พลิกวิกฤตการณ์รถติดให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ชิคๆ บนท้องถนน

หากโรงเรียนเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สอง ท้องถนนในกรุงเทพฯ ก็ไม่ต่างจากบ้านหลังที่สามของทุกคน เป็นบ้านในฝันร้ายที่เราต้องมาติดแหง็กอยู่ร่วมกันทั้งที่ไม่เต็มใจ แต่ก็ยังหาหนทางอื่นใดที่ดีกว่านี้ไม่ได้

 

กรุงเทพฯ เป็นเมืองเปราะบางที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นรถก็จะติดมากเป็นเท่าทวีคูณ ทุกครั้งที่มีการจัดงานคอนเสิร์ต ทุกวันที่ฝนตก ทุกเช้าวันจันทร์ หรือเย็นวันศุกร์สิ้นเดือนจึงกลายเป็นวันแห่งวิบากกรรมที่หลายคนต้องเตรียมใจมาตั้งแต่ก่อนก้าวออกจากบ้าน ว่าวันนี้การเดินทางจะต้องเต็มไปด้วยความทุลักทุเลและเรื่องไม่คาดฝันอย่างแน่นอน

ปัญหาสะสมบนท้องถนนอันแสนน่าเบื่อเหล่านี้ เป็นเรื่องที่แก้ไม่ตกสักทีไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ในระหว่างที่เราทุกคนกำลังพยายามสะสางปัญหาขนส่งสาธารณะไม่เป็นมิตร การจราจรติดขัดจนยากจะเยียวยา เราก็ต้องหาวิธีการเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัญหาอย่างปลอดภัยไปพร้อมๆ กันด้วย และนี่คือบรรดาเรื่องกวนใจที่กลายเป็นค่า default ของถนนประเทศไทยไปเสียแล้ว

 

รถติดจนต้องย้ายมาใช้ชีวิตบนถนน

หนึ่งในลิสต์ที่ประเทศไทยไม่เคยรั้งท้าย คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องรถติด ในปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา INRIX บริษัทที่ให้บริการด้านข้อมูลด้านการจราจร เผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลว่า กรุงเทพฯ มีรถติดเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับที่ 12 ของโลก คนกรุงเทพฯ เสียเวลาไปกับการจราจรติดขัดเฉลี่ยสูงสุดถึง 64.1 ชั่วโมงต่อปี เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือสามารถเอาเวลาที่นั่งหงุดหงิดอยู่กลางถนนไปดู Game of Throne ทั้ง 7 ซีซั่นครบทุกตอน แถมดูหนังต่อได้อีกเรื่อง นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังต้องเสียเงินเติมน้ำมันเดือนละเป็นพัน เช้าไหนออกจากบ้านช้าไม่กี่นาทีก็อาจต้องมานั่งเฉยๆ รับอรุณบนทางด่วนเป็นชั่วโมงแทน

 

รอนานๆ ก็อาจจะบั่นทอนหัวใจ

เราเหนื่อยอกเหนื่อยใจสภาพการจราจรกรุงเทพฯ ที่แทบไม่ต่างกับคำว่าจลาจล แต่เราก็อุ่นใจที่ไม่ได้ทรมานอยู่เพียงลำพัง ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกนับล้านในเช้าอันสดใส มองซ้ายมองขวาก็พบว่ามีเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขอยู่เคียงข้างมากมาย ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหนเราก็ต้องมาอยู่รวมกันบนท้องถนนแห่งนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เกิดอาชีพขายพวงมาลัย ขายหนังสือพิมพ์ ขายกล้วยทอดบนถนน ลามไปถึงโต๊ะ เก้าอี้ ไม้กวาดหยากไย่ ฯลฯ เดินมายื่นให้ตรงหน้า ปิดเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ แล้วเปิดกระจกเรียกก็มีให้เลือกครบทุกความต้องการ บางวันรถติดนานจนตั้งชื่อเช็กอินแยกใหม่ก็แล้ว ลบเครื่องสำอางแล้วแต่งหน้าอีกรอบก็ยังไม่ขยับ จนบางครั้งเริ่มรู้สึกใกล้ชิดกับคนบนรถคันข้างๆ ที่หันมาสบตากันอย่างเหนื่อยอ่อนทุกห้านาที จนอยากจะเปิดกระจกเร่งเสียงเพลง Another Day of Sun ชวนทุกคนที่ติดแยกนี้มาเต้นกันแบบฉากเปิดในหนังเรื่อง La La Land ให้รู้แล้วรู้รอด

 

สี่เท้ายังรู้พลาด นักปาดยังรู้พลั้ง

สถิติที่ว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนในเมืองไทยมีมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก แถมเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็มีคนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนถนนมากเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่จากการวิเคราะห์ของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน พบว่าการวางระบบถนน ระบบป้ายที่สับสน การออกแบบถนนที่ไม่เวิร์ก อีกทั้งกฎหมายไทยกำหนดความเร็วสูงสุดในเขตเมืองไว้ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ประเทศอื่นในอาเซียนกำหนดไว้เพียง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุจึงมีอยู่ทุกที่ ยิ่งรถติด คนหงุดหงิด อากาศร้อน ก็ยิ่งทำให้นักปาดซ้ายป่ายขวาถือกำเนิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน จึงต้องมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา ราวกับเล่นเกม RPG โดยมีเป้าหมายว่าวันนี้เราจะไปถึงที่ทำงานได้โดยสวัสดิภาพ

 

รถคันนี้สีอะไร

มีการถกเถียงกันไม่น้อยถึงสีของรถที่ส่งผลต่ออุบัติเหตุบนท้องถนน ยิ่งช่วงหัวค่ำที่แสงสลัวๆ จึงเกิดการเฉี่ยวชนได้ง่าย ยิ่งทำให้รถติดวนไปแบบไม่รู้จบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยจึงอาจจะมีรถพุ่งออกมาจากความมืดอย่างไม่ทันตั้งตัว Monash University Accident Research Centre ประเทศออสเตรเลีย ได้เก็บข้อมูลสถิติอุบัติเหตุในระหว่างปี 1987 ถึง 2004 พบว่าสีของรถยนต์ก็มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยสีที่มีความปลอดภัยคือ สีขาว และสีที่สดใส อย่างสีแดง หรือเหลือง ซึ่งเมื่อวิ่งอยู่บนท้องถนนเวลากลางคืนแล้วจะสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้เราตาพร่าไปด้วยแสงสะท้อนจากรถสีขาวเต็มถนนไปหมด

 

ปัจจัยที่ควบคุมได้

ช่วงเวลาที่เราใช้ไปบนถนนนั้นเต็มไปด้วยปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เต็มไปหมด แต่ให้เรารักษาตัวอยู่ในความไม่ประมาทมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเรื่องน่าหงุดหงิดกวนใจก็วิ่งตามมาทันทุกที ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็คือจัดการกับปัจจัยที่ควบคุมได้ด้วยตัวเองอย่าง ALL-NEW MAZDA CX-5 ที่ตอบทุกโจทย์กวนใจบนท้องถนน

ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี SKYACTIV ที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.5 กม./ลิตร แต่ได้แรงบิดเพิ่มขึ้น คงไว้ซึ่งอัตราการเร่งเครื่องที่นุ่มนวลเร่งเท่าไหร่ก็ไม่อืด ทั้งแรงและประหยัดในเครื่องเดียวกัน เปลี่ยนการเดินทางแสนน่าเบื่อให้สนุกขึ้นด้วย MZD CONNECT เทคโนโลยีเชื่อมต่อออนไลน์ ที่ช่วยอัพเดตข้อมูลข่าวสารได้ตลอดการเดินทาง และระบบนําทาง Navigator ขณะขับขี่ได้อย่างปลอดภัย เพราะอยู่ในตำแหน่งข้างลำตัวใกล้มือคนขับ เพียงหมุนหาคำสั่งที่จะปรากฏขึ้นบนจอ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน พร้อมลำโพง BOSE ที่ให้ความรื่นรมย์ได้อย่างเต็มพิกัดท่ามกลางความโหวกเหวกภายนอก

มั่นใจทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งด้วย Safety i-ACTIVSENSE ที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายขึ้นเหมือนมีเพื่อนสุดอเลิร์ทช่วยสอดส่องดูรถให้รอบทิศตลอดทาง รีบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา เช่นรถในเลนด้านข้างที่กําลังแซงขึ้นมาซึ่ง ช่วยให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นขณะเปลี่ยนเลน และสุดท้ายคือสี Soul Red Crystal สีแดงโดดเด่นสะดุดตามองเห็นมาแต่ไกล ที่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนทุกคนก็มองเห็น

 

ติดตามรายละเอียดหนทางใหม่ในการใช้ชีวิตบนท้องถนนเมืองไทยกับ ALL-NEW MAZDA CX-5 ได้ที่ mazda.co.th

 

Illustration by Waragorn Keeranan
Share This!
  • 12
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    12
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed