วิกฤตการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงยังคงเป็นประเด็นใหญ่ ที่โลกเรากำลังเผชิญ โดยเมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization หรือ WMO) เผยแพร่รายงานคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ โดยชี้ว่ามีโอกาส 80% ที่อุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงขึ้น จนทำลายสถิติความร้อนในอีก 5 ปีข้างหน้า
รายงานดังกล่าวคือ WMO Global Annual to Decadal Climate Update (2025-2029) ซึ่งรวบรวมมาจากการพยากรณ์มากกว่า 200 ครั้ง โดยใช้วิธีการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ ที่ศูนย์นักวิจัยระดับโลก 10 แห่งร่วมกันดำเนินการ
ทั้งนี้ระบุว่า สถิติปีที่ร้อนที่สุดของโลกเท่าที่ถูกบันทึกไว้ในตอนนี้ คือปี 2024 โดย WMO คาดว่ามีโอกาสที่ระหว่างปี 2025 ถึง 2029 จะมีอย่างน้อย 1 ปีที่อุณหภูมิสูงกว่าสถิติ
อีกทั้งยังคาดว่า ใน 5 ปีนั้นมีโอกาส 86% ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปีใดปีหนึ่ง จะสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับก่อนยุคอุตสาหกรรม และมีโอกาสถึง 70% ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกของทั้ง 5 ปี จะสูงกว่าระดับดังกล่าว
ในขณะที่มีโอกาส 1% ที่อุณหภูมิจะสูงเกิน 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งหากจะเกิดขึ้นจริงในกรอบ 5 ปี ต้องมีหลายปัจจัยร่วมด้วย เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง และกระแสลมรอบขั้วโลกที่มีกำลังแรง (positive Arctic Oscillation)
แม้จะมีความเป็นไปได้น้อยมาก แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังกล่าวว่าเป็นโอกาสที่ “น่าตกใจ” เพราะก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์ว่า เป็นไปไม่ได้ในกรอบเวลา 5 ปี โดย อดัม สเคฟ (Adam Scaife) หนึ่งในผู้รวบรวมข้อมูลดังกล่าว ระบุว่า “เป็นเรื่องน่าตกใจที่ระดับ 2 องศาเซลเซียสนั้นเป็นไปได้”
เขากล่าวอีกว่า “ตัวเลขออกมาเพียง 1% ในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่ความน่าจะเป็น จะเพิ่มขึ้นอีก หากสภาพอากาศอุ่นขึ้น”
ด้าน WMO ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า “อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกๆ เศษเสี้ยวองศา จะส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อนที่เป็นอันตรายมากขึ้น ฝนตกหนัก ภัยแล้งรุนแรง แผ่นน้ำแข็ง น้ำแข็งทะเล และธารน้ำแข็งละลาย มหาสมุทรร้อนขึ้น และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น”
พร้อมย้ำถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น ต่อสุขภาพของมนุษย์ เศรษฐกิจของประเทศ และธรรมชาติ หากผู้คนยังไม่หยุดเผาเชื้อเพลิง น้ำมัน แก๊ส ถ่านหิน และต้นไม้
อย่างไรก็ตาม คริส ฮิววิตต์ (Chris Hewitt) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านสภาพอากาศของ WMO กล่าวว่าแม้สิ่งที่พบจะเป็น ‘ภาพที่น่ากังวล’ ต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ แต่เขามองว่า “1.5 องศาเซลเซียสไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” โดยชี้ว่า ยังไม่สายเกินไปที่จะจำกัดภาวะโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
อ้างอิงจาก