อีกไม่กี่วันจะหมดปีแล้ว ทุกคนพร้อมสำหรับปีใหม่กันไหม?
เชื่อว่าหลายคนน่าจะกำลังตั้งตารอให้วันปีใหม่มาถึงกันอยู่ เพราะมันคือช่วงเวลาฤกษ์งามยามดีที่เหมาะกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ และปล่อยบางเรื่องทิ้งไว้ในปีเก่า ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปีหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง บางทีอาจไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย หรือบางทีก็อาจมีเรื่องเซอร์ไพรส์โผล่เข้ามาแบบคาดไม่ถึงก็ได้
เมื่ออนาคตเป็นสิ่งไม่แน่ไม่นอน จะคาดหวังให้ดีตลอดจนหมดปีก็คงเป็นเรื่องยาก เพราะหลายครั้งชีวิตก็อาจต้องโดนท้าทายด้วยอุปสรรคบ้างไม่มากก็น้อย ฉะนั้นแล้วสิ่งที่ตัวเราในปัจจุบันสามารถทำได้ คือการเตรียมตัวและใจให้พร้อมรับปีใหม่ที่กำลังมาถึง
เพื่อให้ความโชคดีมาเยี่ยมมาหา The MATTER จึงอยากชวนทุกคนมารู้จักกับความเชื่อและธรรมเนียมคืนวันสิ้นปีจากทั่วทุกมุมโลกกัน เผื่อปีหน้านี้ใครอยากมีโชคและสมหวังในเรื่องต่างๆ ก็จะได้มาเลือกวิธีเหล่านี้ไปลองทำตามกันได้
กินองุ่น 12 ลูกใน 1 นาที ของชาวสเปน

หนึ่งในธรรมเนียมยอดนิยมที่เหล่าคนโสดผู้อยากมีคู่หลายคนมักทำกันช่วงคืนวันปีใหม่ คือ การกินองุ่น 12 ลูกให้หมดก่อนเวลา 12:01 น. ซึ่งแท้จริงแล้ว ต้นฉบับความเชื่อนี้มีที่มาที่ไปจากประเทศสเปน โดยพวกเขาเชื่อว่า องุ่น 1 ลูกเป็นตัวแทนของความโชคดีในแต่ละเดือน 12 ลูกก็คือ 12 เดือน ดังนั้นหากใครกินได้หมดทัน ก็จะโชคดีตลอดทั้งปีนั่นเอง
ธรรมเนียมการกินองุ่นตอนปีใหม่นี้ อยู่ควบคู่กับชาวสเปนมาเป็นเวลานานกว่าหลาย 100 ปี ไมเคิล เอ. ดิ จิโอวีน (Michael A. Di Giovine) ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา ผู้ศึกษาเรื่องมรดกทางอาหารและประเพณีวันหยุดในวัฒนธรรมเมดิเตอร์เรเนียน ชี้ให้เห็นว่า ธรรมเนียมนี้อาจมีที่มาจากการกินองุ่นที่เหลือจากการบ่มไวน์ และเริ่มกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ หลังปลายศตวรรที่ 19 เป็นต้นมา
ส่วนการต้องกินองุ่นใต้โต๊ะหรือกินเพื่อขอคู่ครองตามที่เราคุ้นกันบนโลกโซเชียลมีเดียนั้น ถือเป็นธรรมเนียมในยุคสมัยใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็สามารถเลือกทำในแบบที่เข้ากับความเชื่อและความสบายใจของตัวเองได้เลย เพราะไม่ว่าจะทำแบบนั้นก็ล้วนมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาทั้งนั้น
กระโดดข้ามคลื่น 7 ลูกแล้วจะโชคดี ตามแบบชาวบราซิล

ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวบราซิล เมื่อถึงเวลาที่นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนของวันสิ้นปี หากเรากระโดดข้ามคลื่น 7 ลูกได้ จะถือเป็นการดึงดูดสิ่งดีๆ ให้เข้ามาหาในปีใหม่ โดยความเชื่อนี้มีความเกี่ยวข้องกับประเพณีการบูชาอิมานยา ผู้เป็นราชินีแห่งท้องทะเล ตามความเชื่อของศาสนาแอฟริกัน-บราซิล ซึ่งเป็นศาสนาท้องถิ่นของชาวบราซิล
ฉะนั้น สำหรับใครที่วางแพลนจะไปเคาต์ดาวน์กันที่ริมทะเล ก็อาจลองนำธรรมเนียมคืนสิ้นปีของชาวบราซิลนี้ไปทำตามดู เผื่อจะมีโชคดีพุ่งเข้ามาหาเราเหมือนกับคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาชายฝั่งตลอดเวลาก็ได้
ทุบจานให้แตกรับโชคในวันปีใหม่ ตามชาวเดนมาร์ก

“แตกเป็นแตก แบกเอาไว้ ก็หนัก”
นี่ไม่ใช่เพลงของมาช่าแต่อย่างใด เพราะเรากำลังพูดถึงธรรมเนียมทุบจานให้แตกในวันสิ้นปีของชาวเดนมาร์กกันอยู่ต่างหาก
ช้าก่อน อย่าเพิ่งไปหยิบจานใบโปรดมาทุบให้แตกกันล่ะ เพราะตามธรรมเนียมของชาวเดนมาร์กนั้น จาน พวกเขาจะใช้จานที่ไม่ได้ใช้งานหรือหมดสภาพแล้ว โดยจะสะสมเอาไว้ตลอดปี เมื่อถึงคืนส่งท้ายปีเก่า ผู้คนก็จะเดินทางไปรวมตัวกันที่บ้านเพื่อนหรือญาติ นำจานมาทุบให้แตกกับประตูหน้าบ้าน ซึ่งชาวเดนมาร์กเชื่อว่าเสียงจานที่แตกกระทบประตู จะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำโชคดีมาให้ในปีที่จะมาถึง แล้วยิ่งหน้าบ้านมีเศษจานแตกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโชคดีและเป็นที่รักแก่ผู้คนมากขี้นเท่านั้น
ประเพณีนี้ไม่ได้มีที่มาที่ไปบันทึกเอาไว้ชัดเจน แต่ชาวเดนมาร์กเชื่อกันว่าการทุบจานให้แตก ถือเป็นวิธีการแสดงความขอบคุณต่อคนอื่นๆ ในชีวิต ดังนั้นพวกเขาจึงนำไปทุบจานกับประตูบ้านของเพื้อนหรือญาติแทนนั่นเอง
วางกิ่งมิสเซิลโทลไว้ใต้หมอนเพื่อขอคู่ ตามธรรมเนียมชาวไอร์แลนด์

เมื่อพูดถึง ‘มิสเซิลโทล’ เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงวันคริสต์มาส แต่สำหรับชาวไอร์แลนด์ พวกเขาไม่ได้ใช้มิสเซิลโทลเฉพาะวันคริสต์มาสเท่านั้น หากแต่พวกเขายังใช้มันในคืนสิ้นปีด้วย
ตามธรรมเนียมชาวไอร์แลนด์ บรรดาคนโสดที่อยากมีคู่ จะนิยมวางกิ่งมิสเซิลโทลไว้ใต้หมอนก่อนนอนในคืนส่งท้ายปีเก่า แล้วพอรุ่งเช้าให้นำกิ่งมิสเซิลโทลไปเผาไฟ ก็จะช่วยดึงดูดความรักให้เข้ามาในอีก 12 เดือนหลังจากนี้
สาเหตุที่ต้องเป็นกิ่งของต้นมิสเซิลเทล เพราะต้นไม้ชนิดนี้ถือเป็นพืชที่อยู่ควบคู่กับชาวยุโรปเป็นเวลานาน โดยมันถือเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความมีชีวิตชีวา ฉะนั้น มิสเซิลโทลจึงถูกใช้เป็นตัวแทนของพลังงานดีๆ ที่ช่วยเปิดทางให้ความรักงอกงามในปีใหม่ตามความเชื่อของชาวไอร์แลนด์นั่นเอง
สวมเสื้อผ้าลายจุดรับความโชคดีคืนวันปีใหม่ ตามความเชื่อชาวฟิลิปปินส์

มาต่อกันที่ธรรมเนียมของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรากันบ้าง อย่างความเชื่อของชาวฟิลิปปินส์ ที่มักจะหยิบเสื้อผ้าลายจุดหลากสีสัน มาใส่กันในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กัน
สาเหตุที่ต้องเป็นลายจุด เพราะชาวฟิลิปปินส์เชื่อกันว่าลวดลายดังกล่าวจะมอบความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองให้พวกเขา ซึ่งมันมีพื้นฐานมาจากความเชื่อที่ว่ารูปทรงกลมถือเป็นสัญลักษณ์ของเงินทองและโชคลาภ การใส่เสื้อผ้าลายจุด ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง รองเท้า หรือเครื่องประดับใดๆ ก็ตาม จะช่วยให้พวกเขาร่ำรวยเงินทองในปีถัดไป
แขวนหอมหัวใหญ่รับโชคลาภในวันปีใหม่ แบบชาวกรีซ

ในช่วงสิ้นปี ทุกคนตกแต่งที่อยู่อาศัยด้วยอะไรกันบ้าง?
หลายคนก็อาจเลือกหลอดไฟดวงเล็กหรือสายรุ้งหลากสีสันมาตกแต่ง แต่สำหรับชาวกรีซ การตกแต่งบ้านถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเสริมโชคลาภให้แก่ตัวเจ้าของบ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงนิยมแขวนหัวหอมไว้ที่ประตูบ้าน เพื่อเรียกโชคในวันสุดท้ายก่อนหมดปี
ความเชื่อเกี่ยวกับหัวหอมมีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ โดยมันถือเป็นสัญลักษณ์ของการเจริญเติบโตและการเกิดใหม่ เพราะแม้จะวางหัวหอมทิ้งไว้เฉยๆ พวกมันก็จะงอกลำต้นออกมาเสมอ การนำมันมาแขวนไว้ที่ประตูบ้านในวันก่อนปีใหม่ จึงถือเป็นการอวยพรให้คนในบ้านมีความเจริญ เติบโตในอีกก้าวของชีวิต และรู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ในปีถัดไปที่จะมาถึงนั่นเอง
กินโซบะส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สไตล์ญี่ปุ่น

ปิดท้าคราวนี้ขยับเขยื่อนมาที่โซนเอเชียของเรากันบ้าง อย่างในประเทศญี่ปุ่น พวกเขามีความเชื่อกัน ว่าหากอยากให้ชีวิตของตนเองโชคดีในปีถัดไป ก็จะต้องกินเส้นโซบะในส่งท้ายปีกัน
ตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น พวกเขานิยมอยู่เฉลิมฉลองปีใหม่กับครอบครัว และรับประทานบะหมี่โซบะที่เรียกว่า ‘โทชิโคชิโซบะ (年越し蕎麦)’ หรือโซบะปีใหม่กัน โดยมันเป็นโซบะที่ทำมาจากต้นบัควีท สามารถเสิร์ฟได้ทั้งแบบร้อนหรือเย็น
ส่วนสาเหตุที่ต้องเป็นโทชิโคชิโซบะ เพราะชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อมากมายที่ผูกโยงกับอาหารการกินมาเป็นเวลานาน เฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทเส้น ซึ่งมักเป็นสัญลักษณ์ของอายุที่ยืนยาว ส่วนวัตถุดิบหลัก อย่างต้นบัควีทก็ยิ่งทำให้เส้นเหนียมนุ่ม จึงเป็นตัวแทนของความยืดหยุ่น และสุดท้ายเส้นโซบะที่แม้จะยาว แต่เมื่อกัดก็ขาด จึงเป็นสัญลักษณ์ของการตัดขาดจากความยากลำบากต่างๆ ในช่วงปีที่ผ่านมาด้วย
สำหรับใครที่อยากโชคดีและสมหวังในเรื่องใด ก็อาจลองเลือกธรรมเนียมเหล่านี้ไปลองทำตามดูก็ได้นะ
อ้างอิงจาก