หากว่ากันด้วยเกมในธีมสงคราม ประเภทเกมที่ผู้พัฒนาเกมฟอร์มยักษ์ให้ความสนใจ หรือเกมที่ขึ้นมาให้เห็นในร้านค้าหน้าแรกๆ ส่วนใหญ่คงเป็นเกมยิงแนวถล่มศัตรู เกมที่คนเล่นจะได้สนุกและเร้าใจไปกับสถานการณ์ในสนามรบ ทึ่งกับอาวุธยุทโธปกรณ์มาหน้าหลายตา ทั้งปืน ระเบิด รถถัง เรือรบ และยานบินสารพัดแบบ
ถึงแม้เกมในฐานะสื่อหนึ่งไม่มีพันธสัญญาว่าจะต้องสร้างออกมาให้สมจริงและโหดร้ายอย่างที่สงครามจริงเป็น แต่เกมสงครามบางเกมก็พยายามเดินห่างจากสูตรสำเร็จของเกมกระแสหลักในหมวดเดียวกัน รวมทั้งตั้งใจเล่าถึงความหวาดผวาของทหารกลางสมรภูมิ การดิ้นรนของคนโดนลูกหลง หรือบาดแผลทางใจที่ไม่เคยหายไปต่อให้สงครามจบลง
ต่อไปนี้คือเกมสงครามที่ความสนุกจะไม่ใช่ประเด็นหลักของเกม
This War of Mine (2014)

อย่าหวังจะได้เป็นทหารกล้าในเกมนี้ This War of Mine มอบบทบาทให้ผู้เล่นเป็นเพียงพลเรือนที่พยายามจะเอาชีวิตรอดในสงครามอันยืดเยื้อ เป้าหมายคือการพาตัวเองให้ผ่านพ้นไปได้ในแต่ละวัน ที่นี่ไม่มีความหวังใดๆ จะมอบให้ ตอนกลางวันเราออกจากที่พักไม่ได้เพราะมีสไนเปอร์คอยซุ่มยิง มีแค่ตอนกลางคืนที่จะได้ออกไปคุ้ยขยะหาอาหาร ยา และวัสดุอุปกรณ์สำหรับประทังชีวิต
This War of Mine อ้างอิงจากเหตุการณ์จริงในการปิดล้อมเมืองซาราเยโว (Siege of Sarajevo) ในระหว่างสงครามบอสเนีย ช่วงปี 1992 – 1996 บรรยากาศสิ้นหวังของเกมถ่ายทอดผ่านกราฟิกสไตล์ charcoal sketch ที่ให้ความรู้สึกหม่นหมอง เกมยังทดสอบความซับซ้อนทางศีลธรรมกับผู้เล่นด้วยตัวเลือกในสถานการณ์บีบคั้น เช่น การขโมยอาหารจากคนแก่ไม่มีทางสู้เพื่อต่อชีวิตคนในกลุ่มของเรา หรือการเลือกว่าจะแบ่งปันยาให้ใครมีชีวิตรอด การตัดสินใจเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบกับตัวละครในเกม ความรู้สึกผิดบาป ภาวะหมดกำลังใจ คืออารมณ์ที่ตัวละครและผู้เล่นจะได้สัมผัสร่วมกัน
Bury Me, My Love (2019)

“Bury Me, My Love” หรือแปลให้ตรงตัวคือ “ฝังฉันเถอะที่รัก” คือวลีบอกลาของชาวซีเรียที่มีความหมายบอกเป็นนัยว่า “ดูแลตัวเองนะ อย่าแม้แต่คิดที่จะตายก่อนฉัน” ประโยคที่ฟังดูโรแมนติกนี้กลับแฝงด้วยความเศร้า เมื่อมันคือข้อความที่ผู้เล่นซึ่งรับบทเป็นชายชื่อ ‘Majd’ ส่งให้กับ ‘Nour’ ภรรยาของเขา ในระหว่างที่หนีจากภัยสงครามออกจากประเทศซีเรีย
ใน Bury Me, My Love เราจะได้ซึมซับเรื่องราวของผู้อพยพชาวซีเรีย ผ่านการโต้ตอบในแอปฯ แชตระหว่าง Majd และ Nour การโต้ตอบมีทั้งในรูปแบบข้อความ อีโมจิ และการส่งพิกัดตำแหน่ง ในฐานะสามีที่ต้องอยู่ในซีเรีย หน้าที่ของเราคือการให้คำปรึกษาและกำลังใจกับ Nour เพื่อให้เธอลี้ภัยไปยังเยอรมนีได้ตลอดรอดฝั่ง ความสมจริงของเกมคือบางช่วง Nour อาจจะขาดการติดต่อไปเพราะสัญญาณขาดหายระหว่างข้ามพรมแดน หรือตกอยู่ในอันตราย ในสถานการณ์นี้ผู้เล่นต้องรอการตอบกลับจริงๆ จนรู้สึกกระวนกระวายและอดเป็นห่วงไม่ได้
เกมนี้มีฉากจบที่แตกต่างกันถึง 19 รูปแบบ แน่ล่ะว่า บางฉากจบอาจเป็นแฮปปี้เอ็นดิ้ง และบางฉากจบอาจเป็นโศกนาฏกรรมที่สะท้อนความโหดร้ายของโลกความเป็นจริง
My Child Lebensborn (2023)

ในประเทศนอร์เวย์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคนาซีได้ดำเนินโครงการ ‘Lebensborn’ เพื่อเพาะพันธุ์ชาวอารยันที่บริสุทธิ์ โดยให้ทหารเยอรมันมีลูกกับหญิงชาวพื้นเมือง ทว่าเมื่อสงครามสิ้นสุดลงและนอร์เวย์ได้รับอิสรภาพ เด็กกลุ่มนี้กลับถูกมองว่าเป็นความอัปยศ สังคมปฏิเสธพวกเขาด้วยบาปที่ตนไม่ได้ก่อ ในเกม My Child Lebensborn เราจะได้รับบทเป็นพ่อแม่บุญธรรมและรับเลี้ยงเด็กกลุ่มนี้
ตัวเกมใช้ลายเส้นเรียบง่าย คล้ายภาพในหนังสือเด็ก แต่ภายใต้ภาพการ์ตูนสีสันสดใสนี้ เราจะได้เห็นผลพวงของสงครามหลังเสียงปืนสงบลง การได้เห็นภาพของเด็กน้อยที่เคยสดใส ค่อยๆ หม่นหมองลงจากความใจร้ายของผู้ใหญ่ เราทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ช่วยโอบกอดความเจ็บปวดนั้น และพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กน้อยท่ามกลางกระแสความเกลียดชังของสังคม
11-11: Memories Retold (2018)

เราเป็นศัตรูกันจริงไหม หรือสงครามผลักให้เราเป็น? 11-11: Memories Retold เล่าถึง ‘Harry’ และ ‘Kurt’ สองตัวละครที่อยู่คนละฝั่งของสนามเพาะ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน วันยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 (Armistice Day) ในเกมเราจะได้เห็นเหตุการณ์เดียวกันผ่านสายตาที่ต่างกัน ด้านหนึ่งจาก Harry ช่างภาพหนุ่มชาวแคนาดาที่เข้าร่วมกองทัพโดยมีเพียงกล้องถ่ายรูปเป็นอาวุธ ส่วนอีกด้านคือ Kurt ชายชาวเยอรมันที่มุ่งสู่แนวหน้าเพื่อตามหาลูกชายที่หายไปในสมรภูมิ
เกมเชื่อมโยงการเล่าถึงความทรงจำด้วยภาพศิลปะที่งดงามราวกับภาพวาดสีน้ำที่มีชีวิต กราฟิกของเกมไม่ได้คมชัด แต่ใช้เทคนิครอยป้ายสีแปรงที่ฟุ้งกระจาย การใช้สีสดใสแต่แฝงไปด้วยความหม่นหมอง หัวใจหลักของเกมคือการเข้าใจความรักและความเจ็บปวดที่ ‘ศัตรู’ เองก็มีไม่ต่างจากเรา และการรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ให้ได้จนถึงนาทีสุดท้าย
Spec Ops: The Line (2012)

มองจากหน้าปก Spec Ops: The Line อาจดูเหมือนเกมทหารยิงปืนที่มีอยู่เกลื่อนตลาด แต่ภายใต้ภาพลักษณ์ของเกมแอ็กชั่นเดินหน้ายิง กลับซ่อนการเสียดสีที่เจ็บแสบต่อขนบของเกมยิง และท้ายทายศีลธรรมของผู้เล่น
เกมให้เรารับบทเป็น ‘Martin Walker’ ผู้นำทีมหน่วย Delta Force ที่ได้รับภารกิจเข้าไปช่วยเหลือนายทหารที่หายสาบสูญไป ในเมืองดูไบที่ถูกพายุทรายพัดถล่มจนกลายเป็นเมืองร้างที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ด้านเนื้อเรื่องเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมคลาสสิก Heart of Darkness และภาพยนตร์ Apocalypse Now ความร้ายกาจต่อผู้เล่นของเกมคือการให้ทางเลือกที่ไม่ว่าทางไหนก็เลวร้ายพอกัน เราจะได้เผชิญหน้ากับความกระอักกระอ่วนจากการรับคำสั่ง สภาพร่างกายที่ทรุดโทรม และภาพหลอนที่รบกวนจิตใจ
ผลจากการตัดสินใจอาจรุนแรงเกินรับไหว จนในที่สุดเกมก็ได้โอกาสถามแทงใจดำว่า “Do you feel like a hero yet?” (คุณรู้สึกเหมือนเป็นฮีโร่หรือยัง?)
Attentat 1942 (2017)

Attentat 1942 คือเกมที่พาเราไปจ้องหน้าและมองสายตาของผู้รอดชีวิตที่ล้วนมีบาดแผลและความลับที่เก็บงำไว้ เกมให้ผู้เล่นรับทเป็นลูกหลานที่ต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังการจับกุมคุณปู่ของเรา ที่โดนหน่วยเกสตาโป (Gestapo) ทหารของนาซีเยอรมันพาตัวไป
ความน่าสนใจของเกมอยู่ที่การใช้สื่อและรูปแบบการเล่นที่ผสมผสานกัน ในการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต เราจะได้พูดคุยกับตัวละครที่แสดงโดยนักแสดงจริงในรูปแบบวิดีโอ ส่วนการย้อนอดีตจะมาในรูปแบบมินิเกมและภาพลายเส้นการ์ตูน นอกจากนี้ตลอดการเล่น เกมจะรวบรวมสาราณุกรมที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายจริง เอกสารทางราชการ และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านการค้นคว้ามาอย่างละเอียดจากนักประวัติศาสตร์ตัวจริง