ช่วงเลือกตั้งแบบนี้ บทสนทนากับคนรอบข้าง หรือบางครั้งอาจจะเป็นคำถามที่ย้อนกลับมาถามตัวเอง ว่าเราต้องการคนแบบไหนเข้ามาทำงาน คำตอบที่ได้จะชี้ทางว่าเราควรเลือกใครไปเป็นผู้แทน ซึ่งผู้แทนนั้นจะทำหน้าที่เลือกผู้นำให้กับเอาอีกทอดหนึ่ง
ทีนี้ เราอยากได้คนแบบไหนมาเป็นผู้นำให้เราล่ะ ถามไปถามมา มันพาเรากลับไปที่คุณสมบัติของผู้นำว่าเรามองภาพผู้นำไว้แบบไหน บ้างบอกว่าผู้นำต้องมีปัญญา บ้างบอกว่าผู้นำต้องเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม บ้างกลับมองว่าผู้นำไม่จำเป็นต้องดีเลิศทางศีลธรรม แต่ต้องรักษาเสถียรภาพของรัฐให้ได้ ขณะที่บางแนวคิดย้ำว่าผู้นำจะชอบธรรมหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่ความยินยอมของประชาชน
ต่างคนต่างมีภาพผู้นำในใจ ไม่มีคำตอบไหนถูกหรือผิดไปกว่ากัน ในช่วงที่เรากำลังจะเข้าคูหาเลือกตั้ง ลองมาสำรวจคุณสมบัติผู้นำที่ดี ผ่านมุมมองปรัชญา ที่สะท้อนมุมมองต่อการปกครองภาพใหญ่ของนักคิดหรือแนวคิดนั้นๆ
ผู้นำที่ดีคือกษัตริย์นักปราชญ์ – เพลโต
หากพูดถึงเพลโตในแนวคิดทางการเมือง การปกครอง จะเป็นงานชิ้นไหนไปได้ นอกจาก The Republic อุตมรัฐ งานชิ้นสำคัญที่กลายมาเป็นรากฐานปรัชญาการเมือง ในรูปแบบบทสนทนาระหว่างโสเครตีสและผู้คนมากมาย เพื่อเสนอรูปแบบการปกครองที่จะพาเราไปสู่สังคมในอุดมคติ แน่นอนว่าในนั้นย่อมพูดถึงผู้นำในอุดมคติด้วยเช่นกัน

รัฐในอุดมคติของเพลโตนั้น แบ่งผู้คนในสังคมออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ชนชั้นปกครองที่เปี่ยมปัญญา นักรบที่มีความกล้าหาญ แรงงานที่มีเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐ
เพลโตมองว่า ผู้นำนั้นต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ อุดมไปด้วยปัญญา รู้จักขัดเกลาตนเอง และเรียกผู้นำในอุดมคตินี้ว่า กษัตริย์นักปราชญ์ (Philosopher-King) เขาเชื่อว่าผู้ที่เห็นความดีอย่างแท้จริงเท่านั้นจึงจะปกครองโดยไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ไม่กระหายในอำนาจ ผ่านการฝึกฝนทั้งร่างกาย จิตใจ และเหตุผลอย่างยาวนาน
ผู้นำที่ดีคือผู้ที่มีคุณธรรม – อริสโตเติล
อริสโตเติลเองก็มีงานเขียนที่พูดเรื่องการเมืองเช่นกัน ใน Politics งานอีกชิ้นที่มีความสำคัญต่อปรัชญาการเมือง แม้จะอยู่ในฐานะอาจารย์กับศิษย์ แต่แนวคิดของเพลโตและอริสโตเติลกลับต่างออกไป และอาจจะต่างมากกว่าที่คิดเสียอีก

ใน Politics อริสโตเติลพูดถึงการเมืองในภาพใหญ่ที่เริ่มจากประโยคที่ว่า “มนุษย์คือสัตว์การเมือง (zoon politikon)” หมายถึงว่าตามธรรมชาติแล้วมนุษย์เราต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม จนเกิดเป็นสังคมที่ต้องมีกติกาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
เป้าหมายของสังคมที่ดีคือชีวิตที่สมบูรณ์ ผู้นำที่ดีของอริสโตเติลจึงหมายถึงคนที่มีคุณธรรมสูงส่ง รู้จักคิดเพื่อส่วมรวม ตัดสินใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้ หากปกครองในระดับครัวเรือนก็ทำให้บ้านนั้นร่มเย็นเป็นสุข หากมาอยู่ในสังคมส่วนรวม ปกครองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตน
เป็นแบบอย่างทางศีลธรรมของพลเมือง แต่ในความจริงๆ นั้น แนวคิดนี้เน้นมองไปที่ภาพรวมให้ทุกคนในสังคมมีคุณธรรม มากกว่าฝากทิศทางการเมืองไว้กับคนเพียงคนเดียว
ผู้นำที่ดีคือผู้มีคุณธรรม (เช่นกัน) – ขงจื่อ
ในสายตาขงจื่อ ปัญหาการเมืองไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายหรือโครงสร้างรัฐ แต่เป็นเรื่อง คุณภาพทางศีลธรรมของผู้นำ การปกครองจะดีได้ เริ่มจากตัวผู้นำเสมอ นั่นเลยทำให้หัวใจหลักในคุณสมบัติของผู้นำที่ดีตามแบบฉบับของขงจื่อคือการมีคุณธรรม

เมื่อมีคุณธรรมแล้ว จะเปรียบเป็นดั่งดาวเหนือที่สุกสว่าง ดาวน้อยใหญ่อื่นๆ จะคล้อยตามไปเอง แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะถึงจะเป็นดาวเหนือได้? อย่างแรก ต้องปกครองด้วยคุณธรรม ให้คนเกรงด้วยความดี ความชอบ ไม่ลุแก่อำนาจด้วยการลงโทษ ใช้กฎหมายเข้มงวดจนเกินไป หากเป็นคำไทยๆ คงเรียกสถานการณ์นี้ว่า อย่าใช้พระเดช แต่ให้ใช้พระคุณ ผู้นำที่ดีจึงไม่ใช่คนที่คุมคนได้เก่งที่สุด แต่คือคนที่ทำให้สังคมดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้การบีบบังคับ
ผู้นำที่ดีคือผู้นำที่ทุกคนมอบอำนาจให้ – จอห์น ล็อก
สิ่งนี้อาจจะกลับหัวกลับหางไปเสียหน่อย ล็อกไม่ได้บอกโดยตรงว่าผู้นำที่ดีต้องมีคุณสมบัติใดเป็นข้อๆ บ้าง แต่จะคิดมุมกลับว่า ผู้นำคนนั้นมีสิทธิเข้ามาเป็นผู้นำได้อย่างไรต่างหาก
คำตอบนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไร ล็อกที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิพื้นฐานติดตัวมาตั้งแต่เกิด ชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสิทธิที่ไม่อาจพรากไปได้ หากเราอยากจะปกป้องสิทธิเหล่านี้ของเรา เราเลยต้องยินยอมที่จะก่อตั้งสังคมการเมือง โดยการเลือกผู้นำและยินยอมให้เขาเข้ามามีอำนาจ และอำนาจนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับตัวผู้นำเพียงคนเดียว แต่ผู้นำถูกตั้งขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน และทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้
หากปราศจากการยินยอมของประชาชน ผู้นำไม่ว่าจะรูปแบบใดก็นับว่าไม่ชอบธรรม และแนวคิดนี้เองที่วางรากฐานหลักการประชาธิปไตยสมัยใหม่

ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจมีภาพผู้นำในอุดมคติต่างกัน เรื่องพวกนี้ไม่มีคำตอบตายตัว แม้นักปรัชญาเองก็ยังไม่เห็นตรงกันทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่แนวคิดเหล่านี้มีร่วมกัน คือการย้ำว่า ผู้นำไม่ใช่เรื่องไกลตัว
การเลือกตั้งจึงไม่ใช่แค่เรื่องคนที่ชอบพรรคที่ใช่ แต่อาจเป็นการถามตัวเองอีกครั้งว่า เราอยากอยู่ในสังคมแบบไหน และยอมให้คนแบบไหนเป็นคนตัดสินใจแทนเราในนามของผู้นำ
อ้างอิงจาก