ละครรีเมค

ต่อให้เราไม่มีมรดกพกห่อใดๆจะมอบให้ลูกหลาน แต่เรามีเรื่องเล่า

ดั่งภาษิตที่ว่า ผู้ใดจารึกประวัติศาสตร์, ผู้นั้นย่อมกำหนดอนาคต

วงล้อแห่งอดีต ย่อมหมุนซ้ำเสมอ

กงกรรมกงเกวียน

วงเวียนชีวิต

พอแล้ว–จริงจังไปแล้ว

 

ที่จะบอกคือเรามีเรื่องเล่าไว้อวดว่าละครเรื่องนี้ กูเคยดูมาแล้วเว่ยยยยยยย สมัยเรา (ชั้น / ป้า / พี่ / น้า / ลุง) ละครหรือหนังเรื่องนั้นใครเล่น ลองมานับดู เอาเฉพาะที่ฉันและพ่อฉันมีส่วนร่วมก็แล้วกัน สถิติการผลิตซ้ำทั้งหนัง ละครละครเวที ละครวิทยุมีดังนี้

คู่กรรม 10 ครั้ง

บ้านทรายทอง 10 ครั้ง

แม่นาก 46 ครั้ง

นี่ถ้าอายุเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 60ปี และดูละครกันปีละเรื่อง ลำพังรีเมค 3 เรื่องนี้ก็ยาวนานกว่าอายุขัย จนเอาไปฉายข้างหรีดงานศพได้แล้ว

 

ทำไมต้องรีเมค เรื่องอื่นไม่มีจะทำกันแล้วหรือไง

คำตอบคือทำไมจะไม่มี แต่กูจะทำ! เราดูละครรีเมคเพราะเราอยากดูดาราไงคุณ เราอยากเอามันมาชำแหละด่าว่ามันเล่นสู้คนในยุคของเราไม่ได้ เนื้อเรื่องเหรอ ช่างมันสิ อะไรนะ เป็นวาทกรรมผลิตซ้ำ? แร้วงัยคัยแคร์อ่อคะ เพ้อเจ้อป่ะซิส กูอยากรู้แค่ฉากเลิฟซีนจะฟินเท่าเวอร์ชั่นที่แล้วมั้ย

ชั้นเป็นคนดูนะยะ ไม่ใช่มโนธรรมประจำใจของใคร ไม่ใช่กระทรวงพัฒนาสังคมที่จะต้องรู้ว่าดูไปทำไม ละครรีเมคนี่มันดูแล้วอุ่นใจจะตาย ยังไงบางระจันก็แตกอีเย็นก็ไม่กล้าบอกว่าตัวเป็นแม่คุณหนู หม่อมชุลีต้องร้าย พี่คล้าวต้องหาเงินไม่ได้สิบหมื่นไม่ว่า พ.ศ.นี้เงินยูโรจะพุ่งไปถึงไหนก็ตาม

นี่คิดว่าเราไม่รู้เหรอว่าโกโบริต้องตาย (ว่าแต่ตอนนั้นมันสงครามอะไรนะ ใครเริ่ม) ว่าบ้านทรายทองต้องตกเป็นของพจมาน (พ.ศ.อะไรที่เป็นรุ่นอัสดงของชนชั้น ทำไมสามัญชนจะมาครองบ้านท่านชายทำไมฉันจะต้องไปรู้) และอีนากมันเป็นผี (จะผมสั้น ผมยาว ห่มแถบหรือห่มสไบ แม่งก็ตายไปแล้วล่ะน่า)

 

เราดูเพราะเรารู้นี่แหละ

รู้ขนาดว่าฟังแต่บทสนทนาเรายังรู้เลยว่าเป็นเรื่องอะไร ดารา (อย่างฉัน) ก็จะทั้งอยากและไม่อยากเล่นละครรีเมคในเวลาเดียวกัน เพราะ

“มันกดดันมากค่ะ (เวอร์ชั่นที่แล้วคนเล่นกวาดรางวัลขันน้ำพานรองทุกเวทีเลยนะ ถ้าคราวนี้เล่นได้อัปยศอดสูจะเป็นที่สมเพชแก่ประชาชน) แต่มันก็ท้าทาย (ถ้าไม่เล่นคราวนี้ก็ไม่ทันแล้วป่ะวะ อายุก็มากขึ้นทุกปีๆ กูต้องรีบเทิร์นตัวเองขึ้นมาเป็นตัวแม่ในวงการให้ได้ ไม่งั้นคงได้ไปเดินแต่งานพรมแดงโดยคนไม่รู้จักแน่ๆ ว่าทำอะไร) ไม่อยากให้เปรียบเทียบกันเลยอะค่ะ มันก็คนละยุคกัน มีการตีความใหม่ด้วย สุดท้ายก็อยากฝากว่า ระฆังดีไม่ตีก็ดัง คาถานะจังงังไม่จำเป็นก็อย่าใช้-ขอบคุณและฝากผลงานของพวกเราด้วยนะคะ/ครับ” -ยิ้มสวย

 

การรีเมคละครนั้นเป็นเหมือนการไหว้ครูหรือวัดฝีมือไปในตัวทั้งของผู้จัดผู้สร้างและดารา ว่าทำแล้วจะเกรียวกราวหรือเงียบเหงา กระทู้พันทิปจะพูดถึงเราหรือไม่ เทรนด์ทวิตจะขึ้นอันดับหนึ่งเมื่อไหร่ ขึ้นเพราะอะไร ด่าหรือชม ดูซิ อีละครพีเรียดเรื่องนี้มันมีเสาไฟฟ้าในนาทีที่ 9.44 ด้วยค่ะเธอ

 

เราสนุกกับการเปรียบเทียบละครมากกว่าการดูละครจริงๆ เสียอีก และดูเหมือนกับว่า คนแต่ละยุคก็จะบอกว่ายุคของตนดีกว่า ประณีตกว่า สนุกกว่า หล่อกว่าสวยกว่ากันทั้งนั้น

ละครรีเมคจึงหาได้เป็นการเล่าเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เป็นการตอบสนองตัณหาในใจของคนดู ที่แม้จะไม่ดู กูก็คุยกับเพื่อนเค้ารู้เรื่องค่ะ!!

 

 

Illustration by Namsai Supavong
No Comments Yet

Comments are closed