สัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ช่างซุกซน ถ้ามีเจ้าตัวน้อยอยู่ด้วยก็คงทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ก้าวหน้าไปอีกขั้นสินะ?
ไหนๆ เรากับแฟนก็รู้จักกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ทั้งความชอบ หรือนิสัยใจคอก็ดูจะเข้ากันได้ดี พอตั้งใจจะขยับความสัมพันธ์ให้คืบหน้าขึ้นอีกนิด ก็มักได้ยินคำแนะนำว่ารับเจ้าขนปุยมาเลี้ยงสักตัวสิ เผื่อจะทำให้เราได้เห็นมุมลับๆ ของเขาได้ชัดเจนขึ้น แถมยังเหมือนเป็นการเริ่มต้นสร้างครอบครัวเล็กๆ เป็นของตัวเองด้วย
แม้ว่ามุมหนึ่ง สิ่งนี้จะฟังดูเป็นเรื่องโรแมนติก การมีเจ้าตัวเล็กในบ้านดูจะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเราและเขาให้แน่นแฟ้นขึ้นได้ก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นสัตว์เลี้ยงก็เป็นสิ่งที่มีชีวิตจิตใจ หากต้องมาอยู่ท่ามกลางความสัมพันธ์แสนเปราะบาง สุดท้ายผลกระทบก็อาจตกไปอยู่กับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดอย่างช่วยไม่ได้ เพราะสัตว์เลี้ยงอาจใจสลายเมื่อต้องแยกจากคนที่ผูกพัน หรือเลวร้ายกว่านั้นคือการถูกทอดทิ้งให้อยู่ตัวเดียว
เมื่อเป็นแบบนี้ทำไมการเลี้ยงสัตว์ ถึงยังเป็นสิ่งที่คู่รักหลายคนต้องการนำเข้ามาในความสัมพันธ์ แล้วสุดท้ายหากความสัมพันธ์นี้ถึงจุดจบ ผลที่ตามมาของการตัดสินใจครั้งนี้จะสร้างบาดแผลไว้ที่ใครบ้าง

เมื่อสัตว์เลี้ยงคือตัวแทนของความรัก
สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียง ‘สัตว์’ ที่มีสายพันธุ์ที่ต่างไปจากเราเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนเพื่อนสนิท และคนในครอบครัวของเรา ซึ่งมาช่วยเติมเต็มความรู้สึกของเราให้สมบูรณ์มากขึ้น จึงไม่แปลกหากคู่รักหลายคนเลือกจะรับเลี้ยงสัตว์ด้วยกัน เพราะแง่หนึ่งก็ช่วยให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแนบแน่นขึ้น ด้วยการมีเจ้าปุกปุยเป็นโซ่ทองคล้องใจระหว่างกัน
มีงานศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ของคู่รัก ปี 2016 ชี้ให้เห็นว่าว่าการเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์กับความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพความสัมพันธ์ การตอบสนองของคู่ครอง การปรับตัว และการลงทุนในความสัมพันธ์ เหตุผลเพราะ สัตว์เลี้ยงเปิดโอกาสให้เราได้ฝึกฝนทักษะการเอาใจใส่ ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์
อันที่จริงคงไม่ผิดอะไรหากแต่ละคนมีสัตว์เลี้ยงของตัวเองอยู่ก่อนแล้วก่อนมาเจอกัน แต่เรื่องจะยุ่งยากมากขึ้น เมื่อทั้งคู่มาตัดสินใจรับเลี้ยงสัตว์หลังจากคบกันแล้ว เพราะการรับสัตว์เลี้ยงในช่วงที่ความสัมพันธ์ยังไม่มั่นคงและแสนเปราะบาง อาจทำให้เจ้าตัวเล็กเหล่านี้ต้องเสี่ยงกับการถูกทอดทิ้ง หากคู่รักต้องแยกทางกัน
แม้ว่าการเลี้ยงสัตว์จะมีประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ แต่อีกด้านก็อาจนำมาสู่ความขัดแย้งได้เช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาที่ตามมาจากการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งอาจเผยให้เห็นอีกด้านของคนรักที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งอาจทำสั่นคลอนความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันได้
วิเวียน โอเบอร์ลิง (Vivian Oberling) นักจิตวิทยาคลินิก อธิบายว่า แม้สัตว์เลี้ยงจะช่วยเชื่อมโยงเราและคู่รัก แต่หลายครั้งก็นำความวุ่นวายมาให้เราต้องจัดการด้วย ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวัน เรื่องเงิน หรือเรื่องสภาพแวดล้อม เช่น คนที่รับผิดชอบดูแลสัตว์เลี้ยงมากกว่าก็อาจรู้สึกไม่แฟร์ที่อีกฝ่ายไม่ยอมช่วยเหลือ หรือภาระงานที่เปลี่ยนไปอาจทำให้ไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้เหมือนเดิม การมีสัตว์เลี้ยงจะทำให้ปัญหาเดิมๆ ยิ่งตึงเครียดขึ้น เพราะต้องเราต้องหยิบเรื่องจริงจังเหล่านี้มาพูดคุย หากไม่มีการสื่อสารที่ดี สัตว์เลี้ยงก็อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทะเลาะกันได้

ท้ายที่สุด เมื่อสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ไม่อาจเป็นโซ่ทองคล้องใจให้คู่รักได้อีกต่อไป สัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยอาจต้องถูกทอดทิ้งให้อยู่เดียวดาย เพราะการรับผิดชอบอีกหนึ่งชีวิตเป็นเรื่องหนักหนากว่าที่เคยวางแผนไว้ จึงอาจทำให้รู้สึกรับเลี้ยงต่อไม่ไหว มีรายงานของมูลนิธิ Affinity องค์กรด้านการดูแลสัตว์ ได้ศึกษาเกี่ยวกับการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ถูกทอดทิ้ง ได้แก่ พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง ปัจจัยด้านการเงิน การหมดความสนใจของสัตว์เลี้ยง หรือการย้ายที่อยู่
จากเหตุผลเหล่านี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของ และเงื่อนไขในชีวิตของแต่ละคน มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้สัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้ง เพราะไม่ว่าอย่างไร การจะเลี้ยงสัตว์ตัวหนึ่งให้มีความสุขก็ยังต้องอาศัยความพร้อมของเจ้าของ หากความสัมพันธ์ของพวกเขายังไม่มั่นคง คนที่รับผลกระทบหนักที่สุดก็คงเป็นเจ้าขนปุยตาใสที่อยู่ตรงกลางของความสัมพันธ์นี้เอง
เพราะสัตว์เลี้ยงก็มีหัวใจ
ผลที่ตามมาจากการเลี้ยงสัตว์เมื่อเลิกรากัน ไม่เพียงแต่ทำให้สัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้งเท่านั้น แต่ความแต่ความผูกพันระหว่างเจ้าของ ก็อาจทำให้เจ้าตัวเล็กเหล่านี้รู้สึกเครียดได้ เพราะสัตว์เลี้ยงก็รู้สึกเจ็บปวดเมื่อต้องจากใครสักคนไม่ต่างจากเราเลย
ดีพัค สารัสวัต (Deepak Saraswat) หัวหน้าสัตวแพทย์จาก Zigly อธิบายว่าเมื่อสัตว์เลี้ยงผูกพันกับใคร เราก็มักสังเกตได้จากสัญญาณเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น การกระดิกหาง กระโดด ส่งเสียงดีใจ คอยตามติดตลอดเวลา วางหัวบนตัก สบตา หรือชวนเล่นอย่างตื่นเต้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงเองก็มีการแสดงความรักในแบบของตัวเองเช่นกัน
ในทางกลับกัน การเลิกราก็อาจทำให้สัตว์เลี้ยงส่งเกิดความเครียด แม้จะไม่สามารถพูดออกมาได้ แต่เราอาจสังเกตได้จาก การทำลายข้าวของ ส่งเสียงเห่าหอน นอนซึม เบื่ออาหารไม่เล่นด้วยเหมือนเดิม เดินวนเพื่อค้นหาคนที่หายไป หรือเฝ้าประตู หรือหน้าต่าง ซึ่งการแยกจากคนที่พวกเขาผูกพันส่งผลต่อจิตใจและร่างกายไม่น้อย
ความเศร้าจากการสูญเสียนอกจากเป็นบาดแผลทางใจให้สัตว์เลี้ยงแล้ว ยังกระทบมาถึงคนที่เป็นฝ่ายเลิกราด้วย จากการแยกย้ายจากสัตว์เลี้ยงที่คุ้นเคย เพราะไม่สามารถกลับไปเจอปุกปุยได้เหมือนเดิมอีกแล้ว

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการให้คําปรึกษาด้านสุขภาพจิต ปี 2022 พบว่าความเศร้าโศกหลังจากการจากไปของสัตว์เลี้ยไม่ต่างจากการสูญเสียญาติหรือเพื่อนสนิทของมนุษย์ การศึกษาด้านประสาทวิทยาแสดงให้เห็นว่าสมองของเราไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างสปีชีส์อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่แล้วความผูกพันและความเศร้ามักถูกกระตุ้นโดยความรัก ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ตาม หากเรารักอีกฝ่าย ก็ทำให้เราเสียใจได้ไม่ต่างกัน
เมื่อฝุ่นควันจากความขัดแย้งระหว่างคู่รักสงบลง สิ่งที่หลงเหลือไว้ก็คงมีแต่รอยแผลที่ทิ้งไว้ทุกฝ่าย แต่คนที่ต้องรับผลหนักที่สุดก็คงเป็นสัตว์เลี้ยงแสนซื่อสัตย์ ที่ไม่สามารถปริปากหรือเลือกข้างได้ ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์ร่วมกันจึงไม่ใช่การตัดสินใจแบบปุบปับ แต่ควรเป็นการคิดถึงความพร้อมหลายๆ ด้านอย่างรอบคอบ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคู่รักอย่างเดียว แต่ยังเป็นเรื่องของชีวิตอีกหนึ่งชีวิตที่ผูกพันกับเราด้วย
แม้ท้ายที่สุดเราจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย แต่มันคุ้มจริงหรือหากต้องมีชีวิตหนึ่งที่เจ็บปวดจากเรื่องนี้จริงๆ
อ้างอิงจาก