ฝนตกหนักทำให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มบนเกาะสุมาตรา โดยล่าสุด พบผู้เสียชีวิต 69 ราย ขณะที่ทีมกู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง
ฝนมรสุมที่ตกหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้แม่น้ำในพื้นที่สุมาตราเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย เอ่อล้นตลิ่งในวันอังคาร (25 พฤศจิกายน) โดยกระแสน้ำได้ไหลผ่านหมู่บ้านบนภูเขา พัดพาผู้คน สิ่งของ และอาคารบ้านเรือนกว่า 2,000 หลัง จมอยู่ใต้น้ำ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียรายงานว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นผลมาจากพายุไซโคลนเขตร้อน ซึ่งพัดผ่านเกาะสุมาตราส่งผลให้ช่องแคบมะละกาที่อยู่ใกล้เคียง จมอยู่ใต้น้ำและทำให้เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่
ล่าสุด อับดุล มูฮารี (Abdul Muhari) โฆษกสำนักบรรเทาภัยพิบัติอินโดนีเซีย แถลงว่า ประชาชนกว่า 8,000 คนทั่วเกาะสุมาตราเหนือ ถูกอพยพไปยังศูนย์พักพิงของรัฐบาลแล้ว พร้อมระบุว่า ขณะนี้ความช่วยเหลือได้ถูกส่งผ่านเฮลิคอปเตอร์ เนื่องจากถนนหลายสายถูกปิดจากเหตุดินถล่ม
ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิต 69 ราย และผู้สูญหาย 59 ราย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในแม่น้ำ พร้อมกับช่วยเหลือเด็กและผู้สูงอายุ ที่เอาชีวิตรอดอยู่บนหลังคาบ้านที่ถูกน้ำท่วม
ด้าน เฟอร์รี วาลินทูกัน (Ferry Walintukan) โฆษกตำรวจประจำจังหวัด กล่าวต่อสื่อว่า หน่วยกู้ภัยกำลังค้นหาผู้สูญหาย อย่างไรก็ตาม การค้นหายังมีอุปสรรคอยู่มาก เนื่องจากเกิดเหตุดินถล่ม ไฟฟ้าดับ และการติดต่อสื่อสารถูกตัดขาด
“เนื่องจากมีผู้สูญหายจำนวนมากและบางพื้นที่ห่างไกลยังไม่สามารถเข้าถึง จำนวนผู้เสียชีวิตจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น” เขาระบุ
นอกจากอินโดนีเซียแล้ว สัปดาห์นี้ หลายพื้นที่ในเอเชียต้องเผชิญกับภัยพิบัติร้ายแรง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยและมาเลเซียด้วย ทั้งนี้ที่ประเทศศรีลังกา ก็กำลังรับมือกับน้ำท่วมและดินถล่มที่เกิดจากฝนตกหนัก ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และมีผู้สูญหาย 14 ราย
อ้างอิงจาก