ไพ่สำหรับบางคนอาจหมายถึงการพนัน แต่สำหรับนักโป๊กเกอร์ระดับโลก เขามองเห็นสิ่งที่ต่างไปมากกว่านั้น
ปุณณัตถ์ ปุณศรี นักโป๊กเกอร์อันดับ 1 ของโลกในปี 2025 สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการ ‘Mind Sport’ หรือกีฬาสมองในไทย ไม่ใช่เพียงเพราะเขาได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมระดับโลกเท่านั้น แต่เป็นเพราะใครต่อใครที่คุ้นเคยกีฬานี้รู้ดีว่านี่เป็นรางวัลที่ไม่ได้คว้ามาง่ายๆ โดยเฉพาะชาวเอเชีย ที่การแข่งขันโป๊กเกอร์ไม่ได้แพร่หลายเท่าฝั่งตะวันตก
แชมป์โป๊กเกอร์วัย 33 ปีคนนี้ไม่ได้โดดเด่นแค่ด้านทักษะการเล่นเท่านั้น แต่เขายังหลงใหลในกีฬาชนิดนี้ จนเข้าขั้น ‘เนิร์ด’ ปุณณัตถ์บอกเล่าเกี่ยวกับกีฬาไพ่ราวกับว่าเป็นโลกใบใหม่ที่เราไม่เคยรู้จัก เพราะสำหรับเขาแล้วโป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมไพ่ธรรมดา แต่เขายังได้เรียนรู้การใช้ชีวิตผ่านสำรับไพ่เล็กๆ นี้ด้วย
จากเด็กที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของไพ่ในภาพยนตร์ ฝึกฝนวิธีการเล่นจากคุณพ่อ จนกระทั่งได้ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เมืองที่โป๊กเกอร์แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ปุณณัตถ์ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกคนแรกของไทยได้ยังไง The MATTER ชวนไปรู้จักโลกหลังโต๊ะโป๊กเกอร์ในสายตาของนักโป๊กเกอร์มืออาชีพกัน
แอบบอกก่อนว่าต่อให้ไม่เข้าใจกีฬาชนิดนี้เลยสักนิด ก็อาจจะตกหลุมรักอยากหยิบขึ้นมาฝึกเล่นบ้างก็ได้นะ
1
ได้ยินว่าเคยฝึกเล่นโป๊กเกอร์จากคุณพ่อ ตอนเด็กๆ คุณเติบโตมาในบ้านแบบไหน
ตอนแรกผมเล่นกับคุณพ่อ เป็นไพ่คล้ายๆ ‘โซ้ยตี๋’ ซึ่งมันคล้ายๆ สลาฟ แต่มันล้ำกว่าหน่อย คือจะมีการตีไพ่ที่ซับซ้อนกว่า คุณพ่อผมเป็นคนชอบเล่นเกมที่มีการใช้กลยุทธ์หรือทักษะหลายๆ อย่าง สำหรับตัวผมเองผมว่าเกมไพ่หลายๆ เกมไม่ได้ใช้ดวง 100% แต่มันใช้สกิลหรือการคิดนอกกรอบค่อนข้างเยอะ ผมก็เลยชอบ
ตอนเด็กผมเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ก็มีการดูหนังในคลาส ผมก็คุ้นเคยกับไพ่ที่อยู่ในหนังหลายชนิด ตอนนั้นผมดูหนัง ‘James Bond’ ภาค ‘Casino Royale’ โป๊กเกอร์เป็นเกมหลักในหนัง เป็นครั้งแรกที่พวกผมสนใจเลย เพราะดูแล้วรู้สึกมันเท่ สนุก ก็เลยอ่านกฎกัน แล้วก็มาลองเล่นกันที่โรงเรียน เล่นกันสนุกๆ
ถ้าพูดถึงเกมที่เด็กๆ ชอบเล่น ช่วงนั้นน่าจะมีหลายเกม แล้วอะไรคือเสน่ห์อะไรของเกมไพ่ที่ทำให้ชอบ
เกมคอมหรือเกมคอนโซล ถึงจะเล่นกับเพื่อนได้ แต่ว่าหลักๆ เราก็จะใช้เวลาอยู่กับจอ แต่เวลาเราเล่นไพ่ มันเป็นเกมที่เรามีโต้ตอบกับคนค่อนข้างเยอะ ทั้งเวลาสลับไพ่ การมองหน้า การแจกไพ่ การคิดอ่านคู่ต่อสู้
ผมมองว่าไพ่เป็นอะไรที่ค่อนข้างอเมซิ่งนะ มันสามารถเล่นได้หลายเกมมากเลย โดยที่แต่ละเกมใช้กลยุทธ์คนละอย่าง มันเหมือนฝึกวิธีการคิดผมไปด้วย แบบที่โรงเรียนไม่ได้สอนเลย ในโรงเรียนอาจจะสอนให้ท่องจำหรืออาจจะสอนวิธีคิดตามตำรา แต่ผมว่ารู้สึกว่าการเล่นไพ่ โดยเฉพาะการได้เล่นกับคนหลายๆ แบบ มันทำให้เราคิดนอกกรอบได้ดีครับ ปรับตัวได้หลากหลายสถานการณ์ ผมก็เลยสนใจตั้งแต่ตอนนั้นมาครับ
ตอนเด็กๆ ชนะหรือแพ้มากกว่ากัน
ถ้าเล่นกับเพื่อนผมอาจจะชนะมั้งครับ (หัวเราะ) อาจจะเพราะเคยฝึกมาก่อนกับคุณพ่อหรือญาติๆ มาบ้าง ผมอาจจะศึกษามากกว่าเนอะ เวลาคนมีประสบการณ์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามครับน่าจะได้เปรียบ เรียกว่าตอนเด็กๆ เราก็อาจจะได้เปรียบเพื่อนแล้วกัน
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่จริงจังกับการเล่นโป๊กเกอร์
ผมเองไม่เคยคิดว่าจะทำโป๊กเกอร์เป็นอาชีพ ถึงแม้ว่าจะชอบตั้งแต่เด็ก แต่เรามองว่ามันเป็นงานอดิเรก จนอายุ 18 ผมไปเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษ ด้านภูมิศาสตร์ โดยคณะนี้ไม่มีคนเอเชียเลย แล้วปกติปีแรกเราก็ต้องไป Bonding (สร้างความสัมพันธ์) กัน ตามสไตล์มหาวิทยาลัยฝรั่งเราต้องรู้จักคนเอง สมัยก่อนผมค่อนข้างอินโทรเวิร์ต ไม่ค่อยเก่งในเรื่องนี้ แต่มันมีที่เล่นโป๊กเกอร์อยู่ ที่อยู่ไม่ได้ไกลที่พักผมมาก ผมก็เลยไปประจำ เพราะที่อังกฤษอายุ 18 ขึ้นไปก็เล่นได้แล้ว ผมเริ่มเล่นเรื่อยๆ
เมื่อก่อนเราอาจจะเก่งกว่าเพื่อน แต่คราวนี้เราไปเล่นกับโปรบ้าง หรือว่าคนที่เล่นบ่อยๆ เราก็ยังไม่มีประสบการณ์เท่าเขา เราก็จะเสียเงินตรงนี้เรื่อยๆ แต่ตลอดเวลาที่เสีย ผมก็จะสังเกตว่าทำไมคนที่ชนะเป็นคนเดิมๆ ทำไมคนที่แพ้เป็นคนเดิมๆ เขาทำอะไรที่มันต่างกัน ตอนที่ผมเริ่มประมาณ 15 ปีที่แล้วมันไม่ได้มีเครื่องมือการศึกษาโป๊กเกอร์เยอะเท่าสมัยนี้ครับ มันเป็นการฝึกฝนโดยการเรียนรู้ด้วยตัวเองใช้สัญชาตญาณและการจดจำรูปแบบเกม ก็ใช้เวลาปีกว่า จนผมรู้สึกว่าผมพอเล่นได้เปรียบ
ตอนนั้นเสียดายเงินที่เสียไปไหม
เมื่อก่อนผมจะแบ่งเงินจากเงินค่าขนมรายเดือน อาจจะแบ่งสักครึ่งหนึ่งไว้สำหรับโป๊กเกอร์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน คุณพ่อเขาจะสอนตลอดว่า ถ้าเกิดจะเล่นไพ่หรือเล่นอะไรที่มีความเสี่ยง ไม่ควรให้เงินก้อนนี้ส่งผลกับชีวิตประจำวันได้นะ สมมุติว่าเราเสียตรงนี้ไป ถือว่าเราซื้อประสบการณ์ แต่เราต้องกินข้าว นอนหลับ หรือใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ผมก็เลยทำอย่างนี้ตลอด

การที่อยู่ในเมืองที่สามารถเล่นโป๊กเกอร์ได้อย่างอิสระมีข้อดียังไงบ้าง
ที่อังกฤษเราสามารถเล่นตั้งแต่เด็กๆ คนส่วนใหญ่ก็เล่นกันเยอะ เพื่อนที่เป็นโค้ชผมตอนนี้ เคยบอกว่าเหตุผลที่เขาเลือกมหาวิทยาลัย เพราะว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ชมรมโป๊กเกอร์ดัง นอกจากนี้การแข่งขันก็ยังมีหลายระดับ คนสามารถเข้าไปเล่นได้อย่างเสรี แค่มีเงินสมัคร หรือถ้าคุณผ่านเกณฑ์ KYC (Know Your Client) หมดก็เข้าแข่งกันได้ครับ
ข้อดีอาจเป็นในแง่การเข้าถึงมากกว่า ถ้ายูมีที่ที่เล่นได้บ่อยๆ มันก็ทำให้เราซึมซับกับเกมได้เร็วขึ้น แล้วการที่ทุกอย่างมันโปร่งใส มันทำให้เราได้เล่นกับคนหลายรูปแบบ ย้อนกลับไปผมได้มีโอกาสร่วมงาน หรือทำธุรกิจกับหลายคนผ่านโป๊กเกอร์ โป๊กเกอร์มันก็เปิดโอกาสให้เราเจอคนจากหลากหลาย ถ้าเกิดไม่มีโป๊กเกอร์ผมอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้รู้จักคนเหล่านี้ หรืออาจจะไม่ได้เพื่อนสนิทจนถึงทุกวันนี้ครับ
จากการเรียนด้านภูมิศาสตร์มาสู่การเป็นนักโป๊กเกอร์ได้ยังไง
พอเราเริ่มได้ไปเรียนแล้ว หลายๆ อย่างที่เกี่ยวกับวิชานี้มันก็แอบต่างกับที่เราเคยคิดไว้ มันมีช่วงที่ผมพยายามหาความฝันอยู่นะ คือตอนที่เรียนจบป.โท ก็ลองฝึกงานดูบ้าง ลองคิดว่าเราจะทำงานเกี่ยวกับพลังงานสะอาด หรือทำในกระทรวงสิ่งแวดล้อมดีไหม แต่คิดไปคิดมา ผมก็มองว่ามันอาจจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เราอยากทำ
มันเหมาะเจาะกับจังหวะในช่วงที่ผมกำลังหาว่าอยากทำอะไร เพื่อนสนิทที่ผมรู้จักจากการเล่นโป๊กเกอร์ที่บริสตอล เดินทางมาไทยพอดี เขาโตขึ้นมากและเขาก็เก่งมากระดับหนึ่ง พอผมเห็นเขาเก่ง ผมอยากเรียนรู้จากเขา พอดีกับที่เขาอยากอยู่เอเชียต่อสักระยะหนึ่งเพื่อทำภารกิจส่วนตัว ก็เลยได้พาร์ทเนอร์ชิปกัน จนตอนนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทแล้วครับ เขาเป็นโค้ชเราด้วย เขาทำให้เราเก่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลย ทำให้เรารู้สึกว่าอยากลองจริงจังกับโป๊กเกอร์ดู อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง
2
มีการแข่งขันครั้งไหนที่รู้สึกฝังใจที่สุดไหม
ถ้าเกิดพูดในเชิงการแข่งขันแพ้ชนะมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะว่ามันเป็นกีฬาที่เราไม่สามารถชนะได้ตลอด แต่มันเป็นกีฬาที่ถ้าเรามีความสามารถเหนือคนอื่น ก็ควรชนะในระยะยาวนะ โป๊กเกอร์มันสอนให้เรารู้จักยอมรับความเสี่ยงค่อนข้างดี และการควบคุมความผิดหวัง
แต่สำหรับตัวเอง ก็มีบางเคสที่ผมฝังใจครับ ในปี 2023 เป็น World Series of Poker (WSOP) ปีที่ 2 ที่ผมได้เล่นเต็มซีรีส์ ปีนั้นผมได้ที่ 2 แต่มันเป็นที่ 2 ในปีที่คอมมูนิตี้โป๊กเกอร์ในไทยเริ่มโตแล้ว มีทั้งคนในวงการบันเทิง ทั้งโปรแถวหน้าของไทย มีทั้งคนที่ไม่ใช่โปรแต่อยากไปลองได้ประสบการณ์ดู มันเป็นปีที่คนไทยไปเยอะที่สุดครับ ตอนนั้นผมได้ที่ 2 ในรายการหนึ่ง หลังจากที่ ‘เต๊นท์’ (กันณพงศ์ ธนรัตน์ตระกูล) นักโป๊กเกอร์ไทยอีกคนหนึ่ง เขาได้ที่ 2 วันหนึ่งก่อนผม ก็เหมือนไทยได้ 2 วันติด
แต่นั่นผมเป็นรอบที่ผมเสียดายจริงๆ คือตลอดทั้ง ‘Final Table’ (โต๊ะสุดท้ายของการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นรอบตัดสินแชมป์) ผมสู้ด้วยมันดีมาก อีกฝ่ายเขามีชิปมากกว่าผม แต่ผมเล่นจนเขามีน้อยกว่าผม จนถึง 2 คนสุดท้าย อีกฝ่ายก็เริ่มอารมณ์ไม่ค่อยดีแล้ว เรารู้ชัดเจนเลยว่าได้เปรียบทั้งเชิงสกิลแล้วก็เชิงอารมณ์ ผมก็เลยเล่นตานี้ด้วยการเสี่ยง เพราะผมรู้ว่าไพ่ผมเกิน 70% อยู่แล้ว ก็ตามคาด คือเขาก็ใส่เงินของเขามาหมด ผมก็ตามด้วยไพ่ผม แต่บังเอิญดวงไม่ดี เขาพลิกมาชนะ
โดยปกติผมจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการแพ้ชนะ ด้วยการแพ้ดวงสักเท่าไหร่ แต่นั่นเป็นหนึ่งในรอบที่ผมรู้สึกเสียดายมาก รู้สึกเฮิร์ตนิดหนึ่งนะ เพราะว่ามันเป็นรางวัลที่เราอยากได้มานานแล้วด้วย แล้วก็เป็นรายการที่เพื่อนเราและโปรแถวหน้ามาเชียร์หมดเลย ก็เลยเสียดายครับ
ได้เรียนรู้อะไรจากครั้งนั้นบ้าง
มันก็มีข้อดีนะครับ เวลาเราเจอสิ่งที่มันน่าผิดหวังมากๆ แล้วเราข้ามไปได้ ผมว่ามันก็ช่วยให้ในอนาคตเราสามารถที่จะรับมือกับความทุกข์ได้ดีขึ้น
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ คือมันทำให้ผม Resilient (ล้มแล้วลุกไว) มากกว่าเดิม เพราะน่าจะเป็นแมตช์ที่ผมผิดหวังมากที่สุดเลย ตั้งแต่เคยได้ที่ 2 หรือแพ้มา ทำให้ไม่ว่าจะเจออะไรหลังจากนี้ มันไม่ส่งผลกระทบกับเรามาก ผมสามารถเจอช่วง ‘Run bad’ (ช่วงที่ไพ่ไม่เป็นใจ) หรือว่าความทุกข์นอกเหนือจากโป๊กเกอร์ แล้วผมกลับมาเล่นดีได้

การเป็นนักโป๊กเกอร์ที่ดีต้องฝึกอะไรบ้าง
คนชอบมองว่าโป๊กเกอร์เป็นสกิลในตัวมันเอง แต่จริงๆ การจะเป็นนักโป๊กเกอร์ที่เก่ง มันมีหลายสกิลที่ควรพัฒนา เริ่มตั้งแต่การฝึกอารมณ์ อันนี้เรื่องของ EQ สามารถฝึกกับ Mindset Coach ก็ได้ หรือเราฝึกเองก็ได้
ต่อมาคือเรื่องของการเข้าใจในเชิงของกลยุทธ์ มันก็จะมีตั้งแต่ไพ่ที่ควรเริ่มเล่น วิธีการที่คนเล่นไพ่ สมัยนี้มันมีหลายเครื่องมือที่ช่วยให้เราเรียนรู้แต่ละด้านของโป๊กเกอร์ เรียกว่า ‘Solver’ นอกจากนี้ถ้าเล่นในทัวร์นาเมนต์ อาจจะมีเรื่อง ‘ICM’ หรือคุณค่าของชิปที่เรามีในทัวร์นาเมนต์นั้น
ผมว่าอีกอย่างที่ค่อนข้างสำคัญ คือกลุ่มเพื่อนที่สามารถโยนไอเดียกันได้ เพราะว่าโป๊กเกอร์มันเป็นเกมที่เล่นกับคน มันสำคัญสำหรับผมเพราะว่า ก่อนที่เราจะเข้าในเชิงลึกว่าควรเล่นกับคนยังไง ต้องเข้าใจพื้นฐานก่อนว่าทำอะไรถึงจะดีที่สุด พอเรารู้ตรงนี้แล้ว เราก็จะมีตัวเลือกว่าเราทำอะไรบ้าง
เวลาเราเล่นกับคนจริง แต่ละคนมีความสามารถหรือนิสัยต่างกัน วิธีที่เราจะตัดสินใจในการเล่นกับแต่ละคนก็จะต่างกันไปด้วย ซึ่งนักโป๊กเกอร์ที่เก่งจะเป็นคนที่ปรับกับคนใหม่ๆ ได้เร็ว สมมุติว่าผมใช้เวลามา 20 นาที ผมก็จะมองออกว่าควรเล่นกับคนแบบนี้ยังไง แต่กับคนที่อาจจะเล่นออนไลน์มาอย่างเดียว แม้เขาจะรู้พื้นฐานทฤษฎีมากกว่าผม แต่ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะรู้ว่าคุณเล่นกับคนนี้ยังไง ในระยะการแข่งผมก็ควรจะทำได้ดีกว่า
แล้วให้น้ำหนักอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง EQ ทักษะการเล่น หรือว่าดวง
ผมว่าจริงๆ EQ น่าจะสำคัญสุด ถ้าเกิดว่าพัฒนาสกิลถึงขั้นหนึ่งแล้ว ณ จุดนั้นผมว่า EQ เริ่มสำคัญกว่าล่ะ เพราะว่าถ้านักเล่นคนหนึ่งเล่นได้ดี แต่พอสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจแล้วเริ่มคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ ในระยะยาวอาจจะสู้คนที่อาจจะสกิลน้อยกว่า แต่เล่นที่คงเส้นคงวาเรื่อยๆ ตลอดไม่ได้
แต่สำหรับผมทั้งการคุมอารมณ์และทักษะมันสำคัญกว่าดวงอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ดวงในโป๊กเกอร์มันเป็นแค่ในเรื่องของระยะสั้นนะครับ ในระยะยาวมันมีสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้หลายอย่างครับ ทั้งเรื่องของอารมณ์ ทั้งเรื่องของสกิล และเรื่องอื่นๆ นอกเหนือ 2 อย่างนี้ด้วย เช่น สุขภาพ มันก็ช่วยทำให้เรามีพละกำลังดีขึ้น เล่นเกมยาวได้ดีขึ้นก็ได้
เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา คุณเพิ่งขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ของโลกจากรางวัลผู้เล่นโป๊กเกอร์ยอดเยี่ยมประจำปี (Global Poker Index) สิ่งนี้สำคัญยังไงบ้าง
สำหรับผม ผมมองว่ามันเป็นความสำเร็จที่น่าจะดีที่สุดในชีวิตผมเลย มันเป็นรางวัลได้ค่อนข้างยากและยังไม่มีใครได้เลยสำหรับคนเอเชีย เพราะเราไม่มีการแข่งขันเยอะเท่าฝั่งตะวันตก หรือการแข่งขันฝั่งเราไม่ได้อยู่ในสเกลใหญ่มากพอจนได้แต้มเยอะเท่าประเทศฝั่งนั้น
ผมว่าในหลายๆ ประเทศในเอเชีย ไม่ใช่แค่บ้านเราหรอก อาจจะยังไม่เห็นคุณค่าของการแข่งขันโป๊กเกอร์ อาจจะมองว่าเป็นกีฬาสมอง แต่อาจจะไม่ได้เห็นว่ามันเป็นกีฬาที่นานาชาติเขาให้เกียรตินะ ผมก็เลยรู้สึกอยากทำให้ได้ เพราะถ้าเราเป็นคนเอเชียที่ได้เป็นคนแรก มันก็อาจจะช่วยผลักดันวงการโป๊กเกอร์ ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่เป็นทั้งเอเชียให้โตมากขึ้น ให้คนมามองเห็นข้อดีของการเล่นโป๊กเกอร์มากขึ้น หรือการจัดแข่งโป๊กเกอร์มากขึ้น ก็เลยทำเต็มที่ครับ
แล้วพอได้มา ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่รางวัลแห่งปีอย่างเดียวครับ แต่มันเป็นเหมือนรางวัลในเส้นทางอาชีพ ที่มันเริ่มตั้งแต่ผมไปเล่นที่อังกฤษ หาความฝันตัวเอง จนเริ่มตัดสินใจอยากแข่งจริงจัง ฝึกฝนจนสามารถแข่งและสู้คนอื่นได้ มันเลยเป็นเหมือนตัวแทนของอาชีพผมครับ

3
ปกติคนทั่วไปอาจจะมองไพ่ในความหมายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วสำหรับคุณไพ่มีความหมายยังไง
ผมมองว่าไพ่เป็นสัญลักษณ์ของไหวพริบ ความฉลาด หรือกลยุทธ์สำหรับฝึกสมองครับ เหตุผลที่ผมยังเล่นไพ่อยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะว่าผมได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ทุกวัน เป้าหมายแรกในการแข่งของผม แน่นอนทุกคนอยากได้ถ้วยอยู่แล้วครับ แต่ผมจะมองว่าถ้าผมไปแข่งแล้วผมเรียนรู้อะไรมากขึ้น ผมรู้สึกว่ามันเป็นกำไรแล้ว
สิ่งที่ผมได้จากไพ่หลายอย่างมันมีประโยชน์ด้านอื่นในชีวิตผมด้วย เช่น ฝึกความอดทน การรับความเสี่ยง การวิเคราะห์เกม วิเคราะห์คน คุมอารมณ์ การคำนวณสถิติ หรือการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ มันสามารถเอาไปใช้กับการทำธุรกิจ ในการเข้าสังคม ในการบริหารชีวิตครอบครัวได้หลายอย่างเลยครับ
เมื่อไม่นานนี้ไทยเพิ่งประกาศรับรองให้โป๊กเกอร์เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ คุณมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีกับกลุ่มคนเล่นโป๊กเกอร์ในไทยยังไงบ้าง
ผมว่าการที่โป๊กเกอร์ได้รับการยอมรับเป็น Mind Sport มันทำให้หลายๆ คนภูมิใจกับมัน แล้วผมว่ามันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่มีคนไทยไปแข่งในระดับสูงๆ มากขึ้น เพราะทุกวันนี้คนไทยที่ไปแข่งระดับเอเชีย หรือว่าในตะวันตกก็มีมากขึ้นกว่า 5 ปีที่แล้วเยอะมาก สิ่งนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยได้ถ้วยรางวัลระดับโลกมากขึ้น แล้วก็พัฒนาฝีมือหรือว่าทักษะไปด้วยกันนะครับ
ยิ่งโป๊กเกอร์ถูกมองว่าเป็นกีฬาสมอง มันแปลว่าคุณพัฒนาฝีมือได้ มันอาจจะเปิดความเข้าใจมากขึ้น ว่าจริงๆ มันไม่ใช่เป็นเกมไพ่ที่ใช้ดวง มันเป็นเกมไพ่ที่ใช้ทักษะหลายๆ อย่าง ที่เราสามารถฝึกฝนได้ แล้วก็หลายๆ ทักษะที่ฝึกฝนไปถึงระดับหนึ่งแล้ว มันดีกับชีวิตทั่วไปอยู่แล้วครับ อยากให้คนเขามองเห็นถึงจุดนั้นมากกว่า
สำหรับคนอยากเริ่มเล่นโป๊กเกอร์ควรเริ่มต้นยังไง
ผมว่าอย่างแรกคือต้องชอบมันจริงๆ เป้าหมายของการเล่นโป๊กเกอร์สำหรับมือใหม่ไม่ควรเป็นเพราะ ‘ฉันอยากรวย’ ควรเล่นโป๊กเกอร์เพราะคิดว่าฉันอยากพัฒนาทักษะ อยากพัฒนาเชิงกลยุทธ์ หรืออยากเล่นโป๊กเกอร์เพื่ออยากทำอะไรบางอย่างเพื่อตัวเอง
สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ ที่ฝึกมาระดับนึงแล้ว อาจจะแนะนำว่าให้ไปลองแข่งดูตามทัวร์นาเมนต์ใกล้ๆ ก็ได้ครับ ที่ค่าสมัครไม่สูงมาก อยากให้เริ่มค่อยๆ ไต่ขึ้นไป
อยากให้เข้าใจการจัดการเงินตัวเอง และการกระจายความเสี่ยงด้วยครับ
