ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมเรามองความสูงเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่น่าดึงดูด หากร่วมกับปัจจัยกายภาพอื่นๆ จิตใต้สำนึกเราสามารถเชื่อมโยงความสูงกับสุขภาพ การเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ ถูกทำนุบำรุงมาอย่างดี และข้อได้เปรียบด้านกายภาพที่สามารถส่งต่อไปยังมนุษย์รุ่นต่อไป
ซึ่งคนเรารู้ดีมาตลอดว่าส่วนใหญ่แล้วถูกลิขิตด้วยพันธุกรรม แต่ว่ามีหรือที่เราจะยอมรับความเตี้ยว่าให้เตี้ยต่อไปกันอย่างนั้น เพราะในหลายกรณี โภชนาการที่ดีตั้งแต่เด็กนั้นสามารถดันเพดานความสูงที่เป็นไปได้ขึ้นไปอีกพอสมควร เป็นเหตุให้มีกระแสเด็กไทยร่วมใจดื่มนมในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ เพื่อให้สูงตามทันชาวตะวันตกกับหวังแซงหน้าเสือเอเชียตัวอื่น ซึ่งอันที่จริงก็ประสบผลสำเร็จพอตัว หนุ่มสาวชาวไทยสูงชะลูดขึ้นกันอย่างชัดเจน
นอกจากค่านิยมอาหารการกินที่เปลี่ยนไป การกีฬาก็เป็นค่านิยมใหม่ โดยเฉพาะในครอบครัวชนชั้นกลางมักปลูกฝังลูกชายให้เล่นกีฬาพร้อมกับภาพจำ เช่น ฝึกว่ายน้ำให้อกผายไหล่ผึ่ง หรือเล่นบาสเยอะๆ จะได้สูงๆ
“ดูอย่างพี่ภพลูกป้าเจี๊ยบสิ แข่งบาสมาตั้งแต่ ป.6 จนตอนนี้เรียบจบแล้ว ตัวเขาสูงมาก ลูกขึ้น ม.1 แล้ว ตั้งแต่อาทิตย์หน้าหลังเลิกเรียน แม่จะให้เราไปฝึกกับเพื่อนพ่อแล้วนะ แล้วค่อยไปเล่นกับทีม”
ผู้ใหญ่ทั่วประเทศปักใจเชื่อไปครึ่งหนึ่งแล้วว่าการได้คลุกคลีกับกีฬาชนิดนี้เป็นตัวแปรหนึ่งในสมการความสูง เหตุผลสนับสนุนเรื่องนี้ดูแน่นหนาไร้รอยต่อ นั่นคือนักบาสเกตบอลมีแต่คนตัวสูง ดังนั้น บาสเกตบอลจึงต้องทำให้คนเราสูงขึ้น นี่คือความเชื่อที่ฝังรากลึกและยาวนานที่สุดในวงการกีฬาเยาวชน ทว่าในทางชีววิทยาแล้ว มันเป็นการคิดแบบย้อนศรจากความเป็นจริง

การพิจารณาข้อเท็จจริงต้องย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของความเชื่อ ณ แผ่นดินตะวันตก สหรัฐอเมริกา กลุ่มนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพคือแหล่งรวมตัวของเหล่ามนุษย์ยักษ์ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ปัจจุบันผู้เล่น NBA มีส่วนสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200 เซนติเมตร ในแต่ละการแข่งของฤดูกาลปกติ ประมาณร้อยละ 6 ถึง 8 ของผู้เล่นในลีกจะมีส่วนสูง 213 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นความสูงที่ประชากรชายทั่วโลกไม่ถึง 1 ใน 10,000 จะมีได้
เรด เออร์บัค (Red Auerbach) ผู้บริหารระดับตำนานของทีมบอสตัน เซลติกส์ (Boston Celtics) เคยกล่าวไว้ว่า “ส่วนสูงมันสอนกันไม่ได้” แมวมองไม่ได้ตามหาเด็กบาสแววดีที่สูง 175 แล้วนำมาฝึกสอนจนกลายเป็นนักบาสรุ่นใหญ่ที่สูง 200 เซนติเมตร แต่พวกเขามองหาคนที่สูงถึงเกณฑ์อยู่แล้วต่างหาก
นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของ ‘อคติที่เกิดจากการเลือกตัวอย่าง (selection bias)’ เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่ได้สร้างความสูง ทว่าความสูง พร้อมด้วยช่วงแขนที่ยาวและโครงสร้างร่างกายที่ได้เปรียบกับกีฬาแย่งและโยนลูกบอลต่างหากที่เป็นลักษณะเด่นที่ทำให้เด็กตัวสูงถูกผลักดันเข้าสู่เส้นทางบาสเกตบอลตั้งแต่แรก การดูบาสเกตบอลแล้วสรุปว่ากีฬาชนิดนี้ทำให้เกิดความสูง จึงไม่ต่างอะไรกับการบอกว่าเพราะคนกางร่มกันฝนถึงได้ตก

สิ่งที่กำหนดว่าเด็กคนหนึ่งจะสูงได้แค่ไหนนั้น ถูกลิขิตตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้สัมผัสลูกบาสเสียด้วยซ้ำ ความสูงเป็นหนึ่งในลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดได้สูงที่สุดเท่าที่นักพันธุศาสตร์เคยทำการวัดมา งานวิจัยฝาแฝดยุคใหม่ ซึ่งเป็นการศึกษาคู่แฝดกว่า 30,000 คู่ จาก 8 ประเทศ นำทีมวิจัยโดย คาร์ริ ซิลเวนทอยเนน (Karri Silventoinen) นักวิจัยชาวฟินแลนด์ ให้ข้อสรุปอย่างชัดเจนว่า อิทธิพลของพันธุกรรมที่มีต่อส่วนสูงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่นั้นสูงถึงร้อยละ 80 ถึง 90 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวไม่ได้คงที่ตั้งแต่แรกเกิด โดยตั้งแต่วัยทารกจนถึงก่อนปฐมวัย อิทธิพลของพันธุกรรมส่วนสูงนั้นจะต่ำกว่า ทำให้โภชนาการและการเจ็บป่วยสามารถมีผลต่อความสูงได้มากโขแค่ในช่วงนี้ แน่นอนว่าเด็กน้อยเหล่านี้ยังไม่เล่นบาสด้วยซ้ำ ฉะนั้นการหาอาหารดีๆ โปรตีนสูง แคลเซียมสูง และมีวิตามินหลากหลาย ให้กับลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นตัวการันตีได้ว่าลูกจะโตมาสูงที่สุดเท่าที่เขาจะสูงได้ ไม่ใช่เพราะเล่นบาส
สิ่งที่พันธุกรรมกำลังควบคุมอยู่จริงๆ คือไซต์ก่อสร้างกระดูก บริเวณปลายกระดูกชิ้นยาวต่างๆ จะมีแถบกระดูกอ่อนบางๆ ที่เรียกว่า ‘แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (growth plate)’ เซลล์ต้นแบบกระดูกจะถูกผลิตตามจุดนี้ เพิ่มจำนวนจนถูกผลักออกไปตามแนวโครงสร้าง และค่อยๆ เปลี่ยนสภาพเป็นกระดูกเนื้อแข็ง ช่วยเพิ่มความยาวให้กับกระดูกต้นขา (femur) และกระดูกหน้าแข้ง (tibia) ทีละมิลลิเมตร โดยมีโกรทฮอร์โมน (growth hormone) และ IGF-1 ทำหน้าที่ป้อนคำสั่งแก่กระบวนการนี้ ขณะที่ฮอร์โมนไทรอยด์และสารอาหารที่เพียงพอจะเป็นฝ่ายจัดการวัตถุดิบ จากนั้นเมื่อเราเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ร่างกายผลิตมากขึ้น จะเป็นตัวปิดสวิตช์การทำงานนี้ในที่สุด แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกจะหยุดทำงาน และค่อยๆ กลายเป็นกระดูกแข็งไปเลย
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเด็กชายที่เกิดมาพร้อมกับสภาวะหายาก ที่ร่างกายระงับการสร้างเอสโตรเจน จึงสามารถสูงขึ้นได้เรื่อยๆ จนถึงช่วงอายุยี่สิบปี เพราะปราศจากสัญญาณปิดสวิตช์ แผ่นกระดูกอ่อนนี้จึงไม่หยุดขยายโครงสร้าง โดยสำหรับคนทั่วไป แผ่นการเจริญเติบโตนี้จะเชื่อมปิดตัวตามตารางเวลาที่ค่อนข้างแน่นอน โดยทั่วไปจะอยู่ที่อายุประมาณ 14 ถึง 15 ปีในเด็กหญิง และ 15 ถึง 17 ปีในเด็กชาย เมื่อกระดูกอ่อนส่วนนั้นหมดไปแล้ว ต่อให้จะวิ่ง ยืดตัว หรือกระโดดสูงแค่ไหน ก็ไม่สามารถเพิ่มความสูงขึ้นได้อีกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว

งานวิจัยด้านกุมารเวชศาสตร์มากมายที่เกี่ยวกับกิจกรรมทางกายและการเจริญเติบโต ซึ่งเจาะลึกไปที่กีฬาบาสเกตบอลโดยเฉพาะ พบว่าไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าการหมั่นเล่นกีฬาบาสเกตบอลจะช่วยเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตในแนวตั้งของเด็กได้เลย การเลี้ยงลูกบาส การวิ่ง รับส่งบอล และการกระโดดวันละสองชั่วโมงถือเป็นการสร้างความเครียดที่ยอดเยี่ยมต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และกล้ามเนื้อที่ห่อหุ้มโครงกระดูก ทว่าแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกไม่ได้ยืดกระดูกให้ยาวเร็วขึ้นเพียงเพราะร่างกายรอบๆ มันทำงานหนักขึ้นแต่อย่างใด
การเคลื่อนไหวประเภทที่ต้องแบกรับน้ำหนักและมีแรงกระแทกสูง เช่น การวิ่งและการกระโดด ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก (bone mineral density) และทำให้โครงกระดูกที่อยู่รอบ ๆ แผ่นการเจริญเติบโตแข็งแรงขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพกระดูกในระยะยาวตลอดชีวิต แม้จะไม่ได้ยืดแผ่นกระดูกอ่อนก็ตาม
ขณะที่บางกรณี การออกกำลังกายอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตได้ แต่จะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจงและค่อนข้างสุดโต่งเท่านั้น เช่น กีฬาที่ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักควบคู่ไปกับข้อกำหนดเรื่องความผอมเพรียวของร่างกายอย่างเข้มงวด เช่น ยิมนาสติกเพื่อการแข่งขัน ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการเจริญเติบโตที่ช้าลงและการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวที่ล่าช้า โดยมีสาเหตุมาจากภาวะขาดแคลนแคลอรีเรื้อรัง ไม่ใช่จากตัวการเคลื่อนไหวเอง ส่วนบาสเกตบอลนั้นเปิดโอกาสให้เด็กเจริญอาหารตามปกติและไม่มีการแบ่งรุ่นตามน้ำหนัก จึงไม่มีความเสี่ยงดังกล่าว นักวิจัยไม่พบหลักฐานว่าการฝึกซ้อมอย่างหนักในกีฬากระแสหลักของเยาวชนส่วนใหญ่ จะเข้าไปขัดขวางการเจริญเติบโตหรือส่วนสูงในวัยผู้ใหญ่ของเด็กชายเลย

หากต้องการกลไกทางสิ่งแวดล้อมที่สามารถส่งผลต่อความสูงของเด็กได้จริงๆ สิ่งนั้นอาจจะดูน่าเบื่อกว่าสนามบาสเกตบอล ทว่ามีอานุภาพมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด นั่นคืออาหารและการนอนหลับ โกรทฮอร์โมนในแต่ละวันของเด็กราวร้อยละ 70 ถึง 80 จะถูกหลั่งออกมาเป็นระยะๆ ในช่วงการนอนหลับลึกแบบคลื่นช้า (slow-wave, deep sleep) ไม่ใช่ในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งทำให้การเข้านอนเร็วและสม่ำเสมอเป็นวิธีการช่วยเพิ่มความสูงที่ตรงจุดยิ่งกว่าการฝึกซ้อมใดๆ
นอกจากนั้น การได้รับโปรตีน แคลเซียม และวิตามินดีที่เพียงพอ จะช่วยให้เด็กเติบโตไปจนถึงเพดานส่วนสูงที่ยีนของพวกเขาได้กำหนดไว้ หากลองมองภาพกว้าง พลังของโภชนาการจะเด่นชัดขึ้นมาทันที ชายชาวดัตช์มีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร ในระหว่างปี 1865 ถึง 2015 ซึ่งพันธุกรรมไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้เร็วขนาดนั้นภายในช่วงเวลาเพียง 7 รุ่นคน สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลลัพธ์ของอาหาร การสาธารณสุข และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นซึ่งสะสมปีแล้วปีเล่า จนกระทั่งเนเธอร์แลนด์กลายเป็นประเทศที่มีประชากรสูงที่สุดในโลก
ดังนั้น การยื่นลูกบาสเกตบอลให้ลูกจึงไม่สามารถเข้าไปแก้ไขรหัสพันธุกรรม หรือยื้อให้แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกที่กำลังจะปิดลงให้เปิดอ้าอยู่ได้ แต่นั่นก็เป็นเหตุผลที่ผิดเพี้ยนมาตั้งแต่แรกในการสนับสนุนให้พวกเขาเล่นกีฬาชนิดนี้ เด็กที่เล่นบาสเกตบอลสัปดาห์ละหลายครั้งกำลังสร้างกระดูกที่หนาแน่นขึ้น หัวใจที่แข็งแรงขึ้น ระบบฮอร์โมนที่ดี รวมถึงพัฒนาสมองให้มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ฉับไวขึ้น มีความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนพ้องน้องพี่ และสิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นมาสักนิ้ว นั่นคือ ความมั่นใจในตัวเองในรูปแบบเฉพาะ ซึ่งเกิดจากการได้เห็นตัวเองพัฒนาขึ้นในสิ่งที่มีความยากต่อหน้าต่อตาเพื่อนพ้อง
หากเด็กคนนั้นในเกมกีฬาชนิดนี้ นั่นก็ถือเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่จะให้พวกเขาโลดแล่นในสนามต่อไป ปล่อยให้เรื่องของส่วนสูงเป็นไปตามธรรมชาติของมันเถอะ