จาก ‘ถั่วดำ’ สู่ ‘Santorum’

มันน่าตกใจมาก ที่คำเรียกเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายด้วยกัน ประเภท ระเบิดถัง สายเหลือง กลายมาเป็น hashtag เกร่อบ้านเกร่อเมือง ใช้ในรายการทีวีวิทยุอย่างเอิกเกริก เพื่อสร้างความบันเทิงเรียกเสียงฮา เอาเข้าจริง…มันไม่ขำ

 

อย่างตั้งใจ มันถูกใช้ล้อเลียนชายรักเพศเดียวกัน ราวกับว่าเพศสัมพันธ์ของเกย์ผูกพันกับสิ่งสกปรก ของเสีย ปฏิกูลมูลขี้ เพราะ ‘สายเหลือง’ ไม่ได้หมายถึงระดับขั้นของศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของเกาหลีที่เรียกว่า เทควันโด หรือสีฉี่คนกินน้ำน้อยหรือเป็นดีซ่านแต่อย่างใด หากแต่หมายถึงอุจจาระ หรือพูดสั้นๆ ว่า ขี้ สายเหลืองจึงมีนัยยะเดียวกับระเบิดถังขี้ หรือขุดทอง

 

ไม่ได้ปฎิเสธว่า ก่อนหน้านั้นมันก็มีคำว่า ‘แจกทอง’ ที่บรรดาเกย์เก้งกวางทั้งหลายก็ใช้กันอย่างตลกขบขันมาก่อน แต่นั่นก็เป็นคำเฉพาะกลุ่มในวัฒนธรรมย่อยของเกย์กะเทยเอง ที่ใช้กับสถานการณ์พลาดเท่านั้น ไม่ใช่ความหมายทั้งหมดทั้งมวลของการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เหมือนที่คนรักต่างเพศมักเรียกล้อเลียนทำให้เป็นตัวตลก

เพราะอย่างไรก็ตามการเลอะอึก็ไม่น่าพิสมัย ไม่ว่าจะเพศสภาพเพศวิถีใดก็ตาม การนำสิ่งไม่น่าพิสมัยเช่นขี้ไปเป็นสัญลักษณ์ให้กับเพศใดเพศหนึ่งจึงอีกเป็นอีกรูปแบบนึงของความรุนแรง ที่จะบอกว่าแค่หยอกล้อก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ฟังขึ้น ทว่าสังคมที่คุ้นชินกับการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ไม่เข้าใจความเสมอภาพ การดูถูกดูแคลนไม่เพียงถูกทำให้เป็นเรื่องปรกติธรรมดา ยังทำให้เป็นเรื่องขำขันน่าหัวเราะ

 

หากสังคมยอมรับความหลากหลาย เคารพเพศวิถีเพศสภาพที่แตกต่างกัน ก็คงไม่มีความพยายามผลิตคำเรียกพฤติกรรมทางเพศของคนอื่นเพื่อล้อเลียนถากถางด่าทอ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน

 

ย้อนไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2541 ประเทศไทยได้รู้จักคำว่า ‘ตุ๋ย’ ในนามของการร่วมเพศทางทวารหนักของผู้ชายด้วยกันก็จากข่าวการจับกุมกิจการขายบริการทางเพศเด็กชาย จนมีการซัดทอดไปยังรายชื่อลูกค้าคนสำคัญมีนามกรว่า ‘ตุ๋ย’ ซึ่งในช่วงแรกของการสอบสวนจับกุมเข้าใจว่าเป็น สส.พรรคการเมืองใหญ่ แต่ไปๆมาๆ กลายเป็นชื่อเล่นข้าราชการคนสำคัญแทน ซึ่งหนังสือพิมพ์ก็เพียรผลิตซ้ำพาดหัวข่าวตุ๋ยแล้วตุ๋ยเล่า ตุ๋ยกันแม่งทุกฉบับทุกสำนักพิมพ์

“ส.ส. ตุ๋ยโล่งไม่เกี่ยว ‘ด.ช.เหยื่อกาม’ ‘ปราโมทย์’ แต่งเงียบเศรษฐินีภูเก็ต, ส.ส. ‘ตุ๋ย’ ปชป.โล่งอก เด็กชายเหยื่อเอเย่นต์ค้ากามวิตถาร ชี้บ้านที่ใช้เป็นวิมานฉิมพลีแล้วไม่เกี่ยวข้องกับคนประชาธิปัตย์ เผย ’ปราโมทย์ สุขุม’ หนึ่งในส.ส. ที่ชื่อเล่นตุ๋ย แต่งงานเงียบๆ กับเศรษฐินีภูเก็ต (อ่านหน้า 20)” และเมื่อพลิกไปหน้า 20 หัวข้อข่าวนี้ก็คือ “ส.ส. ตุ๋ย” โดดเด่นเป็นสง่า[1]

และในวันต่อมา แจ้งจับ ‘ตุ๋ย’ ซี8 สำนักงบฯ อัดถั่วดำ ‘เด็ก’ เผ่นหนี-โทษหนักคุก10ปี[2]

และในวันต่อมาอีกเช่นกัน เหยื่อ ‘ตุ๋ย’วัย 14โผล่อีก! ตร.เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม[3]

สำนักข่าวอื่นก็ใช่ย่อย แฉหมดเปลือก! ลีลากาม ตุ่ยถั่วดำชวนสยิว[4]

 

และในเดือนเดียวกันก็มีข่าวครูหนุ่มมีเพศสัมพันธ์กับนักเขียนชาย หนังสือพิมพ์เลยสถาปนาเรียกคุณครูคนนั้นว่า ‘ครูตุ๋ย’ [5] และเกย์ก็มี synonym เพิ่มก็คือคำว่า ‘ตุ๋ย’ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาเหมือนกับที่หนังสือพิมพ์ที่จ่าหัวข่าวว่า

“สกู๊ปพิเศษวันอาทิตย์ เปิดบริสุทธิ์ ‘สังคมตุ๋ย’ ล่าเหยื่อสังเวย ‘กาม’ วิปริตจิตวิตถาร (อ่านรายละเอียด น. 4)”

และเมื่อพลิกไปหน้า 4 สกู๊ปข่าวก็เริ่มด้วย “เปิดม่าน ‘สังคมเกย์’ จำแนกชายประเภท 2 ภาษาตุ๋ยๆ[6]

บางสำนักพิมพ์ก็ใช้เป็นคำประสมคำซ้อนไปเลยว่า ‘ตุ๋ยถั่วดำ’[7]

…ดีออก

 

‘ถั่วดำ’ ก็มีกำเนิดเช่นเดียวกับ ‘ตุ๋ย’ เพียงแต่ต่างวาระ ต่างกรรมต่างเวรเท่านั้น หลังจากหนังสือพิมพ์ในพ.ศ. 2478 ได้นำเสนอการทลายซ่องของคุณถั่วดำ ที่บริการทางเพศให้กับผู้ชายด้วยกันโดยให้เด็กชายสำเร็จความใคร่ให้ กลายเป็นข่าวครึกโครม และชื่อเล่นว่าถั่วดำก็กลายเป็นตำนาน เป็นที่จดจำของผู้คนทั่วไปในนาม ‘อัดถั่วดำ’

‘ตุ๋ย’ และ ‘ถั่วดำ’ ไม่ใช่การนำชื่อมาใช้เรียกกามกิจเพื่อเป็นเกียรติเป็นศรี เหมือนการนำชื่อบุคคลสำคัญหรือผู้ค้นพบทฤษฎีสิ่งของปรากฏการณ์มานิยาม ไม่เหมือนชื่อถนนวิภาวดี รังสิต, ไม่เหมือน ดาวหางแฮลลีย์ (Comet Halley) ที่ตั้งตามชื่อคนแรกที่สามารถคำนวณคาบโคจรและทำนายการปรากฏตัวได้อย่างแม่นยำ เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ (Edmond Halley), หรือเรียกกระบวนการทำลายเชื้อแบคทีเรียว่า ‘พาสเจอร์ไรซ์’ ที่คิดค้นวิธีการโดยหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) หากแต่เพื่อนำมาล้อเลียน เหยียดหยาม ตีตราว่าความวิปริตวิตถารทางเพศอย่างหนึ่ง

 

และเพื่อให้บทเรียนว่าเราไม่ควรดูถูกดูแคลนแสดงความรังเกียจในสิ่งที่ใครคนหนึ่งเลือกจะเป็น เมื่อ Rick Santorum ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาสังกัดพรรค Republican จาก Pennsylvania ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Associated Press เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2003 ซึ่แสดงทัศนคติ (โดยมีใจความหลักที่ไม่หลุดไปจากบริบท) ว่า กฎหมายที่กำหนดให้รักเพศเดียวเป็นอาชญากรรมก็มีจุดประสงค์ของมัน เพราะเพศวิถีนี้บ่อนเซาะทำลายหลักของสังคมและครอบครัว ถ้าศาลสูงบอกว่า เพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันทำได้ด้วยความยินยอมภายในบ้านแล้วไม่ผิด การคบชู้ แต่งงานซ้อน สมสู่ร่วมสายโลหิตก็ทำได้ถ้าทำภายในบ้านได้ไม่ผิด แม้ว่ามันจะเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลก็จริงแต่มันก็ถูกขยายมากขึ้น จนเป็นอุปสรรคขัดขวางและทำลายครอบครัวตามขนบจารีตที่มั่นคงและมีสุขภาวะที่ดี มากไปกว่านั้นเขายังแสดงความเห็นว่าการแต่งงานนั้นก็เพื่อชายกับหญิง เป็นเช่นนี้มายาวนานในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพื่อพวกรักเดียวกัน ไม่เช่นนั้นมันก็จะขยายความหมายมากขึ้น ไปจนถึงเด็กกับผู้ใหญ่ คนกับหมา[8]

 

Dan Savage คอลัมนิสต์ชื่อดังและนักกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อ LGBT จึงโต้ตอบในเดือนถัดมาด้วยการประกวดนิยามความหมายใหม่ของ Santorum ในคอลัมน์ของนางเอง แล้วเลือกความหมายที่ชนะการประกวดได้แก่ “the frothy mixture of lube and fecal matter that is sometimes the byproduct of anal sex” อันแปลได้ว่า ‘แจกทองแถมเจล’ เพื่อเป็นการปาขี้เชิงสัญลักษณ์ และ Santorum ในความหมายใหม่นี้ได้กลายคำที่มียอดค้นหาสูงสุดแห่งปี ในหลายๆ search engine ทั้ง Google, Yahoo!, และ Bing แซงหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของวุฒิสมาชิกไปชนิดไม่เห็นฝุ่น กลายเป็นที่จดจำของมหาชน

 

ใครที่เที่ยวไปเรียกคนนั้นคนนี้ว่า ระเบิดถัง ขุดทอง สายเหลือง ก็ระวังตัวให้ดีละกัน…

 

 

 

Illustration by Namsai Supavong

[1] มติชน เสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2541 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7282

[2] มติชน อาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2541 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7283

[3] มติชน เสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2541 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7289

[4] ไทยรัฐ ปีที่ 49 ฉบับที่14636 จันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2541

[5] มติชน เสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2541 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7296

[6] มติชน อาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2541 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7297

[7] ไทยรัฐ ปีที่ 49 ฉบับที่14640 ศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2541 น. 12

[8] “Excerpt from Santorum interview”. USA Today. April 23, 2003. 

Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed