ภาพจำของการพูดถึง ‘พลังของผู้หญิง’ หรือ Women Empowerment ในยุคก่อนหน้า มักเริ่มต้นและจบลงที่การเรียกร้องสิทธิ การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม หรือการทลายเพดานกระจกในองค์กร
แต่เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ยุคที่ความท้าทายทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมีความซับซ้อนมากขึ้น พลังของผู้หญิงได้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ไปสู่บทบาทที่ทรงพลังยิ่งกว่า นั่นคือการเป็น ‘ผู้สร้าง’ และ ‘ผู้นำ’ ที่ลงมือแก้ปัญหาของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง
นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคที่เรียกว่า ‘Impact Economy’ หรือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยผลกระทบเชิงบวก ซึ่งผู้ประกอบการหญิงกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเธอสามารถนำแนวคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการตอบโจทย์ปัญหาที่ท้าทาย ตั้งแต่เรื่องวิกฤตพลังงานสะอาด คุณภาพชีวิตโดยรวมของคนในสังคมและชุมชน ไปจนถึงลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์และการศึกษา
The MATTER พาไปสำรวจเส้นทางตลอด 20 ปีของ Cartier Women’s Initiative (CWI) โครงการระดับโลกที่สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์อย่าง Cartier ไม่ได้มองการสนับสนุนผู้หญิงเป็นเพียงแคมเปญฉาบฉวย แต่คือการลงทุนสร้างระบบนิเวศเพื่อบ่มเพาะธุรกิจระยะยาว ด้วยเม็ดเงินสนับสนุนที่ทุ่มเทไปแล้วกว่า 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการหญิง 330 คนจาก 66 ประเทศทั่วโลก ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ส่องสว่างและขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

จากเวทีมอบรางวัล สู่ ‘แพลตฟอร์มบ่มเพาะผู้ประกอบการหญิง’ ระดับโลก
ย้อนกลับไปในปี 2006 โครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ถ้าผู้หญิงได้รับโอกาส พวกเธอจะสามารถสร้างนวัตกรรมและขีดเขียนอนาคตใหม่ๆ ได้
ในช่วงแรก CWI อาจจะเริ่มต้นจากการเป็นเวทีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติ แต่พอเดินทางเข้าสู่ปีที่ 10 โครงการก็เริ่มขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนผ่านสู่การสนับสนุนระยะยาว ทั้งการเพิ่มเม็ดเงินทุน เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ใหม่ๆ และขยายหมวดหมู่รางวัลให้ครอบคลุมผู้ประกอบการหญิงในหลายมิติมากขึ้น จนกระทั่งในปี 2019 โครงการก็ได้ค้นพบแก่นแท้ว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ CWI อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงินทุน แต่มันคือ ‘คอมมูนิตี้’ การได้แชร์ประสบการณ์ ความท้าทาย และการเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กันและกัน

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ CWI สลัดภาพเวทีมอบรางวัล สู่การเป็นเสมือนแพลตฟอร์มบ่มเพาะผู้ประกอบการหญิง อย่างเต็มรูปแบบ เกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อโครงการเปิดตัว Fellowship โปรแกรมระยะเวลา 1 ปีเต็ม นี่คือการก้าวข้ามจากการแค่มอบรางวัลยกย่อง ไปสู่การติดสปีดเร่งศักยภาพ โปรแกรมซึ่งอัดแน่นไปด้วยการพัฒนาผู้ประกอบการแบบรอบด้าน ตั้งแต่การเทรนทักษะวิชาการสุดเข้มข้น โค้ชชิ่งธุรกิจแบบลงลึก การปั้นทักษะผู้นำระดับผู้บริหาร ไปจนถึงเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันอย่างการสนับสนุนด้านสุขภาวะอีกด้วย
แน่นอนว่าเมื่อโลกหมุนไป ความท้าทายใหม่ๆ ก็เพิ่มขึ้น โครงการเองก็ปรับตัวตามยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง อย่างในปี 2021 ก็มีการเพิ่มรางวัล Science & Technology Pioneer Award เพื่อตอกย้ำว่าผู้หญิงก็เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้เช่นกัน นอกจากนี้ ผลงานของบรรดาศิษย์เก่าก็ไม่ได้หยุดแค่บนเวที แต่ถูกนำไปจัดแสดงในระดับโลกอย่าง Women’s Pavilion ทั้งที่ดูไบ ในปี 2022 และโอซาก้า ในปี 2025 ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า ไอเดียของพวกเธอสร้างอิมแพคที่ยั่งยืนและวัดผลได้จริงๆ

ผลลัพธ์จากการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นตลอดหลายปี ทำให้ผู้รับรางวัลไม่ได้มารับรางวัลแล้วจบไป แต่พวกเธอได้กลายสถานะเป็น ‘Lifelong Fellow’ หรือสมาชิกตลอดชีพของเครือข่ายสุดแข็งแกร่งนี้ การเดินทางทั้งหมดได้หล่อหลอมและนำพา CWI ก้าวเข้าสู่ปี 2026 เพื่อการฉลองครบรอบ 20 ปีภายใต้ธีม ‘Women Lighting the Path’ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่งานฉลอง แต่คือการยกย่องเส้นทางของผู้ประกอบการหญิงที่เปรียบเสมือน ‘แสงสว่างนำทาง’ ในการจุดประกายความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับโลก พวกเธอใช้ความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์พลิกอุปสรรคให้เป็นโอกาส พร้อมท้าทายกรอบการเป็นผู้นำแบบเดิมๆ พร้อมนำพาสังคมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมยิ่งกว่าเดิม

ตัวเลขที่พิสูจน์ความสำเร็จของ Impact Economy
ความสำเร็จของ CWI ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้วัดแค่ความตั้งใจ แต่วัดจากการสร้างอิมแพคที่จับต้องได้จริง โดยสถิติ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2025 ระบุว่า โครงการได้มอบเงินทุนสนับสนุนไปแล้วรวมกว่า 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการหญิงสาย Impact ถึง 330 คน จาก 66 ประเทศทั่วโลก จนเกิดเป็นเครือข่ายคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่นและยังคงแอคทีฟกว่า 520 คน ครอบคลุมเกือบ 80 ประเทศ
ที่น่าสนใจคือ ‘ความยั่งยืน’ ของธุรกิจเหล่านี้ เพราะสถิติชี้ให้เห็นว่า 66% ของธุรกิจเพื่อสังคมของสมาชิกยังคงดำเนินกิจการอยู่ และมีถึง 9% ที่เติบโตจนถูกควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจสมาชิกรุ่นล่าสุดในปี 2025 ยังสะท้อนการเติบโตทางธุรกิจที่ชัดเจนในหลายมิติ ได้แก่:
● 76% มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น
● 44% สามารถขยายธุรกิจเจาะตลาดใหม่ๆ ได้สำเร็จหลังจบโครงการ
● 66% สามารถระดมทุนเพิ่มเติมได้ในปี 2024 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอย่างชัดเจน
นอกจากมิติของตัวเลขธุรกิจแล้ว ในแง่ของการพัฒนา ‘ศักยภาพผู้นำ’ ก็เติบโตแบบก้าวกระโดดไม่แพ้กัน ข้อมูลจากสมาชิกปี 2024 ที่เพิ่งจบโครงการระบุว่า 97% รู้สึกมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น 94% บอกว่าทักษะทางธุรกิจและภาวะผู้นำของตนเองแข็งแกร่งกว่าเดิม ขณะที่ 100% เต็มรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ระดับโลก และ 84% ได้คอนเนคชันที่เป็นประโยชน์กลับไปมากกว่า 10 ราย
ตัวเลขทั้งหมดนี้ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำและขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายเพื่อสังคมนั้น ไม่ได้มีดีแค่ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนโลก แต่พวกเธอสามารถลงสนามแข่งขัน เติบโต และดึงดูดเม็ดเงินในโลกทุนนิยมได้อย่างแข็งแกร่งจริงๆ

Women Lighting the Path เมื่อกรุงเทพฯ คือหมุดหมายแห่งอนาคต
ในปี 2026 นี้ Cartier Women’s Initiative ก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยจัดขึ้นภายใต้ธีม ‘Women Lighting the Path’ เพื่อยกย่องผู้หญิงที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงด้วยความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
ความพิเศษสำหรับปีนี้คือ พิธีมอบรางวัลระดับโลกประจำปี 2026 จะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 การเลือกกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นสถานที่จัดงาน สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยและภูมิภาคนี้ในฐานะศูนย์กลางของผู้ประกอบการที่กำลังเติบโต
การเดินทาง 20 ปีของ CWI พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ‘ผู้ประกอบการหญิง’ ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มคนที่รอรับการสนับสนุน แต่พวกเธอคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ผสานทั้งกำไรทางธุรกิจและการสร้างโลกที่ดีกว่าเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน
ภาพประกอบบทความ
Sina ENGIN