Logan : การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของวูล์ฟเวอรีน

บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ

1. ท่ามกลางกระแสต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในฮอลลีวูดที่มีให้ได้เห็นอยู่เรื่อยๆ หรือล่าสุดที่เห็นกันชัดๆ ก็ในงานประกาศรางวัลออสการ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผ่านมุกตลกจิกกัดสารพัด ด้วยความบังเอิญที่ช่างเหมาะเจาะ Logan ก็เป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เรื่องราวของมันช่างสอดพ้องกับกระแสการเมืองในสหรัฐฯ ในอย่างน่าสนใจทีเดียวครับ

 

 

2. อย่างที่รู้กันว่า Logan คือบทสรุปสุดท้ายของตำนานวูล์ฟเวอรีน (ซึ่งรับบทโดยฮิวจ์ แจ๊คแมน) โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ที่มิวแทนต์ล้มหายตายจากไปเกือบหมด เหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่กับความแร้นแค้นเพราะต้องคอยหลบซ่อนตัวเอง โลแกนซึ่งร่างกายเสื่อมถอยลงตามกาลเวลาผันตัวเองมาเป็นคนขับรถลีมูซีนรับจ้าง เก็บเงินหาเลี้ยงตัวเองและ ดร. ชาร์ลส เซเวียร์ ซึ่งเป็นโรคอัลไซเมอร์ โลแกนเชื่อว่าพวกเขาคือมิวแทนต์กลุ่มท้ายๆ ที่ยังเหลือ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พบกับลอร่า เด็กสาวผู้ซึ่งมีกรงเล็บและพลังรักษาตัวเหมือนกับเขา ลอร่าถูกตามล่าโดยกลุ่มทหารรับจ้างและดร.ไรซ์ ผู้สร้างเธอขึ้นมา เป็นเหตุให้โลแกนซึ่งโดยไม่ตั้งใจก็ต้องมาตกระกำลำบากร่วมกับลอร่า เมื่อเขาตกลงจะพาเธอไปส่งที่นอร์ธดาโกต้า รัฐทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ซึ่งลอร่าเชื่อว่าที่นั่นมี ‘อีเดน’ สวนสวรรค์สำหรับมิวแทนต์ที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกลัวการตามล่าหรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ

 

 

3. เสมอมา X-Men คือเรื่องราวของคนนอก พลังพิเศษสารพัดอย่างไม่เคยทำให้พวกเขาได้ยืนอยู่กลางแสงไฟและเสียงชื่นชมดังเช่นเหล่า Avengers เลย หนำซ้ำท่ามกลางเหล่ามิวแทนต์ด้วยกันเองก็ยังมีแต่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พูดในทางหนึ่งคือ ศัตรูของมิวแทนต์ไม่เคยจะเป็นภัยร้ายจากนอกโลก มนุย์ต่างดาว หรืออะไรอย่างนั้น แต่เป็นภัยซึ่งเกิดขึ้นจากมนุษย์ด้วยกัน ด้วยเหตุนี้การต่อสู้แต่ละครั้งจึงไม่ได้เป็นไปในฐานะของการปกป้องมนุษยชาติและโลกมนุษย์ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของฝั่งที่ตัวเองยึดถือ ต่อศรัทธาและอุดมการณ์ มิวแทนต์ต่อสู้เพื่อตัวพวกเขาเอง

ในท่ามกลางมิวแทนต์ซึ่งถือกำเนิดขึ้น โลแกนคือมิวแทนต์ที่ไม่เข้าข่ายอะไรเลยไม่ว่าจะในเชิงความคิด และที่มาของพลัง เขาเป็นมนุษย์กลายพันธ์ผ่าเหล่า เป็นผลลัพธ์ของการทดลองจากน้ำมือมนุษย์ เป็นหลักฐานถึงความอหังการ์ของวิทยาศาสตร์ เป็นคนนอกซึ่งไม่อาจจัดระเบียบได้แน่ชัดว่าเขาชัดเจนอยู่ในเกณฑ์ใด

 

 

4. ในมุมหนึ่ง เราอาจมอง Logan ว่าเป็นหนังซึ่งหยิบเอาเรื่องราวการหลบหนีของทาสในประวัติศาสตร์อเมริกันมาเล่าในบริบทใหม่ โดยตัวลอร่านั้นคือทาสซึ่งกำลังถูกล่าตัวจากนักล่าทาสและเจ้าของทาส (slave hunters & slave master) ซึ่งในที่นี้ก็คือทหารรับจ้าง และ ดร.ไรซ์ ตามลำดับ เป้าหมายของลอร่านั้นคือทางเหนือ เธอต้องการไปให้ถึงที่นั่น ไม่ต่างกับเหล่าทาสซึ่งต้องการหลบหนีจากรัฐทางใต้ (จอร์เจีย ฟลอริด้า) และพาตัวเองไปยัง free states ทางเหนือ (นิวยอร์ก แมสซาชูเซต) เพื่อที่พวกเขาจะได้ปลดปล่อยตัวเองจากฝันร้ายของการเป็นทาสไปเสียที

คอนเซปต์เรื่องอีเดนของลอร่าเองก็คล้ายกันกับ free states นี่แหละครับ นั่นคือมันเป็นพื้นที่ซึ่งพวกเขาเองไม่เคยเห็น ไม่รู้จัก เคยได้ยินแค่ว่ามันมีอยู่ แต่เพียงเท่านี้ก็พอจะสาดส่องความหวังให้กับชีวิตและการหลบหนีของพวกเขาแล้ว

 

 

5. ในภาคก่อนๆ แมกนีโตคือผู้นำมิวแทนต์ที่เชื่อว่า มนุษย์กลายพันธ์คือหลักฐานต่อทฤษฎีวิวัฒนาการและตอกย้ำว่าพวกเขาซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายนี่แหละคือผู้แข็งแกร่ง และมนุษย์ธรรมดานั้นอ่อนแอเพราะการไม่ยอมปรับตัว หากแต่แนวคิดนี้กลับถูกลบหายไปใน Logan เมื่อมิวแทนต์ในภาคนี้ถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดของผู้สร้าง พลังพิเศษซึ่งมีติดตัวนั้นไม่ได้ผลักให้พวกเขาเหนือกว่ามนุษย์ แต่กลับจะสร้างบาดแผล และคอยตอกย้ำถึงสถานะความเป็นคนนอก คนชายขอบ และความเป็นชนกลุ่มน้อยของพวกเขา (marginal/minority) มนุษย์กลายพันธ์คล้ายจะเป็นผลผลิตอันผิดพลาดของพระเจ้า เป็นบ่าวซึ่งถูกทอดทิ้ง

โลแกนและชาร์ลสคือผู้หลงเหลือสุดท้าย พร้อมกับศรัทธาต่อพระผู้สร้างที่ค่อยๆ เสื่อมสลายไป และซึ่งการปรากฏตัวของลอร่านั้นทีแรกก็คล้ายว่าจะชุบชูความเชื่อต่อพระเจ้าให้คืนกลับ แต่แล้วเมื่อความจริงเปิดเผยว่า ลอร่าเป็นเพียงประดิษฐกรรมของมนุษย์ซึ่งต้องการสร้างมนุษย์กลายพันธ์ขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธเท่านั้น ความจริงนี้จึงเท่ากับการล้มล้างทฤษฎีที่ว่า พลังพิเศษของมิวแทนต์คือพรจากฟ้า นั่นเพราะไม่จำเป็นต้องรอให้กลไกธรรมชาติ หรือปาฏิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้นมา ด้วยวิทยาการของมนุษย์เองก็สามารถจะลัดขั้นตอนและรุดหน้าสร้างมิวแทนต์ขึ้นมาเองได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ในฉากสุดท้ายของเรื่องซึ่งลอร่ากลับไม้กางเขนลงเพื่อเปลี่ยนมันเป็นรูปตัว X จึงเท่ากับการปฏิเสธพระเจ้า เลือกจะทิ้งสัญลักษณ์ของพระเจ้า และหันมาเชิดชูเครื่องหมายของเอ็กซ์เมนแทน

 

 

6. เอเดน ในความหมายของลอร่าจึงเป็นคนละความหมายกับเอเดนในสวนสวรรค์ มันไม่ใช่พื้นที่ซึ่งบริบูรณ์พร้อมเสร็จสรรพ และรอคอยเพียงมิวแทนต์จะเข้ามาอาศัยอยู่ แต่มันคือพื้นที่ซึ่งเธอจำเป็นต้องสร้างมันขึ้นมาเองด้วยแรงและกำลัง เพียงแต่เงื่อนไขสำคัญคือมันต้องถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ซึ่งให้ความคุ้มครองเธอได้จากอันตรายทั้งปวง แม้ในช่วงหนึ่งลอร่าจะพูดถึงดินแดนนี้ว่าคือนอร์ธดาโกต้า แต่สักพักหนึ่งมันก็ถูกเรียกด้วยอีกชื่อว่า ‘border’ หรือชายแดน

 

การข้ามพ้นชายแดนคือสิ่งซึ่งเธอปรารถนา ด้วยเพราะสิ่งซึ่งจะการันตีว่าเธอปลอดภัยได้ก็คือเส้นแบ่งสมมติที่ว่านี้ หากเราลองเพ่งพินิจเรื่องนี้ด้วยแว่นการเมือง จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ลอร่าต้องการก็คือการหลบหนีไปยังอีกประเทศหนึ่งที่ซึ่งอำนาจรัฐจะไม่อาจย่างกรายเข้ามาได้ มันคือความต้องการที่จะทิ้งประเทศหนึ่งเพื่อไปอยู่ในอีกประเทศที่เธอเชื่อมั่นไม่ว่าจะในด้านของสวัสดิการ ความคุ้มครอง และเสรีภาพในการมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าเธอจะเป็นมนุษย์ หรือมิวแทนต์ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกัน หรือเป็นผู้ถือสัญชาติไหน หรือศาสนาใดก็ตาม

 

คาลิล พิศสุวรรณ
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed