เปิดปี 2026 มา ก็ขอเริ่มต้นปีกันด้วยหนังรอมคอมอบอุ่นหัวใจอย่าง ‘People We Meet on Vacation’ ที่เล่าเรื่องของป็อปปี้ (รับบทโดย เอมิลี่ เบเดอร์) และ อเล็กซ์ (รับบทโดย ทอม บลายธ์) 2 เพื่อนซี้ที่ดูไม่น่าเข้ากันได้ แต่กลับใช้เวลาช่วงวันหยุดฤดูร้อนด้วยกันเสมอมา กระทั่งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์เริ่มทำให้คำว่า ‘เพื่อน’ สั่นคลอน จากมิตรภาพจึงอาจแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ใช่สำหรับกันและกัน
เชื่อว่านักอ่านหลายคน พอเห็นชื่อหนังก็คงคุ้นหูคุ้นตากันอย่างแน่นอน เพราะ People We met on Vacation คือภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกันของ เอมิลี่ เฮนรี่ (Emily Henry) เจ้าของนิยายรอมคอมชื่อดังมากมาย เช่น Beach Read (2020), Book Lovers (2022), และ Happy Place (2023)
สำหรับแฟนนิยายรอมคอม ชื่อของเอมิลี่ เฮนรี่ คงเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ผลงานของเธอมักปรากฏอยู่ในลิสต์นิยายที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหมู่นักอ่าน และยังได้รับการการันตีจากทั้ง The New York Times Best Sellers และ Goodreads Choice Awards ซึ่งช่วยตอกย้ำความนิยมของนิยายเธอได้เป็นอย่างดี
เราเลยอยากชวนทุกคนไปสำรวจเสน่ห์ของนิยายเอมิลี่ เฮนรี่ว่าเบื้องหลังหนังสือเหล่านั้นความสนุกมีอะไรซ่อนอยู่ และเหตุผลใดที่ทำให้เธอกลายเป็นนักเขียนรอมคอมในดวงใจของนักอ่านหลายๆ คน

ปรุงสูตรสำเร็จรอมคอมให้กลายเป็นความหลากหลาย
หากใครที่เป็นแฟนนิยายแนวรอมคอมก็คงทราบกันดี ว่านิยายแนวนี้มักดำเนินเรื่องผ่านสูตรสำเร็จหรือขนบการเล่าเรื่อง (tropes) ที่ค่อนข้างชัดเจน ตัวอย่างเช่น แนวศัตรูสู่คู่รัก (Enemies to Lovers), เพื่อนสู่คนรัก (Friends to Lovers), ถูกบังคับให้รักกัน (Forced Proximity) หรือกระทั่ง คู่รักปลอมๆ (Fake Dating) ซึ่งล้วนเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ผู้อ่านคุ้นเคยและพบเห็นได้บ่อยในนิยายแนวนี้
นักเขียนหลายคนจึงมักหยิบเอาขนบเหล่านี้มาดัดแปลงและแต่งเติมให้สอดคล้องกับเรื่องราวที่อยากเล่า เพื่อสร้างเสน่ห์เฉพาะตัว เอมิลี่ เฮนรี่ เองก็เช่นกัน นิยายของเธอไม่ได้ใช้ขนบที่ผิดแผกหรือพิสดารไปกว่านิยายรักทั่วไป หากแต่สิ่งที่ทำให้นิยายรอมคอมของเธอโดดเด่นและน่าสนใจ คือการนำความซับซ้อนบางอย่างเข้ามาจับกับขนบเหล่านี้ จนทำให้นิยายของเธอเป็นมากกว่านิยายรักที่คนอ่านจะติดตามแค่ใครจะลงเอยกับใครในตอนท้าย
ความซับซ้อนในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการทำให้เนื้อหามีความสลักซับซ้อนหรือยากจนต้องอาศัยการตีความเชิงลึก แต่เป็นการใส่สีสันและเรื่องราวบางอย่างลงไปผสมปนเปกับขนบการเล่าเรื่องเหล่านั้น เพื่อเพิ่มมิติและความหลากหลายของตัวนิยาย
หากจะยกตัวอย่างนิยายของเอมิลี่สักเรื่องที่เห็นภาพของการนำขนบการเล่าเรื่องมาประยุกต์ใช้ People We Meet on Vacation คือหนึ่งในผลงานที่สะท้อนสิ่งนี้ได้ชัดเจน เพราะนอกจากจะเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน 2 คนแล้ว ตัวเรื่องยังพาผู้อ่านไปสำรวจช่วงเวลาของการเติบโต ความสับสนในชีวิตวัยผู้ใหญ่ และความหมายของการมีชีวิตคู่ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
หรือใน Beach Read นิยายรอมคอมเรื่องแรกของเธอ ก็เล่าเรื่องด้วยขนบแนวศัตรูสู่คู่รัก ที่มีมีเรื่องราวซับซ้อนมากกว่าแค่ทำไมคนที่ไม่ถูกกันถึงรักกันได้ เพราะตัวเรื่องได้นำเสนอถึงประเด็นความสิ้นหวังในชีวิตการทำงานและความสับสนกับปัญหาที่มนุษย์วัยผู้ใหญ่ต้องเผชิญ เอมิลี่ชวนให้ผู้อ่านอย่างเราได้เห็นภาพการก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของตัวละคร ซึ่งเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่ช่วยเพิ่มมิติให้แก่นิยายรักได้เป็นอย่างดี
การปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้สูตรสำเร็จของนิยายรอมคอมแบบเดิมๆ คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักอ่านยังคงติดตามผลงานของเอมิลี่ เฮนรี่ อย่างต่อเนื่อง เพราะนิยายของเธอไม่ได้มอบเพียงความโรแมนติก แต่ยังพาผู้อ่านไปสัมผัสเรื่องราวและอารมณ์ที่หลากหลาย จนทำให้การอ่านนิยายรักกลายเป็นอะไรที่สดใหม่อยู่เสมอ

ชัดเจนในพล็อตนิยาย
ใครที่เป็นแฟนนิยายของเอมิลี่ เฮนรี่ คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เอกลักษณ์สำคัญที่ช่วยให้นักอ่านจำผลงานของเธอได้ คือ พล็อตนิยายมักเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างลาหยุดพักผ่อนหรือพักร้อน ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งเสมอ
แม้จะเป็นพล็อตที่ซ้ำเดิม เวลาหยิบนิยายของเอมิลี่ขึ้นมาจะรู้ว่าตัวละครเอกของเรื่องจะต้องเดินทางไปที่ใดสักแห่ง แต่ถึงอย่างนั้นการนำเสนอโครงเรื่องในลักษณะนี้ก็ช่วยสร้างภาพจำและความชัดเจนให้คนอ่านสามารถจดจำลายเซ็นในงานเขียนของเธอได้
นอกจากนี้ การวางพล็อตให้ตัวละครเดินทางไปพักผ่อน ก็มีส่วนช่วยในกะเทาะความรู้สึก ความสัมพันธ์ของตัวละครให้ชัดเจนมากขึ้นด้วย เธเรซ่า อี. ดิโดนาโต (Theresa E. DiDonato) นักจิตวิทยาสังคมและศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยโลโยลา แมริแลนด์ ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวและผลดีต่อความสัมพันธ์ไว้ว่า การไปเที่ยวส่งผลดีต่อความสัมพันธ์อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของ ความพึงพอใจในความสัมพันธ์สูงขึ้น การช่วยจุดประกายความรู้สึกบางอย่างในความสัมพันธ์ ตลอดจน การช่วยเพิ่มความใกล้ชิดทางกายมากขึ้น
แนวคิดนี้สอดคล้องกับความคิดของเอมิลี่ เฮนรี่ ที่เคยให้สัมภาษณ์ถึงพล็อตเดินทางไปพักผ่อน กับสำนักข่าว Today ว่า ที่นิยายส่วนใหญ่ของเธอมักมีฉากหลังเป็นการไปพักร้อนหรือไปท่องเที่ยวตลอด เพราะเธออยากให้ตัวละครได้ปล่อยใจและปล่อยอารมณ์ของตนเองออกมา แถมช่วงวันหยุดพักผ่อนยังเป็นช่วงเวลาที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้สำหรับเธอด้วย ระหว่างท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ของตัวละครสามารถทำให้เข้มข้นได้มากกว่าเล่าผ่านช่วงเวลาชีวิตปกติ ที่สำคัญเอมิลี่ตั้งใจให้หนังสือของเธอเป็นเหมือนกับมินิวันหยุดของคนอ่านทุกคน
ฉะนั้นการวางพล็อตในลักษณะนี้ของเอมลี่จึงช่วยเปิดพื้นที่ให้เราได้เห็นมิติความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งทำให้ความรู้สึกของตัวละครดูสมจริง และน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย

สร้างตัวละครที่จับต้องได้
นอกจากพล็อตเรื่องที่มีความชัดเจนแล้ว ตัวละครในนิยายของเอมิลี่ยังมีความชัดเจนในตัวเองไม่ต่างกัน เพราะตัวละครเอกของเธอมักเป็นคนที่กำลังเผชิญปัญหาบางอย่างในชีวิต และต้องการทำอะไรสักอย่าง เพื่อก้าวพ้นปัญหาเหล่านั้น
การสร้างปัญหาเป็นปูมหลังให้ตัวละคร ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยผูกโยงโลกของตัวละครกับคนอ่านเข้าไว้ด้วยกัน เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เอมิลี่ใส่ไว้ มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับเราไม่ว่าจะเป็น หมดไฟในการทำงาน ขัดแย้งกับเพื่อนสนิท หรือกระทั่งเลิกรากับคนรัก
ปัญหาเหล่านี้ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างพัฒนาการของตัวละครในนิยาย โดยเฉพาะในแง่ของการเรียนรู้ที่จะรับมือกับปัญหา และก้าวข้ามมันไปด้วยตัวของพวกเขาเอง ทำให้ทุกๆ การเติบโตของตัวละครกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนอ่านคาดหวังและอยากเห็นจากนิยายเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น Happy Place หนึ่งในผลงานของเอมิลี่ เฮนรี่ เล่าเรื่องของอดีตคู่รักที่แม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ต้องแสร้งทำเป็นว่ายังคบหากันอยู่ เรื่องราวการเผชิญหน้ากับความสูญเสีย ความไม่แน่นอน และความซับซ้อนของความสัมพันธ์ กลายเป็นปัญหาหลักที่ตัวละครต้องก้าวข้ามให้ได้ นิยายเล่มนี้พาผู้อ่านเข้าไปสำรวจความสัมพันธ์ของคนรักในอดีต พร้อมเอาใจช่วยว่าพวกเขาจะสามารถคลี่คลายปมต่างๆ และรับมือกับความรู้สึกของตัวเองได้อย่างไร
ตัวละครในนิยายของเอมิลี่ จึงไม่ใช่แค่ตัวละครสมมติในหน้ากระดาษ แต่ยังเป็นตัวแทนของผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับปัญหาบางคนก็อาจเจอกับเรื่องราวนี้เป็นครั้งแรก หรือบางคนก็อาจเจอครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงอย่างนั้นการได้เห็นตัวละครค่อยๆ รับมือกับปัญหา ก็อาจช่วยพาให้ผู้อ่านทุกคนได้ทบทวนเส้นทางชีวิตและความสัมพันธ์ของตัวเองไปพร้อมกันได้
เมื่อองค์ประกอบทั้งหลายนี้มาอยู่รวมกัน จึงกลายเป็นนิยายที่ทั้งสร้างสรรค์และสนุกครบรสให้นักอ่านได้ติดตาม รวมถึงยังเปิดโอกาสให้สาวกรอมคอมได้เจอรสชาติใหม่ๆ ของนิยาย ผ่านผลงานของเอมิลี่ด้วย
แล้วทุกคนล่ะ ชอบนิยายเล่มไหนของเอมิลี่ เฮนรี่มากที่สุดกัน?
อ้างอิงจาก