การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ครั้งที่ 23 ที่จะถูกจัดขึ้นใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตรงกับช่วงฤดูร้อนของพื้นที่ดังกล่าว ทำให้นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศออกมาเตือนถึงความอันตรายหากเหล่าเจ้าภาพไม่ได้เตรียมมาตรการความปลอดภัยจากความร้อนได้ดีพอ
จากการวิเคราะห์ขององค์กรจำลองสภาพอากาศโลก (World Weather Attribution, WWA) พบว่า หนึ่งในสี่ของเกมการแข่งขันที่ถูกตัดตลอดเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม มีแนวโน้มที่จะต้องแข้งขันกันภายใต้ ‘สภาพอากาศร้อนจัด’ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งแฟนบอลและผู้เล่น
เหล่านักวิทยาศาสตร์จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ใน 16 เมืองของเจ้าภาพฟุตบอลโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ลงทุนเกี่ยวกับ ‘สถานีบริการน้ำดื่ม’ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการระบายความร้อน เพื่อป้องกันอันตรายด้านร่างกายจากความร้อนในการแข่งขันที่จะมาถึง
โดยการคาดการณ์นี้ได้อิงตามแบบจำลองทางสถิติที่รวมตัวแปรหลายอย่าง รวมถึงข้อมูลสภาพอากาศในอดีตและช่วงเวลาของวันที่จะมีการแข่งขันทั้งหมด 104 นัด เพื่อศึกษาโอกาสที่แต่ละนัดจะต้องเผชิญกับสภาพความร้อนที่เป็นอันตราย
นักวิจัยมุ่งเน้นไปที่ค่าดัชนีอุณหภูมิจากสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ (Wet Bulb Globe Temperature, WBGT) ผ่านปัจจัยตั้งแต่อุณหภูมิของอากาศ ความชื้น การแผ่รังสีความร้อน และลม
คริส มัลลิงตัน (Chris Mullington) อาจารย์จากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน หนึ่งในทีมวิเคราะห์ กล่าวว่า นี่เป็นวิธีการพยากรณ์ความเสี่ยงที่แม่นยำ เพราะการดูเพียงอุณหภูมิอากาศเพียงอย่างเดียวไม่ได้สะท้อนสภาพความร้อนที่ส่งผลต่อมนุษย์
“วันที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ในสภาพอากาศแห้งและมีลมพัดเบาๆ แตกต่างอย่างมากกับวันที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส แต่มีความชื้นสูง แสงแดดจัด และลมน้อย” มัลลิงตัน กล่าว
สหพันธ์ฟุตบอลอาชีพนานาชาติ (FIFPRO) ได้กำหนดเกณฑ์ที่ควรนำมาตรการระบายความร้อนและมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมาใช้ ผ่านค่า WBGT ไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส
ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่า 1 ใน 4 ของตารางการแข่งขันที่วางไว้ มีแนวโน้มที่ค่า WBGT จะอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า และหากมีนัดที่ค่า WBGT อยู่ที่ 28 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า FIFPRO ก็แนะนำให้เลื่อนการแข่งขันออกไป
อย่างไรก็ตาม ในเมืองที่มีอุณหภูมิสูงสุด เช่น ดัลลัสและฮิวสตัน ได้มีเครื่องปรับอากาศในสนามกีฬา แต่เมืองอื่นๆ ยังไม่มีระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม โดยเฉพาะสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดสามแห่ง ได้แก่ ไมอามี แคนซัสซิตี้ และอีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม
ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ในวันที่ 19 กรกฎาคม มีโอกาส 1 ใน 8 ที่จะมี WBGT 26 องศาเซลเซียส และมีโอกาส 1 ใน 37 ที่จะมีอุณหภูมิ WBGT 28 องศาเซลเซียสในวันนั้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนเกี่ยวกับการแข่งขันที่มีความเสี่ยงจากความร้อนจัด เพราะหากย้อนไปดูงานวิจัยปี 2025 ในวารสาร International Journal of Biometeorology พบว่า มีการเตือนเมืองเจ้าภาพ 4 เมืองมีอุณหภูมิสูงเกิน 28 องศาเซลเซียสมากกว่าครึ่งหนึ่งของเวลาในช่วงฤดูร้อน และฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นในกาตาร์ในปี 2022 ก็ถูกเลื่อนจากฤดูร้อนไปเป็นฤดูหนาวเนื่องจากอันตรายจากอุณหภูมิที่สูงเกินไป
มัลลิงตันเตือนว่า ความร้อนอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของผู้เล่นและส่งผลสุขภาพของพวกเขา จึงขอเรียกร้องให้ผู้จัดงานใช้มาตรการป้องกันล่วงหน้าในระหว่างการแข่งขัน เช่น การสร้างพื้นที่ที่มีร่มเงา ผ้าเย็น เครื่องดื่มเย็นๆ การปรับตารางการวอร์มร่างกาย และการตรวจสุขภาพที่เข้มงวดมากขึ้นระหว่างการแข่งขันในสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ด้านแฟน ๆ ที่จะไปดูฟุตบอลโลกก็ต่างเผชิญความเสี่ยงเช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสนามกีฬาหรือในกิจกรรมกลางแจ้ง
“ผู้ชมต่างมีความหลากหลายทางการแพทย์มากกว่า อาจมีทั้งผู้สูงอายุหรือเด็กๆ ซึ่งอาจต้องระวังเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต หรือเมตาบอลิซึม” มัลลิงตัน กล่าว
นอกจากนี้ แฟนบอลยังต้องเผชิญกับความร้อนระหว่างการเดินทางไปชมการแข่งขัน ดังนั้น ผู้จัดงานจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เพียงพอ มีน้ำและร่มเงาในสถานที่ และมีการวางแผนการเดินทางเพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้
สหรัฐอเมริกาเคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดในปี 1994 ซึ่งอุณหภูมิในเมืองเจ้าภาพโดยเฉลี่ยต่ำกว่าปัจจุบัน 0.7 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน
อ้างอิงจาก