ตลอดสัปดาห์ เราจะเห็นความขมุกขมัวจากฝุ่นสีเทาบนท้องฟ้าจนแทบไม่เห็นยอดตึกสูงในกรุงเทพฯ โดยวันนี้ (14 มกราคม 2569) ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงในอีกหลายจังหวัด ที่มากกว่าค่ามาตรฐานคือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
The MATTER ขอชวนทุกคนร่วมดูนโยบายแก้ปัญหาฝุ่นจาก 3 พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน
รถเมล์ไฟฟ้า-พลังงานสะอาด-ลดรายจ่ายประชาชน โดยภูมิใจไทย
เริ่มด้วยพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอนโยบายลดฝุ่น PM 2.5 ผ่านการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นจากการใช้พลังงานและการเดินทางในชีวิตประจำวัน
เริ่มจากนโยบายรถเมล์ไฟฟ้า ลด PM 2.5 โดยเสนอการเปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะ จากรถใช้พลังงานที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนดำเนินการไม่เกิน 3 ปี นอกจากนั้น ยังเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธาณะมากขึ้นด้วยการกำหนดเพดานค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสาย ตลอดวัน
นอกจากนั้น ยังมีนโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน โดยเสนอให้ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการใช้หลังคาบ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในบ้านเรือนของตนเอง โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ราคา 6,000 บาท ผ่อนชำระ 100 บาทต่อเดือน และใช้เครดิตพลังงานชาร์จไฟได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
อากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน โดยเพื่อไทย
ถัดมาที่พรรคเพื่อไทยซึ่งวางกรอบนโยบายผ่านหลักคิดว่า อากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน โดยตั้งเป้าหมายผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดให้เกิดขึ้นจริง ครอบคลุมทุกแหล่งมลพิษ และมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ พร้อมสร้างกลไกถาวรในการจัดการคุณภาพอากาศ ดังนี้
เริ่มจากการปฏิรูประบบขนส่งสู่ EV เร่งเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะใน กทม. ให้เป็นรถเมล์ไฟฟ้าเพื่อตัดตอฝุ่นควันจากเครื่องยนต์ดีเซล และเสนอให้มีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อใช้กลไกราคาจูงใจให้ประชาชนลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้รถไฟฟ้าขนส่งสาธารณะ และลดค่าครองชีพได้จริง
ถัดมาคือ การแก้ปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน โดยสานต่อยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky) ร่วมกับ ลาว และเมียนมา และออกมาตรการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้ภาคเอกชนไทยต้องไม่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่มาจากการเผา พร้อมการผลักดัน ‘เกษตรไม่เผา เราซื้อ’ คือสนับสนุนเครื่องจักรและการแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตรให้เป็นรายได้ แทนการเผาทำลาย
สุดท้าย คือการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยเร่งผลักดันกฎหมายแม่บทเพื่อบูรณาการอำนาจในการจัดการปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ รวมศูนย์การทำงาน และสามารถเอาผิดข้ามพรมแดนได้ พร้อมขยายบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการคุณภาพอากาศในพื้นที่ของตนเอง
จัดการฝุ่นตั้งแต่ต้นทาง พรรคประชาชน
พรรคประชาชนได้วางนโยบายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไว้ในหมวดคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ดังนี้
เริ่มจากเสนอให้มีการจัดการไฟป่าด้วยฐานข้อมูลและเทคโนโลยี ปลดล็อกท้องถิ่นจัดการไฟป่าพร้อมงบประมาณ ส่วนภาคเกษตรก็มีการเสนอให้ใช้ดาวเทียมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง สนับสนุนเครื่องจักรไถกลบ ให้แปรรูปเศษวัสดุเป็นรายได้
ปัญหามลพิษทางอากาศข้ามแดน ก็มีการเตรียมผลักดันฝุ่นข้ามแดนสู่เวทีโลก ยกระดับมลพิษอากาศเป็นวาระความมั่นคงทางสุขภาพ เพื่อสร้างสภาพบังคับและมาตรฐานสากลในการปกป้องลมหายใจของประชาชน
ถัดมา คือ หลักผู้ปล่อยมลพิษต้องรับผิดชอบ โดยเปลี่ยนมลพิษที่เคยฟรีให้เป็นต้นทุน บังคับผู้ก่อมลพิษแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและสังคม พร้อมใช้มาตรการการเงินปรับพฤติกรรมการปล่อยฝุ่นจากต้นตอ และการลดมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ โดยการจำกัดเขตมลพิษต่ำ กำหนดอายุรถเก่า และผลักดันการใช้ขนส่งสาธารณะด้วยตั๋วร่วม
ส่วนการจัดการปัญหาฝุ่นในระดับปฏิบัติการ พรรคประชาชนก็ได้เสนอให้มีการจัดตั้ง ‘ศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ’ รวมอำนาจสั่งการทุกกระทรวง เพื่อจัดการทุกต้นตอฝุ่น และเตรียมรับมือล่วงหน้า พร้อมประเมินผลอย่างเป็นระบบแทนการทำงานแบบต่างคนต่างทำ
สุดท้ายคือการแก้ปัญหามลพิษอากาศอุตสาหกรรม โดยผลักดันกฎหมาย PRTR บังคับโรงงานรายงานและเปิดเผยปริมาณการปล่อยมลพิษสู่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและเฝ้าระวังแหล่งกำเนิดฝุ่นพิษรอบตัวได้อย่างทั่วถึง
อ้างอิงจาก