เสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ดังขึ้นแล้ว
หลายวันที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพกองเชียร์ร่วมส่งเสียง แสดงพลังเชียร์เต็มที่ในสนาม ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมอันโดดเด่นของแต่ละประเทศ
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กัน คือ ภาพหลังจบแมตช์ที่เหล่ากองเชียร์จาก ‘ประเทศญี่ปุ่น’ ร่วมใจกันเก็บขยะจนอัฒจันทร์สะอาดตา ซึ่งหลายคนมองว่านี่เป็นสิ่งที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ความมีวินัยและใส่ใจส่วนรวมในแบบคนญี่ปุ่นมากๆ
เบื้องหลังแนวในการรักษาความสะอาดของคนญี่ปุ่นมาจากปรัชญาที่กล่าวไว้ว่า “Tatsu tori ato wo nigosazu” ที่แปลว่า นกที่จะบินจากไป ย่อมไม่ทิ้งร่องรอบใดๆ ไว้ สื่อความหมายถึง ไม่ว่าจะจากสถานที่ใดไป ก็ควรเก็บกวาดหรือจัดการธุระต่างๆ ให้เรียบร้อย ไม่ทิ้งปัญหาหรือความเดือดร้อนไว้ให้คนข้างหลัง
โนโซมิ มอร์แกน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Michiki Morgan Worldwide และผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำข้ามวัฒนธรรม เล่าถึงประสบการณ์ที่เธอต้องย้ายจากเมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ไปกรุงโตเกียว เมื่ออายุ 8 ขวบ ซึ่งพบว่าวัฒนธรรมการรักษาความสะอาดของคนญี่ปุ่นถูกฝังรากลึกตั้งแต่ในชั้นเรียน
เริ่มจากที่นักเรียนญี่ปุ่นต้องถอด ‘รองเท้า’ จากข้างนอก แล้วเปลี่ยนมาสวมใส่รองเท้าสำหรับใส่ภายในอาคาร ซึ่งหมายความว่า “นักเรียนต้องการรักษาความสะอาดภายในให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
นอกจากนั้น เด็กๆ ยังมีผ้าเช็ดทำความสะอาดหรือ Zokin ผ้าเช็ดทำความสะอาดส่วนตัว ซึ่งมักเป็นผ้ารีไซเคิลหลายชิ้นเย็บด้วยมือ และมีชื่อของเด็กแต่ละคนเขียนอยู่ เพื่อใช้สำหรับทำความสะอาดห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือพื้น นอกจากนั้น โรงเรียนยังมอบหมายให้นักเรียนทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ในโรงเรียน ทั้งการกวาดใบไม้บนบันได หรือการทำความสะอาดห้องน้ำ
อย่างไรก็ตาม มอร์แกนไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นงานที่น่าเบื่อ แต่เป็นงานที่สนุกเหมือนเป็นการเล่นเกมทำความสะอาด เพราะเป็นกิจกรรมที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน
แน่นอนว่า ไม่ใช่นักเรียนทุกคนที่รู้สึกสนุกกับการทำความสะอาดในโรงเรียน
CNN สำนักข่าวต่างประเทศได้พูดคุยกับ ฮิโรคาสึ สึโนดะ ชาวญี่ปุ่นที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ เคยร่วมรับชมการแข่งขันโอลิมปิกและฟุตบอลโลกอีกหลายครั้ง เล่าว่า “ผมเกลียดทุกนาทีที่ต้องทำแบบนั้น (ทำความสะอาดห้องเรียน)” เพราะเขารู้สึกว่าห้องเรียนในประเทศญี่ปุ่นไม่ได้สกปรกขนาดนั้น และทุกคนก็ทิ้งขยะลงถังอย่างเรียบร้อย
ถึงกระนั้น เขาก็ยังพกถุงขยะ เพื่อเก็บขยะ และรักษาความสะอาดพื้นที่ในอัฒจันทร์ เพราะเขารู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเพียงเพราะคุณซื้อตั๋วเข้ามา”

ภาพ แฟนบอลญี่ปุ่นเก็บขยะบนอัฒจันทร์ (Cr. MICHAEL STEELE / GETTY IMAGES VIA AFP)
“สำหรับพวกเรา มันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าสิ่งใดเป็นสิ่งที่คุณหลงใหลและใส่ใจอย่างแท้จริง คุณก็ไม่อยากทิ้งสถานที่สำคัญนั้นไว้ในสภาพสกปรก ดังนั้น คุณจึงต้องเก็บกวาดมัน” สึโนดะ กล่าว
“มีคนจำนวนมากที่พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับแฟนบอลญี่ปุ่นที่เก็บขยะในสนามกีฬา โดยพูดว่า ‘พวกเขาแค่อยากเรียกร้องความสนใจ’ หรือ ‘ทำไปเพื่อโชว์’ แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคนเหล่านั้นก็คือ ลองทำดูสักครั้งเถอะ… การเก็บเศษอาหารหรือเครื่องดื่มที่คนอื่นกินไม่หมดนั้นเป็นน่าขยะแขยงก็จริง แต่เมื่อคุณได้ลองแล้ว คุณก็จะไม่ค่อยอยากเป็นคนทิ้งขยะไม่เป็นที่อีกต่อไป” สึโนดะ กล่าว
เมื่อแฟนบอลชาวญี่ปุ่นเริ่มเก็บขยะ ก็มีแฟนบอลต่างชาติมาร่วมทำความสะอาดอัฒจันทร์ด้วย สึโนดะบอกว่า พวกเขาจะพูด ‘ขอบคุณ!’ เสียงดังๆ โดยหวังว่าคำขอบคุณนี้จะช่วยให้หลายๆ คน รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องน่ายินดี และจะช่วยกันรักษาความสะอาดพื้นที่ในสนามกีฬาในครั้งต่อๆ ไป
สึโนดะเชื่อว่าการเก็บขยะเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความเห็นแก่ตัว มองเห็นผู้อื่นมองขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นอาสาสมัครในวงกว้าง เพื่อมองหาวิธีการช่วยเหลือที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
“มันอาจเป็นการเก็บขยะ การสละที่นั่งให้คนชรา หรือการพูดว่า ‘เดี๋ยวผมช่วยถือให้’ กับคนที่กำลังลำบากกับการถือกระเป๋าหนักๆ” สึโนดะ กล่าว
สุดท้ายนี้ การรักษาความสะอาดนี้ไม่ได้ถูกสะท้อนมาจากแฟนบอลชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับเหล่านักกีฬาญี่ปุ่นด้วย ผ่านภาพหลังการแข่งขันในปี 2018 และ 2022 ที่พวกเขามักจะทำความสะอาดห้องพักนักกีฬาให้เรียบร้อย พร้อมวางจดหมายขอบคุณและนกกระเรียนโอริกามิเพื่อแสดงความขอบคุณไว้