งานวิจัยชิ้นใหม่จาก University of Bath เปิดเผยว่า บุหรี่ไฟฟ้า 7 เครื่องที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ที่อ้างว่ามีส่วนผสมของกัญชา แท้จริงแล้วมีสารประกอบ synthetic cannabinoid (SC) หรือ สารสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์คล้ายกัญชาซึ่งอันตรายยิ่งกว่ากัญชาธรรมชาติเสียอีก
เมื่อต้นปี 2024 มีผลการศึกษาจากที่แล็ปเดียวกันเปิดเผยว่า 1 ใน 6 ของบุหรี่ไฟฟ้าที่ยึดมาจากเด็กนักเรียนทั่วสหราชอาณาจักรก็มีส่วนผสมของ SC ด้วย
แซม คราฟต์ (Sam Craft) ผู้เขียนงานวิจัยทั้งสองชิ้นนี้กล่าวว่า ทีมของเขาตรวจสอบบุหรี่ไฟฟ้าทั้ง 7 เครื่อง (ซึ่งเนื้อหาต้นทางไม่ระบุว่าเป็นของยี่ห้ออะไร) ที่มีคนนำไปแจ้งต่อศูนย์บริการยาและแอลกอฮอล์หลังจากประสบกับผลข้างเคียงที่แปลกประหลาด
คราฟต์เล่าว่า บุคคลดังกล่าวเคยสูบกัญชามาก่อน และพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะคิดว่ามันจะเป็นอันตรายน้อยกว่า
แม้ว่ากัญชาจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสหราชอาณาจักร หากไม่ได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ แต่รายนี้ได้จัดหาบุหรี่ไฟฟ้ามาจากสหรัฐฯ และหลังจากที่เริ่มใช้งานเป็นครั้งแรกแล้ว เขาบอกว่ามันมีผลกระทบที่ ‘รุนแรงแต่ก็เพลิน’ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มปวดท้องและหงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างไม่มีเหตุผล
“เมื่อเขาพยายามจะเลิกสูบ ก็เริ่มมีอาการตื่นตระหนก วิตกกังวลอย่างรุนแรงและอีกหลายอย่าง” คราฟต์เล่า
SC ต่างจากกัญชาธรรมชาติ ซึ่งมักจะให้ผลลัพธ์ที่รุนแรง เช่น มีอาการชัก และโอเวอร์โดสจากยาที่เกินขนาดจนเสียชีวิต ในอังกฤษและเวลส์ กัญชาแบบ SC เป็นสาเหตของการเสียชีวิตในเรือนจำเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงปี 2015 – 2020
ปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่ากัญชาแบบ SC จะผิดกฎหมายทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ แต่ก็ยังคงพบเห็นได้ตามตลาดมืดในสหรัฐฯ เนื่องจากร่างกฎหมายในปี 2018 ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จากกัญชาที่มีสาร THC น้อยกว่า 0.3% กลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย
จิม ครอทตี้ (Jim Crotty) อดีตรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ DEA กล่าวว่า กัญชาแบบ SC กำลังดึงดูดผู้ผลิตที่ผิดกฎหมายเนื่องจากราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อในการผลิตและการขาย อีกทัังการปลูกที่ไม่ต้องทำในทุ่ง แต่ผู้ผลิตสามารถผลิตบุหรี่ไฟฟ้า SC ด้วยซองผงที่หาซื้อทางออนไลน์ได้
ครอทตี้ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจดึงดูดกลุ่มประชากรเปราะบางที่มีรายได้จำกัด เช่น กลุ่มเยาวชน และคนไร้บ้าน เนื่องจากไม่มีกำลังในการซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านขายยาที่ถูกกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าปัญหานี้ใหญ่แค่ไหน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคเองไม่รู้ว่าตัวเองกำลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการปนเปื้อน อีกทั้งผู้บริโภคยังคิดว่ามันผ่านการตรวจสอบแล้วว่าสิ่งที่ซื้อได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย
อ้างอิงจาก