1) หลังปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้ง ได้มีประชาชนกลุ่มหนึ่งร่วมเป็นอาสาสมัครจับตาการนับคะแนน ซึ่งมีรายงานจากหลายพื้นที่ว่าเกิดเหตุผิดปกติมายมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่นับคะแนนมืดเกินไป เจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอระหว่างนับคะแนน ไม่แสดงบัตรเสียให้เห็น ไม่ปิดประกาศใบรายงานผลการนับคะแนน ฯลฯ
2) หนึ่งในพื้นที่ประสบปัญหาและถูกพูดถึงมากขณะนี้ คือ กรณีที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) คลองหก จังหวัดปทุมธานี หนึ่งในพื้นที่เขต 7 ปทุมธานี ซึ่งหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวมีนักศึกษาและประชาชนกว่า 300 คน เรียกร้องให้ “นับคะแนนใหม่” เพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง
3) เมื่อ 21:00 น. เหตุเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งไม่ยอมให้เข้าสังเกตการณ์ ‘การนับคะแนนนอกเขต/นอกราชอาณาจักร’ โดยอ้างว่ารบกวนการปฏิบัติงานและเชิญให้ออกไปนอกพื้นที่ แต่เมื่อผู้สังเกตการณ์พยายามสอบถามและขอดูการนับคะแนนปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้นับเสร็จสิ้นและปิดหีบเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนได้
4) นอกจากนั้น หน่วยเลือกตั้งดังกล่าวได้นำผ้าดำคลุมกล้องวงจรปิดไว้ ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสระหว่างการนับคะแนนยิ่งขึ้น ผู้สังเกตการณ์ที่ประสบเหตุจึงโพสต์ข้อความลงสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นได้มีผู้คนจำนวนหนึ่งมาที่หน่วยเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่และขอให้มีการนับคะแนนใหม่
5) การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้สังเกตการณ์เกิดขึ้นตลอดคืน ก่อนเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะมีมติอนุญาตให้เริ่มนับคะแนนใหม่ในเวลาประมาณ 03:00 น. โดยนับเฉพาะบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งมีการลงคะแนนเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 จำนวน 4 หีบ รวมกว่า 3,000 ใบ ที่ไม่ได้นับต่อหน้าประชาชน
6) มีข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำหน่วยหลายคนเดินทางกลับที่พักไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ขาดบุคลากรในการขีดคะแนนและคานคะแนนบนกระดาน จึงมีการประกาศขออาสาสมัครจากภาคประชาชนจำนวน 12 คน ทำหน้าที่เป็นพยานและช่วยสนับสนุนการนับคะแนน โดยเริ่มดำเนินการนับคะแนนอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 03:45 น.
7) สุดท้ายผลการนับคะแนนระหว่างการนับคะแนนโดยไม่มีประชาชนสังเกตการณ์กับภายใต้การนับของประชาชนมีจำนวนที่ไม่ตรงกันเล็กน้อย (ตามหลักหน่วย) ผู้สังเกตการณ์จึงไม่ได้แย้งเพิ่มเติม คือ พรรคประชาชนได้คะแนนเสียงนำเหมือนเดิม โดยสามารถดูรายละเอียดคะแนนได้ที่เฟซบุ๊กเพจ ‘ธันยนันท์ ไพบูลย์สุข – Tanyanan Paiboonsuk’ ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 7 พรรคประชาชน
8) เมื่อเวลาประมาณ 13:30 น. กกต. จังหวัดปทุมธานี ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นว่า การนับคะแนนใหม่ของหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว เป็นการนับคะแนนของหน่วยนอกเขตจังหวัด และนอกราชอาณาจักร ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคะแนนของหน่วยตรงนั้น แต่เมื่อนับเสร็จก็จะนำมารวมกับภายในหน่วย
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า การนับคะแนนใหม่ไม่ได้แตกต่างจากการนับคะแนนครั้งแรกมากนัก แต่ก็ต้องรอการรายงานอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการ กกต. จังหวัดอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ระบุด้วยว่า ในกรณีที่มีข่าวว่า การนับคะแนนครั้งแรกมีคะแนนของ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ขึ้นนำ แต่เมื่อนับใหม่กลายเป็น ‘พรรคประชาชน’ กกต.เผยว่าน่าจะความคลาดเคลื่อนของข่าวสาร เพราะจากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลตรงกันยังตรงกันคือ พรรคประชาชนนำตั้งแต่แรกตามข้อมูลที่ระบุไว้ข้างต้น
9) สง่า ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องมีการคลุมถุงดำที่กล้องวงจรปิด เนื่องจากมหาวิทยาลัยแจ้งว่ากล้องวงจรปิดภายในหอประชุมชำรุดซึ่งได้มีการแจ้งซ่อมก่อนแล้ว ประกอบกับกังวลว่าหากเปิดกล้องวงจรปิดไว้จะทำให้เห็นภาพการลงคะแนนของประชาชน ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายการเลือกตั้ง
ส่วนการห้ามเข้าพื้นที่ ก็คาดว่ามาจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของแต่ละฝ่าย ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และนำมาสู่การประท้วง
10) คำถามสำคัญจากกรณีนี้ ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แต่เหตุการณ์นี้ก็สื่อถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อ กกต. รวมถึงข้อสังเกตและความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งได้เป็นอย่างดี และนี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ประชาชนลุกขึ้นมาตรวจสอบและปกป้องเสียงของตัวเองในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ
เรื่องใหญ่คือ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่มีประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์ และมีอีกกรณีที่น่าติดตามอย่างที่เห็นบนหน้าไทม์ไลน์วันนี้ เช่น การรวมคะแนนไม่ตรงกับเส้นที่ขีด กรณีบัตรเขย่งที่ผู้มาใช้สิทธิน้อยกว่าคะแนนที่ปรากฏในจังหวัดพิจิตร เป็นต้น