A Strangeness in my Mind จดหมายรักถึงอิสตันบูล ของ Orhan Pamuk

ออกตัวไว้ก่อนว่า ผมยังไม่ได้อ่าน A Strangeness in my Mind ฉบับภาษาไทย เพราะฉะนั้นเนื้อหาของคอลัมน์จึงจะขอไม่พูดถึงสำนวนการแปลใดๆ (แต่ผมก็เชื่ออย่างสุดใจว่าการแปลของอาจารย์นพมาส แววหงส์ย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง)

 

พักหลังมานี้ นักอ่านชาวไทยคงจะคุ้นเคยชื่อของ Orhan Pamuk มากขึ้น จนเผลอๆ บางคนอาจถึงกับบ่นในใจว่า ‘Pamuk อีกแล้วเหรอ’ แต่อย่าเพิ่งเบื่อนักเขียนท่านนี้เลยครับ หรืออย่างน้อยๆ ก็จนกว่าจะได้อ่าน A Strangeness in my Mind หนังสือที่สำหรับผมแล้ว น่าจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเล่มโปรดของ Pamuk ก็คงได้

 

เมื่อครั้งที่ผมเขียนถึง The Red-Haired Woman นวนิยายอีกเรื่องหนึ่งของแก ผมเคยพูดทำนองว่า จุดหนึ่งที่ผมออกจะรำคาญ Pamuk อยู่สักหน่อย คือความเยิ่นเย้อและหวงของ จนแทนที่แกจะเฉือนเนื้อหาส่วนที่ไม่ค่อยจะสำคัญ Pamuk กลับหมกมุ่นกับการขยายรายละเอียดซ้ำๆ แน่ล่ะครับว่าแรกๆ มันก็เพลิดเพลิน และตื่นตากับความอุตสาหะนี้อยู่หรอก แต่พอเจอบ่อยเข้าก็ชวนให้หมดแรงอยู่เหมือนกัน ใครที่เคยได้อ่าน The Museum of Innocence (พิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสา) อาจพอจับสังเกตได้นะครับ ว่าแม้จะเข้าใจถึงเจตนาที่ Pamuk ต้องการฉายไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง Kemal กับ Fusun สักเพียงใด แต่บางครั้งไอ้ความรู้สึกหนืดหนาดก็เล่นงานซ้ำๆ  จนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนื่อยจนต้องพักหายใจ

 

แต่น่าแปลก – ที่สำหรับผม – ความละเอียดลออของนักเขียนตุรกีผู้ยิ่งใหญ่กลับทำงานต่างกันออกไปใน A Strangeness in my Mind และแม้เนื้อหาของเล่มนี้ ถ้าเทียบกับเล่มก่อนๆ ของ Pamuk อาจไม่ถึงกับเข้มข้น หรือหนักข้อในทางการเมืองเท่า แต่จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ผมตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้เสียเต็มเปา คือหัวใจรักต่อตุรกีของเขา ที่ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวได้อย่างลุ่มลึก บริสุทธิ์ และจริงใจ

 

A Strangeness in my Mind เล่าเรื่องของ Mevlut เด็กชายจากชนบทผู้เดินทางมายังอิสตันบูลในช่วง 1960s

 

ในฐานะพ่อค้าเร่ หอบขายโยเกิร์ต และ Boza (เครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ผลิตจากการหมักข้าวสาลี ในอดีตเคยเป็นที่นิยมอย่างมากในแถบตุรกี คาซักสถาน และแอลเบเนีย) 4 ทศวรรษนับแต่น้อย เด็กน้อยที่ค่อยๆ เติบใหญ่ขึ้นทุกวัน ได้ซอกแซกไปตามตรอกซอยซอยของอิสตันบูล สอดส่องชีวิตประจำวันของคนอื่น ลอบฟังเสียงซุบซิบนินทาที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับเขานัก ผ่านสายตาและการรับรู้ของ Mevlut ที่ Pamuk ได้บอกเล่าประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลอย่างสนุกและเต็มไปด้วยมนตร์ขลัง ครั้งหนึ่งเราอาจเคยได้เห็นพัฒนาการของตุรกีผ่านปากคำของชนชั้นสูงอย่าง Kemal ในนิยายเรื่องก่อนของเขา แต่คราวนี้เป็นทีของพ่อค้าเร่ที่ถ่ายทอดความเป็นไปของประเทศให้เราฟัง

 

ในทางหนึ่งเราอาจเรียก A Strangeness in my Mind ว่าเป็นการบอกเล่าประวัติศาสตร์จากชนชั้นล่างก็ย่อมได้ ผ่านช่วงชีวิตที่ต้องคอยดิ้นรนต่อสู้ไม่เพียงแต่กับอำนาจรัฐ แต่ยังมีความระส่ำระสายของสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าของ Mevlut รวมถึงสงครามที่สร้างความเสียหายอย่างไม่บันยะบันยังให้กับคนตัวเล็กๆ

 

สำหรับ Pamuk อิสตันบูลในนวนิยายแต่ละเรื่องให้ภาพที่แตกต่าง และสะท้อนประเด็นจำเพาะอย่างน่าสนใจ เราเคยเห็นเมืองๆ  นี้ในบรรยากาศอันโศกเศร้า เปลี่ยวเปล่า และทะมึนทึมใน Istanbul: Memories and the City เราเคยเห็นเมืองนี้ ผ่านความฟุ้งเฟ้อ เพ้อฝันใน The Musuem of Innocence ส่วนในเรื่องนี้ อิสตันบูลคือภาพแทนของเมืองที่กำลังเติบใหญ่อย่างคล้ายจะไม่มีสิ้นสุด เมื่อประชนกรต่างหลั่งไหลมาตั้งถิ่นฐานในเมืองแห่งนี้ เพียงไม่กี่ทศวรรษ จำนวนประชาชนพุ่งขึ้นจาก 3 ล้าน สู่ 13 ล้าน พร้อมกับที่การถะถั่งเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตก ได้ค่อยๆ กลืนกินธรรมเนียมเก่าๆ และปลิดชีวิตของตึกและอาคารเก่าๆ ไปอย่างรวดเร็ว

 

อาจกล่าวได้ว่า การปะทะกันระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่คือประเด็นหลักของเล่มนี้ โดย Pamuk ไม่เพียงแสดงความเปลี่ยนแปลงของตุรกีผ่านการเติบโตขึ้นของเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการหล่นหายไปของวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตต่างๆ จากการมาถึงของเทคโนโลยี และสิ่งใหม่ๆ เช่นกันกับ Boza ที่ Mevlut ขาย จากเครื่องดื่มที่ครั้งหนึ่งเคยฮิต ก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป จากที่ครั้งหนึ่ง เขาเคยเลี้ยงชีวิตได้อย่างไม่อยากเย็นอะไร แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาของยุคสมัย ก็ส่งให้ Mevlut ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง สินค้า รวมถึงเส้นทางที่เดินขายอย่างจำยอม

 

A Strangeness in my Mind คือจดหมายรักของ Pamuk ต่ออิสตันบูลก็ว่าได้ครับ และอาจเป็นครั้งแรกท่ามกลายนิยายเล่มหนาๆ ที่ผ่านมาของเขา ที่เราอาจพูดว่า ‘รัก’ กับตัวละครหนึ่งๆ ได้อย่างเต็มปาก Mevlut ถูกพูดถึงผ่านตัวละครหนึ่งในเรื่องว่า ‘เพี้ยนๆ อยู่สักหน่อย แต่เขาเป็นคนดีมีน้ำใจทีเดียวเลย’ พูดได้ว่า Mevlut เป็นตัวละครที่เขียนขึ้นเพื่อเป็นที่รักจากผู้อ่าน เด็กหนุ่มชนชั้นล่างผู้ใช้ชีวิตไปอย่างเรื่อยเจื้อยราวกับคนนอกของสังคม ไม่สลักสำคัญ หรือน่าจดจำใดๆ แต่นั่นแหละที่ทำให้เราสามารถรัก Mevlut ได้ จากความเรียบง่าย ธรรมดา และไม่ค่อยจะหวือหวาของเขา

 

ผมเชื่อไปเองว่าแฟนๆ ของ Orhan Pamuk ไม่น่าจะผิดหวังกับนวนิยายเล่มนี้ แต่ถ้าใครที่ยังไม่เคยอ่านผลงานของนักเขียนตุรกีท่านนี้ A Strangeness in my Mind ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลยครับ คุณอาจเจอกับประเด็นการเมืองบ้าง แต่ไม่ถึงกับหนักหนาเท่า Snow หรืออาจเจอกับประเด็นความรักบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับพร่ำเพ้ออย่าง The Museum of Innocence เป็นความพอดีที่ลงตัว ถ้าเป็นอาหาร หนังสือเล่มนี้ก็คงเป็นความหวานอ่อนๆ  ที่แซมด้วยรสเปรี้ยว แต้มด้วยรสขมเล็กๆ แต่อร่อยกำลังดี ต่อให้อ่านจบหรือทานหมดจานแล้ว ก็สามารถกลับมาซ้ำอีกสักที สองที ได้โดยไม่นึกเบื่อเลยครับ

 

 

Share This!
  • 222
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    222
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed