แค่ Outdoor ไม่น่าจะ Outlaw

ซอยเปลี่ยว ใต้ทางด่วน สะพานลอยตอนดึก สวนหย่อมสวนสาธารณะย่ำค่ำ ห้องน้ำผับ ส้วมปั๊มน้ำมัน บันได้หนีไฟ ตึกร้าง ลานจอดรถ ห้องอบไอน้ำ โรงหนัง สระว่ายน้ำ ดาดฟ้า ชายหาด น้ำตก …ฮั่นแน่ รู้นะคิดอะไร มันไม่ใด้มีหน้าที่หรือจุดประสงค์ตามชื่อแค่นั้นหรอก เพราะไม่ว่าเพศวิถี เพศสภาพใด สถานที่เหล่านี้ก็ถูกพวกเขาและเธอแปลงเป็นลานอเนกประสงค์เพื่อความหฤหรรษ์

 

แต่นั้นแหละ หลายคนอาจจะตกใจหงายหลังตึง ว่าไปทำได้ยังไงที่โล่งโจ้งโจ๋งครึ่ม เพศสัมพันธ์ก็ต้องทำกันในที่ลับห้องหับมิดชิดสิยะ ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ อยากตรงไหนก็ทำตรงนั้น ถึงขั้นนอนกลางดิน ‘กิน’ กลางทราย รถติดบ้านไกลก็อดทนหน่อยสิ โรงแรมม่านรูดก็มี ชั่วโมงละไม่กี่ตังค์

แต่นั่นก็เป็นปัญหาทางศีลธรรมและจริตของพวกมนุษย์ในเมือง คนป่าคอนกรีต ที่ไม่ได้ใกล้ชิดสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เรือกสวนไร่นา ที่ ‘เอาท์ดอร์’ ตามสุมทุมพุ่มไม้เกิดง่ายดาย และแทบจะกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เหมือนเอื้อยคำกองกับทิดจุ่นยืนพิงต้นไม้ทำกันริมป่าใน ‘ลูกอีสาน’ (คำพูน บุญทวี, พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2519) เหมือนหนุ่มสาวชาวเขาที่จะจูงมือกันไป ‘ลงข่วง’ นอกบ้าน ใต้แสงจันทร์คืนเดือนหงาย ใน ‘วิถีคนกล้า’ (มาลา คำจันทร์, พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527) นิยายทั้ง 2 เรื่อง สะท้อนสังคม ให้ความรู้วิถีชีวิตชนบทที่คนในเมืองไม่รู้

 

แน่นอน กิจกามกลางแจ้งน่าจะเป็นปัญหาทางศีลธรรมและจริตของพวกไม่อ่านวรรณกรรมไปด้วย

เช่นเดียวกับ ‘ลูกอีสาน’ ที่ได้รับรางวัลซีไรต์พ.ศ. 2522 และ ‘วิถีคนกล้า’ หรือ ‘ลิลิตพระลอ’ ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสร เมื่อ พ.ศ. 2459 ว่าเป็นยอดแห่งลิลิต ในเรื่องนางรื่นนางโรยพี่เลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงธิดาเมืองสรอง ก็เล่นบทอัศจรรย์กับนายแก้วนายขวัญคนรับใช้ของพระลอ กษัตริย์เมืองสรวงกันในสระน้ำ

 

๏ สรงสนุกน้ำแล้วกลับ                สนุกบก เล่านา

สองร่วมใจกันยก                        ย่างขึ้น

ขึ้นพลางกอดกับอก                     พลางจูบ

           สนุกดั่งดินฟ้าฟื้น                         เฟื่องฟุ้งฟองกาม ฯ[1]

 

ก่อนที่ทั้งสี่จะไร่เรียงถามชื่อแซ่กัน

 

โอเค… ลิลิตพระลออ่านยากไป ลองมาอ่านขุนช้างขุนแผนดีกว่า เมื่อขุนแผนขี่ม้าสีหมอกพานางวันทองหนีออกจากบ้านขุนช้างไปอาศัยกลางป่าดิบชื้น ทั้งคู่ก็…

 

๏ ว่ายกระทุ่มเที่ยวท่องในท้องน้ำ             ผุดดำปรีดิ์เปรมเกษมศานต์

หัวเราะซิกซี้กันสำราญ                                       บัวบานเกสรอ่อนลออ

น้ำใสไหลหลั่งศิลาลาด                                       ใสสะอาดจริงจริงหนอเจ้าหนอ

แสนสบายว่ายรี่เข้าคลีคลอ                                 ระริกรี้หัวร่อแล้วหยอกเย้า

ทำยื่นแขนแอ่นอ่อนให้เมียสี                               ไฮ้อะไรขยำขยี้อยู่นั่นเล่า

มิใช่การวานอย่ามาแกะเกา                                เปล่าดอกนั้นผงหรืออะไร

ติดเต้านมน้องอยู่ดำดำ                                      ลูบคลำหัวร่อล้อเป็นไฝ

เอาน้ำสาดนมน้องคะนองใจ                              ไฮ้จู้จี้จ้านรำคาญจริง

ฉันหนาวนักไม่อาบด้วยหม่อมได้                         ขึ้นไปนั่งหัวร่ออยู่บนตลิ่ง

ขุนแผนผลัดผ้าว่าเย็นจริง                                               พาดพิงพาน้องเข้าร่มไทรฯ[2]

 

ไฮ้ !!! ไม่รู้จักอายผีอายสาง

 

เอาเข้าจริง ไม่ว่าจะในป่าเขาลำเนาไพร ชายหาด ซอกหลึบตึก ก็ต้องอาศัยช่วงเวลาโพล้เพล้ แดดร่มลมตก หรือที่ลับตาคน ไม่พลุกพล่าน มันไม่มีใครหรอกที่วันดีคืนดีจะเดินจูงมือดุ่มๆ ไปกลางสี่แยกสาทร-นราธิวาส ห้าแยกลาดพร้าว ช่วงติดไฟแดง เปลื้องผ้าแล้วป้าบๆ กันกลางวันแสกๆ ไม่ใช่ไม่แน่จริง หากแต่มนุษย์ล้วนแต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขบรรทัดฐานทางสังคม ไม่เพียงในระดับวิถีประชามารยาทและศีลธรรมที่หล่อหลอมให้เราขวยเขินไม่กล้าทำ แต่ยังรวมไปถึงในระดับกฎหมาย ที่ถือว่าเป็นการกระทำอนาจารมีบทลงโทษชัดเจน

“ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท”

ทว่ากฎหมายดังกล่าวมันก็คลุมเครือ อันเนื่องมาจากความพร่าเลือนของเส้นแบ่งพื้นที่สาธารณะกับส่วนบุคคล ซ้ำมันยังไม่แน่นิ่งหากแต่ลื่นไหลได้ เพราะต่อให้ทำกันในพื้นที่ส่วนบุคคล เช่นในครัวเรือน แต่ถ้าธารกำนัลสามารถพบเห็นได้ง่ายเช่นบนระเบียง สวนหลังบ้าน หลังคา แม้แต่ในห้องนอนที่เปิดม่านอ้าซ่า หรือในรถยนต์ส่วนบุคคลจอดบนถนนแต่ฟิล์มไม่มืดพอ ก็เท่ากับกระทำลามกอนาจารต่อหน้าธารกำนัล

 

ยิ่งนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ1990 ช่วงที่ก้าวเข้าสู่ ‘ยุคดิจิทัล’ (digital age) เป็นต้นมา ที่ internet ไม่เพียงเบลอขอบเขตปริมณฑลสาธารณะกับส่วนบุคคล อย่างที่มันไม่เคยชัดเจนมาก่อนแล้ว จนมนุษย์ต่อให้อยู่ในบ้านปิดไฟใส่กลอน ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์โชว์ให้โลกได้ดูกันสดๆ จะๆ ผ่าน livecam แต่ยังทำให้กิจกรรมทางเพศตามที่สาธารณะ จากเป็นที่รู้กันเฉพาะกลุ่มเฉพาะแหล่ง ก็กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงปรากฏพบเห็นได้ง่ายขึ้น มีการสร้างเครือข่าย แสวงหาและ review สถานที่ใหม่ๆ เป็นชุมชนในจินตกรรมเหนือพรมแดน

มันจึงเกิดกลุ่ม ‘dogging’ ที่เป็นแสลงที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ตั้งแต่ค.ศ. 2003 ที่หมายถึงกลุ่มรสนิยมการมีเพศสัมพันธ์บนที่สาธารณะ ตามสุสาน สวนหย่อม ลานจอดรถ สวนสาธารณะ ที่ๆ ไฟสลัวๆ ให้คนจำนวนหนึ่งที่มีความชอบเหมือนกันชม ขณะเดียวกันก็ผลัดเป็นผู้ชมเอง

 

แต่อันที่จริง พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน เป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ผูกขาดคำนิยาม ห้ามปรามไม่ให้ทำอะไรหรืออนุญาตให้ทำอะไร เหมือนพื้นที่ส่วนบุคคล ตราบเท่าที่ไม่ระเกะระกะกีดขวาง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไปคุกคามรบกวนหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น

 

เช่นเดียวกับกฎหมายบางข้อบางบางมาตราที่ต้องตั้งคำถามว่า บัญญัติไว้เพื่อปกป้องใคร? การไปจับคู่หรือรวมกลุ่มมีเพศสัมพันธ์ในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน?

มันเป็นปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของการไปปรากฏตัวตามที่เปลี่ยว งูเงี้ยวเขี้ยวขอ หรือถูกผีหลอก การทำให้สถานที่เสื่อมเสียเพราะการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องต่ำ ทำให้แปดเปื้อนมัวหมอง มันไปขัดศีลธรรมอันดี ผิดผีผิดประเวณี หรือเป็นการเติมไฟรัก กระตุ้นความสัมพันธ์โรแมนติกไม่ให้เฉาตาย อย่างที่คอลัมน์นิตยสาร หนังสือ how to เค้าพร่ำเสนอแนะกัน

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

[1] ลิลิตพระลอ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ. (2508). พระนคร:ศิลปาบรรณาคาร, น. 98.

[2] สุวรรณ พันธุ์ศรี. (2548). บท (X) อัศจรรย์ในวรรณคดี. กรุงเทพ: มติชน, น. 26.

 

 

Illustration by Namsai Supavong
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed