มาช่วยกันคิด ข่าวจริงข่าวไหน จะได้อยู่ในไลน์ ‘ข่าวจริงประเทศไทย’

ถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวของรัฐบาล คสช. ที่น่าสนใจ เมื่อมีการเปิดบัญชีไลน์ @realnewsthailand หรือ ‘ข่าวจริงประเทศไทย’ ขึ้น โดย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเปิดบัญชีไลน์ที่ทำไว้เป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาลนี้ “เป็นความพยายามที่จะทำให้ข้อมูลข่าวสารที่สับสนในปัจจุบันกระจ่างขึ้น”

แต่สื่อมวลชนสำนักต่างๆ กลับมองว่า เป้าหมายของการเปิดบัญชีไลน์นี้ก็เพื่อตอบโต้กับข่าวซึ่งรัฐบาล คสช. มองว่าบิดเบือนหรือเป็นเท็จ เสียมากกว่า

แม้จะไม่ใช่การสร้างบัญชีไลน์ใหม่ซะทีเดียว แต่เป็นการนำบัญชีไลน์ของกรมประชาสัมพันธ์ที่สร้างไว้เพื่อแจ้งข่าวสารช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2560 (ชื่อเดิมคือ @hotline1441) มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง – ทำให้ยอดผู้แอดเป็นเพื่อนในอดีตกว่า 2 แสนคนติดมาด้วย

แต่ไหนๆ ก็เปิดขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางสื่อสารข่าวจริงของรัฐบาลแล้ว The MATTER เลยอยากจะชักชวนทุกคนให้มาช่วยกันนึกว่า ‘ข่าวจริง’ แบบไหน ที่บัญชีไลน์นี้น่าจะหยิบมานำเสนอบ้าง

 

นายกฯ ได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME พร้อมฉายา ‘สฤษดิ์น้อย’

มีผู้นำไทยไม่กี่คนที่จะได้ขึ้นปกนิตยสารข่าวระดับโลกอย่าง TIME แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับเป็นหนึ่งในนั้น

โดยนิตยสาร TIME เวอร์ชั่นเอเชีย ฉบับวันที่ 2 ก.ค.2561 นำภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นปกแบบเดี่ยวๆ พร้อมคำบรรยายใต้ภาพว่า “Democrat. Dictator. Which path Thailand’s Prayuth Chan-ocha choose?”

ขณะที่เนื้อหาภายในเล่นพูดถึงเจ้าตัวในแง่มุมต่างๆ ตั้งแต่เรื่องราวในวัยเด็ก ที่มาของความชอบในการแต่งเพลง-แต่งกลอน

นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเปรยด้วยว่าเส้นทางชีวิตของลุงตู่ ดูคล้ายคลึงกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกฯ จนถูกเรียกว่าเป็น ‘Little Sarit (สฤษดิ์น้อย)’

 

กลุ่มสามมิตรเดินสายดูดอดีต ส.ส. ให้ลุงตู่ได้เป็นนายกฯ ต่อ

กลุ่ม ‘สามมิตร’ หรือมิตรสหายชื่อย่อ ส. จำนวน 3 คน ได้แก่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมศักดิ์ เทพสุทิน ไปจนถึงสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาล คสช.นี้เอง อยู่ระหว่างเดินสายชักชวน (หรือ ‘ดูด’) อดีต ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ให้เข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ โดยวางเป้าหมายด้วยการผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้มีผลงานดีด้านการปฏิรูปประเทศ ได้ทำงานในฐานะนายกฯ ต่อไปหลังการเลือกตั้งในปีหน้า

แม้จะมีเสียงท้วงว่า การที่สามมิตรเดินสายเจอนักการเมืองกลุ่มต่างๆ อยู่บ่อยๆ ไม่ขัดกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนหรือ?

แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง ก็ออกมาบอกแล้วว่า ถ้าไม่ได้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ก็ไม่น่าจะขัดกับคำสั่งดังกล่าว

 

Nap Lab สนช.งีบหลับระหว่างประชุม

การประชุม สนช.ครั้งสำคัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ที่ตั้งงบไว้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 3 ล้านล้านบาท กลับมีภาพที่กลายเป็นภาพจำของคนทั่วไป คือมีสมาชิก สนช.บางรายแอบ ‘งีบหลับ’ กลางห้องประชุม

แต่เมื่อมีสื่อจับภาพได้และหยิบไปนำเสนอ จนกลายเป็นไวรัล ก็มี สนช.อีกคนหนึ่ง (อ้างตัวว่าเคยเป็น ‘สื่อเก่า’) มาบอกว่า การนำเสนอภาพดังกล่าวเป็นการบิดเบือน สร้างความขัดแย้ง พร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูปสื่อมวลชน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่า ใครเป็น สนช.แล้วอยากหลับ ให้กลับไปหลับที่บ้าน คราวหน้าจะไม่ตั้งให้เป็นอะไรอีก

แต่ทั้งๆ ที่มีคนหลับ แต่เสียงโหวตรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวันนั้นก็เป็นเอกฉันท์คือ 197:0 เสียง เรียกว่าเมื่อถึงเวลาก็ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ได้ทัน

 

ลุงป้อมใส่นาฬิกาของเพื่อน ที่เสียชีวิตไปแล้ว

ถือเป็นความโชคร้ายอย่างหนึ่ง แค่ยกมือบังแดด ก็เป็นคดีความ โดนตรวจสอบโดย ป.ป.ช. และผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว คดีก็ยังไม่จบทั้งๆ ที่ชี้แจงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วว่า นาฬิกา Richard Mille ที่เคยใส่ในวันนั้น รวมถึงเรือนอื่นๆ อีกกว่า 20 เรือนที่เคยใส่ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเป็นของเพื่อนธุรกิจ ที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยอยู่ รร.เซนต์คาเบรียล หรือกว่า 50 ปีก่อน ‘ยืมมาใส่’

แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะพี่ใหญ่ คสช. หลายๆ คนก็เลยมุ่งตรวจสอบ-จับผิด เช่นไปจับผิดว่า เพื่อนคนที่ว่าเสียชีวิตตั้งแต่ต้นปี 2560 เหตุใด พล.อ.ประวิตรถึงยังใส่ ‘นาฬิกาเพื่อน’ ตลอดทั้งปี 2560 ไปจนถึงเรือนที่ยกขึ้นมาป้องแดด ตอนปลายปี 2560?

แต่คนทำดีและบริสุทธิ์ใจ ก็คงไม่มีอะไรต้องกลัว จริงไหม? ที่ไม่ได้แจ้งเรื่องนาฬิกาไว้ในบัญชีทรัพย์สิน เพราะเป็นของเพื่อนจริงๆ ถ้าเป็นของตัวเอง ก็คงแจ้งไปแล้ว

 

ชัยภูมิ ป่าแส กับภาพ CCTV วินาทีวิสามัญฯ

เช้าวันที่ 17 มี.ค.2560 ชีวิตของ ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ นักกิจกรรมชาวลาหู่ ต้องหลุดลอยไปบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หลังถูกทหารยิงวิสามัญฆาตกรรม อ้างว่าเจ้าตัวพยายามต่อสู้หลังถูกเรียกตรวจค้นยาเสพติ

แม่ทัพภาคที่ 3 บอกว่า ได้ดูภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ประจำด่านแล้ว เห็นว่า ทหารที่ยิงทำถูกต้อง และหากเป็นตน คงไม่ยิงแค่นัดเดียว แต่จะกด “ออโต้” หรือยิงรัวๆ ไปเลย

แม้ที่ผ่านมา กองทัพจะใช้เวลานานกว่าจะส่งภาพ CCTV ให้กับตำรวจใช้ไต่สวนการตายที่ศาล จ.เชียงใหม่ แต่ท้ายที่สุดก็ยังส่งให้อยู่ดี ทว่าน่าเสียดายที่ฮาร์ดดิสก์ที่ทหารส่งมาให้กลับไม่มีภาพเหตุการณ์วันดังกล่าว

ทนายความที่มาช่วยญาติของชัยภูมิว่าความจึงเดินทางเข้า กทม. ยื่นหนังสือถึง ผบ.ทบ. ขอให้ช่วยเปิดเผยภาพ CCTV ดังกล่าวด้วย เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ถ้าทหารไม่ทำผิด ภาพในนั้นก็จะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้

 

กองทัพซื้อเรือดำน้ำ รถถัง เรือรบ และเฮลิคอปเตอร์

แม้จะได้งบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี แต่รัฐบาลในอดีต กลับนำเงินภาษีดังกล่าวไปใช้พัฒนาศักยภาพด้านการรบน้อยมาก เมื่อ คสช.เข้ามา จึงไม่มีโอกาสใดดีกว่านี้อีกแล้ว ที่กองทัพจะเพิ่มเติมขีดความสามารถ ด้วยการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จึงพาเหรดกันจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ทั้งเรือดำน้ำ รถถัง รถหุ้มเกราะ เรือรบ ไปจนถึงเฮลิคอปเตอร์

เบ็ดเสร็จเงินที่ใช้ไปกับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในยุครัฐบาลทหารชุดปัจจุบัน 4 ปีผ่านไป รวมกันแล้วกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท

ลองเข้ามาช่วยรัฐบาล คสช. นึกๆ กันหน่อยว่า ‘ข่าวจริง’ ข่าวไหนที่น่าจะถูกนำเสนอผ่านบัญชีไลน์ที่ชื่อว่า ‘ข่าวจริงประเทศไทย’ นี้อีก

 

 

Illustration by Naruemon Yimchavee
Share This!
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed