หากเจอหูแมวในห้องใครสักคน อาจจะแค่ติดแบ๊วก็ได้ มีปลอกคอพร้อมสายจูง อันนี้ต้องเริ่มทดไว้ในใจ เจอกรง ชามข้าว ชามน้ำ โดยเจ้าตัวไม่ได้เลี้ยงสัตว์ใดๆ ใช่แล้วล่ะ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
เซ็กซ์เหมือนโลกอีกใบที่เลือกจะเป็นอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องอ้างอิงจากสิ่งที่เป็นในชีวิตจริงมาก่อน การโรลเพลย์บทบาทอื่นๆ จึงเป็นอีกวิธียอดนิยมให้เราได้หลีกหนีจากโลกความจริง เป็นใครก็ได้ที่อยากเป็น ทำอะไรก็ได้อยากทำ ในสักช่วงเวลาหนึ่งแล้วค่อยกลับมาสู่โลกความจริง
การโรลเพลย์ที่เห็นกันบ่อยๆ จะเป็นการสวมบทบาทเป็นอาชีพต่างๆ สวมบทบาทในสถานการณ์สมมติ มีอีกรูปแบบการโรลเพลย์ที่ไม่เพียงเปลี่ยนจากคนหนึ่งกลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เปลี่ยนจากคนหนึ่งไปสู่ตัวหนึ่ง อย่าง ‘Pet Play’ การสวมบทบาทเป็นสัตว์เลี้ยง

สำรวจโลก Pet Play
Pet Play เป็นการสวมบทบาทให้คนเป็นสัตว์เลี้ยง ด้วยการแต่งตัว ใส่หู ใส่หาง เป็นสัตว์ชนิดใดก็ได้ ที่นิยมมากๆ จะเป็นแมว สุนัข และม้า มีสัตว์เลี้ยงแล้วก็ต้องมีเจ้านายมาคู่กัน คอยถือสายจูง กระชับปลอกคอให้มั่น กิจกรรมนี้ได้รับความนิยมในกลุ่ม BDSM เพราะเป็นกิจกรรมที่เล่นกับอำนาจระหว่างผู้กุมอำนาจและผู้ถูกกระทำโดยตรง
กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงนึกสนุกจับ submissive มาแต่งตัวเล่นๆ แต่ submissive จะต้องสวมบทบาทเป็นสัตว์ชนิดนั้นด้วย เช่น คลานสี่ขา ส่งเสียงร้อง กินอาหารจากชาม นอนในกรง ส่วนฝั่ง dominant จะคอยควบคุม ออกคำสั่ง ชื่นชมเมื่อทำได้ดี ลงโทษเมื่อไม่ยอมทำตามคำสั่ง อาจจะมีกิจกรรมทางเพศเข้ามาเกี่ยวก็ได้หรือไม่มีก็ได้ และสามารถทำในพื้นที่ส่วนตัวหรือสาธารณะก็ได้เช่นกัน (แต่ถูกผิดก็ว่ากันอีกเรื่องนะ)
แม้ฟังดูเหมือนหน้างานจะต้องโหด ลงโทษ ดุด่า แต่ความจริงแล้วสถานการณ์ออกมาได้หลายรูปแบบมาก แม้จะแบ่งฝั่งเจ้านายกับสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน มีคนหนึ่งกุมอำนาจ อีกคนต้องทำตามคำสั่ง สถานการณ์จริงอาจออกมาเป็นแมวน้อยขี้อ้อน รอคำสั่งจากเจ้านาย อยากคลอเคลียใกล้ชิด หรือหมาดื้ออยากโดนลงโทษ โดนทำให้อับอาย
มันจึงเป็นการสวมบทบาทเป็นสัตว์ เพื่อหลีกหนีจากโลกความจริง ปลดเปลื้องบทบาทเดิมที่มีโดยไม่มีเรื่องเซ็กซ์ การสอดใส่เข้ามาเกี่ยวก็ได้ หรือจะเป็นกิจกรรมทางเพศ มีเซ็กซ์ มีจุดสุดยอดเข้ามาเกี่ยวก็ได้เช่นกัน อยู่ที่การตกลงกันของสองฝ่าย
เช่นเดียวกับกิจกรรม BDSM ทุกประเภท Pet Play ต้องอาศัยความยินยอมพร้อมใจที่ชัดเจน สื่อสารความต้องการ และกำหนดขอบเขตความปลอดภัยไว้

เมื่อเป็นอะไรก็ได้ แล้วทำไมถึงอยากเป็นสัตว์เลี้ยง?
หากหลีกหนีจากโลกความเป็นจริง ได้เป็นอะไรสักอย่างที่ไม่เคยเป็น แต่การสวมบทบาทมีตั้งมากมาย ทำไมต้องเลือกเป็นสัตว์ด้วยนะ มาหาคำตอบในงานวิจัย The Psychology of Puppy Play: A Phenomenological Investigation ผู้วิจัยได้วิเคราะห์คำตอบจากประสบการณ์รายบุคคล ของผู้ที่รับบทเป็นลูกสุนัขและผู้ดูแล จนสามารถระบุองค์ประกอบหลัก ที่ช่วยอธิบายว่าทำไมผู้คนจึงต้องการเข้าร่วมปรากฏการณ์นี้ ได้แก่
- ความพึงพอใจทางเพศ
- การผ่อนคลาย การบำบัด และการหลีกหนีจากตัวตน
- เพิ่มชีวิตชีวาให้กับชีวิตที่มีแต่ความเป็นผู้ใหญ่
- การแสดงออกของตัวตน
- ความสัมพันธ์และชุมชน
กิจกรรมนี้มีรากมาจากชุมชน BDSM และจนถึงปัจจุบันก็ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมย่อยนั้นอยู่ไม่น้อย เมื่อมองผ่านกรอบของ BDSM งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ไม่ได้เข้ามาเพียงเพราะเรื่องทางเพศเท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลอื่นๆ อย่าง การใช้เป็นพื้นที่เยียวยา การหลีกหนีจากตัวตนในชีวิตประจำวัน การใช้เป็นกิจกรรมยามว่าง หรือการสร้างความสัมพันธ์และชุมชน แต่แนวคิดหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ การหลีกหนีจากตัวตนเดิม หวังช่วยปลดเปลื้องความกดดันของการเป็นตัวเองในสังคมได้
หัวหน้าสุดเนี้ยบ อาจจะอยากเป็นแมวน้อยรอคำสั่ง คนเงียบขรึมอาจจะอยากเป็นหมาดื้อ ท้าทายเจ้านาย เพียงเพราะอยากโดนลงโทษ กิจกรรมเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยมแปลกประหลาด แต่อาจเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ใครบางคนได้โยนความหนักอึ้งในใจทิ้งไป
เพราะตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นใคร เป็นเพียงแมวน้อยที่มีทั้งหู กระดิ่ง ปลอกคอ คลานสี่ขาไปมารอคำสั่งจากเจ้านายเท่านั้น
อ้างอิงจาก