสียเดียวของ 30 คือปักเทียนบนเค้กไม่ได้แล้วนี่แหละ หน้าเค้กเละหมด”

 

 

Illustration by Manaporn Srisudthayanon
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed