เกย์ม้าน้ำ ปลาหมึกแถวบน เกย์หมี รับแมนๆ รุกออกสาว
เหล่านี้เป็นคำศัพท์ที่สมาชิกภายในชุมชนเกย์นิยามขึ้นมา เพื่อจัดประเภทกลุ่มเกย์ผ่านลักษณะบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา บุคลิกภาพ วิธีการแสดงออกทางเพศ ไปจนถึงบทบาทบนเตียง
การกำเนิดศัพท์แสงสำหรับนิยามลักษณะของเกย์ไม่ได้มีแค่เพียงในชุมชนเกย์บ้านเราเท่านั้น หากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปในระดับโลก บทความบนเว็บไซต์ Grindr แอปพลิเคชั่นหาคู่ยอดนิยมในหมู่ชายรักร่วมเพศ พูดถึงคำนิยามที่ใช้จัดประเภทของเกย์ออกเป็นหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ‘เกย์หมี (Bear)’ สำหรับเรียกเกย์ที่มีลักษณะร่างกายอ้วนท้วมหรือมีกล้ามเนื้อหนา ‘เกย์นาก (Otter)’ ใช้เรียกเกย์ที่มีลักษณะร่างกายเพรียวบางและมีขนเยอะ ‘จ็อก (Jock)’ เกย์ที่เล่นกีฬาหรือชอบออกกำลังกาย ‘ทวิงค์ (Twink)’ เกย์ทีมีรูปร่างผอมบางหรือสมส่วน เป็นต้น
เมื่อมีการแบ่งประเภท ก็ย่อมมีการจัดอันดับตามมา เพราะทันทีที่เกิดการแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนกลุ่มหนึ่งกับอีกกลุ่มหนึ่ง เราก็มักเริ่มเปรียบเทียบพวกเขาไปพร้อมกันว่าใครน่าดึงดูดกว่า ใครเป็นที่ต้องการมากกว่า หรือแม้แต่ใครควรได้รับการยอมรับมากกว่ากัน
ซึ่งภาพของการแบ่งประเภทเกย์และการจัดอันดับตามความนิยมในชุมชนนี้ อาจกำลังสะท้อนให้เราเห็นถึงกรอบคิดบางอย่างที่มีอิทธิพลเหนือชุมชนผู้มีความหลากหลายนี้อยู่ก็ได้
เกย์ การจัดหมวดหมู่ และระบบทุนนิยม
เมื่อการสร้างนิยามคำศัพท์ต่างๆ ขึ้นมาภายในชุมชนเกย์ ไม่ใช่เพียงแค่การจัดประเภทของคนในชุมชนด้วยกันเองเท่านั้น ทว่ายังแฝงไปด้วยการสร้างคุณค่าที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มคนด้วย
ลองนึกถึงเวลาที่เราเดินเลือกซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า แม้จะเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน แต่เราก็มักหยิบหลายชิ้นมาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ ทั้งราคา คุณภาพ หรือคุณสมบัติเฉพาะ ก่อนจะตัดสินใจเลือกชิ้นใดชิ้นหนึ่งกลับบ้าน กระบวนการนี้เองคือการที่เรากำลังมอบคุณค่าให้แก่สินค้าบางชิ้นมากกว่าชิ้นอื่น โดยคุณค่านั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและความคาดหวังของผู้เลือกซื้อเป็นสำคัญ
หากมองในภาพใหญ่มากขึ้น กระบวนการนี้จึงไม่ต่างอะไรจากการทำงานของ ‘ระบบทุนนิยม’ ที่พยายามสร้างคุณค่าให้แก่สิ่งของต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้เลือกหยิบกันได้อย่างอิสระ ภายใต้ระบบนี้ ความแตกต่างไม่ได้เป็นเพียงคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งของ แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างสถานะและลำดับชั้นขึ้นมาด้วย หากสิ่งใดที่สอดคล้องกับรสนิยม ความนิยม หรือความต้องการของคนจำนวนมาก ก็มักได้รับการยกย่องมากกว่า ขณะที่สิ่งซึ่งอยู่นอกกระแสก็มักถูกลดทอนความสำคัญลงไปโดยปริยาย
เมื่อเปลี่ยนจากสิ่งของเป็นผู้คน ‘ภาพพีระมิดของระบบทุนนิยม’ จึงเป็นภาพสะท้อนกระบวนการทำงานและผลลัพธ์ของระบบทุนนิยมได้อย่างชัดเจนที่สุดภาพหนึ่ง เมื่อมีการจัดแบ่งหมวดหมู่และการมอบคุณค่าที่แตกต่างกันโดยสังคมหรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งแล้ว ผู้คนที่ถูกแปะป้ายคุณค่าย่อมไม่เท่าเทียมกัน และจะทยอยถูกคัดสรรไปอยู่ตามลำดับชั้นที่เหมาะสมของแต่ละคน ใครที่ถูกมองว่าด้อยกว่าก็อยู่จุดล่างสุดของสังคม คุณลักษณะแบบไหนที่สังคมต้องการมากที่สุด ก็ก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด
ฉะนั้นแล้ว การเกิดขึ้นของศัพท์แสงต่างๆ เพื่อใช้แบ่งประเภทคนในชุมชนเกย์ จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมอันเป็นแนวคิดหลักที่กำลังครอบงำความคิดของสังคมและโลกสมัยใหม่ เพราะมนุษย์ต่างก็มีความต้องการเฉพาะบุคคล นั่นจึงนำไปสู่การสร้างนิยามบางอย่างขึ้นมา เพื่อให้ความหมายและมอบคุณค่า ซ้ำยังใช้สำหรับขีดเส้นแบ่งความแตกต่างของเกย์ในชุมชนเดียวกันเองด้วย

ทั้งนี้ จะบอกว่าอัตลักษณ์ความเป็นเกย์และทุนนิยมไม่ได้เพิ่งมามีความสัมพันธ์ร่วมกันหลังจากที่มีการนิยามคำศัพท์เหล่านี้ขึ้นมา แต่มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันมานานแล้ว จอห์น ดี’เอมิลิโอ (John D’Emilio) ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์สตรีศึกษาและเพศศึกษา ผู้เขียนวิพากษ์ระบบทุนนิยมและอัตลักษณ์ของเกย์ ได้เสนอไว้ว่า ทุนนิยมมีส่วนทำให้เกิดอัตลักษณ์ความเป็นเกย์ขึ้นมา แม้ความปรารถนาในเพศเดียวกันจะอยู่ควบคู่สังคมเรามานาน แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยออกมาได้ เพราะก่อนหน้านี้สังคมให้ความสำคัญกับครอบครัวในฐานะหน่วยผลิตทางเศรษฐกิจ งานและเงินมาจากครอบครัว ดังนั้นการสร้างครอบครัวจึงเป็นเป้าหมายหลักของสังคม แต่เมื่อทุนนิยมเริ่มมีบทบาท ระบบค่าจ้างเริ่มเข้ามาแทนที่การหาเลี้ยงแบบครอบครัว ผู้คนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่นอีกต่อไป จึงเริ่มมองหาความเป็นปัจเจกกันมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือสุขทางเพศของตัวเอง อันเป็นการปูทางไปสู่การเกิดขึ้นของ ‘อัตลักษณ์ความเป็นเกย์’ ในสังคม
ฟังดูเหมือนทุนนิยมจะมีคุณูปการต่อชุมชนเกย์ แต่ในความเป็นจริงทุนนิยมไม่ได้หยุดแค่นั้น ระบบนี้ค่อยๆ มีอิทธิพลต่อชุมชนมากขึ้น ผ่านการสร้างพื้นที่ของตลาดและการแข่งขัน จนอัตลักษณ์ ตัวตน และคุณลักษณะบางอย่างของผู้คนเริ่มถูกทำให้มีมูลค่าแตกต่างกันไป ภายใต้กลไกที่มองทุกสิ่งผ่านเลนส์ของคุณค่า ความต้องการ และความนิยม จนในที่สุด ตัวตนของผู้คนเองก็อาจถูกปฏิบัติราวกับเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ต้องนำเสนอจุดเด่นบางอย่าง เพื่อให้ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการในตลาดแห่งความปรารถนานี้
บทสัมภาษณ์หนึ่งบน BBC สำนักข่าวสัญชาติอังกฤษ ได้พูดถึงภาพมองของคนในชุมชนต่อแอปพลิเคชั่นหาคู่ เอาไว้ว่า ใน Grindr (แอปฯ หาคู่ของเกย์) เราทุกคนจะเป็นเหมือนสิ่งของสำหรับคนอื่นๆ ไม่ต่างจากเวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ ที่เราจะต้องสร้างโปรไฟล์ดีๆ ลงรูปที่คนอื่นต้องการจะเห็น เพื่อดึงดูดให้คนกดเข้ามาทำความรู้จัก
จากตัวอย่างบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนมากขึ้นว่า การจัดหมวดหมู่แบ่งประเภทเกย์ เพื่อสร้างคุณค่าบางอย่างในตัวบุคคล ไม่ได้เป็นเพียงภาษาที่ใช้เรียกกันเล่นๆ ภายในชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้คนถูกมองผ่านคุณลักษณะบางอย่างที่สามารถนำมาเปรียบเทียบ จัดลำดับ และประเมินคุณค่าได้ คล้ายกับสินค้าที่ถูกวางเรียงอยู่บนชั้นวาง รอให้ผู้คนตัดสินใจว่าอะไรน่าสนใจ อะไรเป็นที่ต้องการ และอะไรควรถูกมองข้าม
เมื่อคำศัพท์เหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่บอกว่าใครเป็นใคร แต่ใช้สร้างภาพจำ ค่านิยม และคุณค่าบางอย่าง คำถามที่น่าสนใจถัดไป คือการตั้งชื่อและจัดประเภทผู้คนเช่นนี้ส่งผลอะไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนบ้าง?

มิเชลต์ ฟูโกต์ (Michel Foucault) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ไม่ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวอัตลักษณ์ทางเพศหรือการนิยามคำศัพท์เกี่ยวกับเพศโดยตรง หากเขาได้ตั้งคำถามเอาไว้ว่า เหตุใดสังคมจึงชอบจัดหมวดหมู่ผู้คน และการตั้งชื่อเรียกเหล่านั้นส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจในสังคมอย่างไรบ้าง ซึ่งฟูโกต์ไม่ได้มองการนิยามและการจัดประเภทในฐานะการอธิบายความแตกต่างที่มีอยู่ตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เขามองเป็นกระบวนการการสร้างความหมาย พร้อมกับเป็นตัวกำหนดว่าใครอยู่ในกลุ่มไหน และใครถูกมองว่าแตกต่าง ดังนั้น การนิยามความหมายอะไรสักอย่างขึ้นมา ย่อมหมายถึงการดึงเอาคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาอยู่ข้างใน และผลักไสอีกกลุ่มออกไปข้างนอก
ฉะนั้น หากมองผ่านเลนส์แบบฟูโกต์ เราก็จะเห็นว่าวัฒนธรรมการจัดประเภทชุมชนเกย์ ด้วยการใช้คำอย่าง เกย์หมี ทวิงค์ หรือรับออกสาว กำลังค่อยๆ ขีดเส้นแบ่งลำดับของเกย์ ยิ่งในโลกที่หมุนด้วยระบบทุนนิยมด้วยแล้ว ก็ยิ่งส่งเสริมให้เส้นแบ่งนี้ชัดเจนมากขึ้น
แล้วเส้นแบ่งนี้กำลังกระทบต่อชุมชนเกย์อย่างไร งานวิจัยเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อเกย์ที่แสดงออกแบบผู้ชายและเกย์ที่แสดงออกแบบผู้หญิง ของ เบน เจอร์ราร์ด (Ben Gerrard) นักวิจัยด้านจิตวิทยา ซึ่งได้ทำการสอบถามกับ ผู้ชาย 256 คน โดยมีครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มชายรักชาย อีกครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มชายรักต่างเพศ พบว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักชอบเกย์ที่แสดงพฤติกรรมเหมือนชายแท้มากกว่า ขณะเดียวกัน การแสดงออกแบบผู้หญิงก็อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการก้าวหน้าของเกย์ในสังคมด้วย เพราะจากการสำรวจแล้ว สถานะความเป็นชาย ยังคงถูกทำให้อยู่สูงที่สุดอยู่
สิ่งที่น่าสนใจจากประเด็นนี้คือ ลำดับชั้นทั้งหมดนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยคนภายนอกชุมชนเพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งมันกลับเป็นผลผลิตที่ส่งต่อกันเองภายในชุมชนเกย์ด้วยกันเอง ผ่านทั้งการเลือกคู่ การสร้างภาพจำในสื่อ ตลอดจนการกำหนดว่าเกย์แบบใดคือเกย์ที่น่าปรารถนา และเกย์แบบใดควรถูกผลักไปอยู่ชายขอบ
เพราะการมีมูลค่าที่แตกต่างกัน คือแก่นสำคัญที่ทำให้คุณค่าของคนเราไม่เท่ากัน นี่จึงถือเป็นหนึ่งในผลกระทบของการอยู่ภายใต้กรอบของระบบทุนนิยมที่กำลังทำให้เรามองคนเป็นสินค้า และแบ่งแยกชนชั้นระหว่างกัน ทั้งที่ความจริงแล้วเราต่างก็เป็นคนในชุมชนเดียวกันเอง
เราจะเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศจากสังคมได้อย่างไร หากคนภายในชุมชนยังไม่เท่ากันเลย
อ้างอิงจาก