10 วรรณกรรมเยาวชน ที่ช่วยหัวใจให้เจริญเติบโต

รู้ๆ กันอยู่แล้วแหละเนอะว่าการอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่ดี ในยุคที่สายตาเราจ้องอยู่กับจอ เราอยากให้เด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ อ่านหนังสือให้มากขึ้น แต่หนังสือแบบไหน หรือเรื่องไหนดีล่ะ ที่เราจะอ่านได้ หรืออ่านไปพร้อมๆ และเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็กๆ ดี

 

วรรณกรรม เป็นตัวเลือกที่ดี ศาสตราจารย์เกรเกอรี่ เอส เบิร์น (Gregory S. Berns) นักวิจัยทางประสาทวิทยาทำการทดลองและศึกษาประโยชน์ของการอ่านที่มีต่อสมอง บอกว่าการอ่านวรรณกรรมหรือนวนิยายที่ดีส่งผลต่อการทำงานของสมอง ขณะที่อ่านบันเทิงคดี เหมือนเราได้เปิดจินตนาการ ย้ายเข้าไปสู่มุมมองการเล่าเรื่องแบบอื่นๆ กระบวนการดังกล่าวกระตุ้นให้สมองของเราได้ปรับเปลี่ยนการทำงาน งานวิจัยใช้วิธีให้นักเรียนอ่านนวนิยายก่อนนอนแล้วมาแสกนสมองในตอนเช้า สรุปผลการทดลองยากๆ ก็คือสมองเรามีการพัฒนามากขึ้นหลังจากการอ่านวรรณกรรม ในระดับที่ลึกซึ้งกว่านั้น คือ พบว่าการที่เราเรียนรู้จากมุมมองอื่นๆ ในวรรณกรรมทำให้สมองของเรามีแนวโน้มจะเข้าอกเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย

ใกล้วันเด็กแห่งชาติแล้ว The MATTER เลยรวบรวมวรรณกรรมเยาวชน ที่เด็กๆ อ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี หรือจะอ่านไปพร้อมๆ กันช่วงก่อนนอน คราวนี้จะได้หอบลูกจูงหลานเข้าร้านหนังสือไปเลือกมาสักเล่มสองเล่มและใช้เวลาที่มีคุณภาพทั้งต่อใจและต่อสมองกันไปพร้อมๆ กัน อ่านหนังสือด้วยกันนี่มีความสุขดีนะ

 

 

Where the Wild Things Are

Where the Wild Things Are เป็นวรรณกรรมสำหรับเด็ก และหนังสือภาพของนักเขียน นักวาดภาพประกอบชาวอเมริกัน Maurice Sendak หนังสือภาพเรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กที่โดดเด่นที่สุดของอเมริกาและได้รับรางวัลมากมาย เรื่องราวเล่าถึงแม็กซ์ (Max) เด็กน้อยที่เข้านอนโดยที่ไม่ได้กินอาหารเย็น จากนั้นห้องนอนแม็กซ์ได้กลายสภาพเป็นป่า เขาล่องเรือไกลไปถึงเกาะลึกลับที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า Wild Things ในดินแดนนั้นแม็กซ์ได้กลายเป็นหัวหน้าและร่วมผจญภัยกับพวกมัน แต่แม็กซ์ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้ตลอดไปจึงตัดสินใจกลับมา เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ได้เจอกับอาหารค่ำรออยู่ ซึ่งเราอาจเคยผ่านตาเรื่องราวของแม็กซ์กับสัตว์ประหลาดมีเขาจากฉบับภาพยนตร์กันมาบ้างแล้ว

 

The Tale of Peter Rabbit

หนังสือภาพแสนน่ารักเล่าเรื่องราวของเจ้ากระต่ายน้อยปีเตอร์ กระต่ายน้อยที่ดื้อรั้นแสนซนผลงานของ Beatrix Potter นักเขียนชาวอังกฤษ The Tale of Peter Rabbit พูดถึงกระต่ายน้อยที่ไม่ยอมเชื่อฟังแม่ของตน เข้าไปยุ่มย่ามและขโมยพืชผักในสวนของมนุษย์ เจ้าปีเตอร์ตัวดีพอเข้าไปในสวนก็ดันกินเยอะจนเกือบถูกเจ้าของสวนจับได้ กลายเป็นเรื่องราววุ่นวายที่ต้องหนีเอาตัวรอดกลับบ้านให้ได้

 

The Cat in the Hat

The Cat in the Hat เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กอีกเล่มที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักผ่านตัวละคร ‘แมวใส่หมวก’ ผลงานของ  Dr. Seuss หรือ Theodor Geisel นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน เราน่าจะเคยผ่านตาและพอจะจำได้ว่าเจ้าแมวใส่หมวกเป็นแมวเพี้ยนๆ ทำเรื่องประหลาดๆ ในเรื่องเจ้าแมวใส่หมวกและหูกระต่ายสีแดงปรากฏตัวขึ้นในคืนฝนตกและเอาของแปลกๆ มาเล่นกับเด็กๆ (เออ คล้ายๆ โดเรมอนเหมือนกันเนอะ แต่เป็นเวอร์ชั่นสร้างปัญหา) ทั้งมายากลและอุปกรณ์ทั้งหลาย สุดท้ายยกระดับกลายเป็นความวุ่นวายปั่นป่วน ก่อนที่เจ้าแมวจะเอาเครื่องจักรเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านมาสะสางได้ทันก่อนที่แม่ของเด็กๆ จะกลับมา

 

Charlie and the Chocolate Factory

อีกหนึ่งวรรณกรรมเด็กชิ้นสำคัญกับชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต ผลงานของนักเขียนชาวอังกฤษ Roald Dahl เรื่องราวเล่าถึงการผจญภัยของชาร์ลี เด็กชายจากครอบครัวยากจนที่ได้ตั๋วเข้าเยี่ยมโรงงานช็อกโกแลตมหัศจรรย์ของ วิลลี่ วองก้า (Willy Wonka) แรงบันดาลใจเรื่องนี้เกิดจากสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กนักเรียนและได้รับผลิตภัณฑ์ตัวอย่างจากโรงงานช็อกโกแลต Cadbury เพื่อสอบถามความเห็น ในกระบวนการนี้บริษัทคู่แข่งจึงมีความพยายามในการขโมยความลับทางการค้าและสูตร ทำให้บริษัทช็อกโกแลตยักษ์ใหญ่ปกป้องการผลิตของตัวเองเป็นความลับระดับสุดยอด ทั้งเด็กๆ โรงงาน และเครื่องจักร เลยเป็นแรงบันดาลใจและที่มาของชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลตมหัศจรรย์

 

Charlotte’s Web

แมงมุมเพื่อนรัก(Charlotte’s Web) หลายคนคงจำเรื่องราวมิตรภาพของสัตว์ในฟาร์มจากการที่ต้องอ่านหนังสือนอกเวลาสมัยมัธยมต้น แมงมุมเพื่อนรักเป็นผลงานของ อี.บี.ไวท์ (E. B. White) นักเขียนชาวอเมริกัน หนังสือเล่าเรื่องราวมิตรภาพของแมงมุมชื่อชาร์ล็อตที่ช่วยชีวิตลูกหมูในฟาร์มด้วยการชักใยเป็นคำพูดจนเจ้าหมูโด่งดัง และรอดพ้นจากการถูกเชือดได้ในท้ายที่สุด

 

The Lion, the Witch, and the Wardrobe: The Chronicles of Narnia

หนังสือเล่มแรกในวรรณกรรมแฟนตาซีชุดนาร์เนีย ผลงานของซี. เอส. ลูอิส (C. S. Lewis) ว่าด้วยการผจญภัยของเด็กๆ ที่อพยพหนีสงครามไปยังบ้านในชนบท ในบ้านหลังนั้น เด็กๆ เจอกับตู้เสื้อผ้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อเข้ากับดินแห่งนาร์เนีย (ฉบับภาษาไทยเล่มแรกๆ ใช้ชื่อว่าเมืองในตู้เสื้อผ้า) ดินแดนมหัศจรรย์ที่สรรพสัตว์พูดได้ และมนตราทั้งหลายยังดำรงอยู่ แต่นาร์เนียร์กลับตกอยู่ใต้คำสาปอันหนาวเหน็บและการปกครองโดยแม่มดขาวที่ร้ายกาจ มหากาพย์นาร์เนียร์มีทั้งหมดตั้ง 7 เล่ม เป็นการผจญภัยสนุกระดับโลกเลยล่ะ นี่เชียร์

 

The Bad Beginning: A Series of Unfortunate Events

หนังสือชุด ‘อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย’ เป็นหนังสือชุดสำหรับเด็ก 13 เล่ม (แหม่ ตัวเลขเนอะ) ว่าด้วยเรื่องราวความซวยของเด็กกำพร้า 3 คนที่สูญเสียพ่อแม่ในกองเพลิงและต้องไปอยู่กับญาติที่ชั่วร้าย แน่ละ ชื่อเรื่องก็บอกว่าเรื่องนี้เต็มไปด้วยเรื่องร้ายๆ ที่อ่านแล้วก็เอาใจช่วยให้ชะตากรรมของเด็กน้อยทั้งสามรอดพ้นจากหายนะต่างๆ ได้เสียที งานเขียนดังกล่าวเป็นของแดเนียล แฮนด์เลอร์(Daniel Handler) หรือนามปากกา เลโมนี สนิกเก็ต (Lemony Snicket) ล่าสุดกำลังจะทำเป็นซีรีส์ฉายทาง Netflix ปีนี้ด้วย

 

Diary of a Wimpy Kid

เราพูดถึงแต่คนเก่งๆ ลองมาทำความเข้าใจ ‘เด็กไม่เอาถ่าน’ กันดูบ้าง  Jeff Kinney เลยเขียนเป็นการ์ตูนที่จับเอาเรื่องราวของเด็กไม่เอาถ่านที่ต้องดิ้นรนให้ได้เรื่องได้ราวในโรงเรียนและการใช้ชีวิตให้ได้ ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่านเป็นงานเขียนแนวกวนประสาทและเสียดสีสังคมที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เป็นหนังสือขายดีและได้รับรางวัลมากมาย และภาพของเด็กไม่เอาถ่านที่เป็นตัวการ์ตูนลายเส้นก็กลายเป็นเอกลักษณ์ที่เราคุ้นตา

 

Little House in the Big Woods

อีกหนึ่งวรรณกรรมคลาสสิกที่เพิ่มความอบอุ่นหัวใจให้กับใครที่อ่านกับ ‘บ้านเล็กในป่าใหญ่’ วรรณกรรมเยาวชนจากนักเขียนระดับโลก ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ (Laura Ingalls Wilder) เล่าถึงชีวิตอันอบอุ่นแสนสุขจากชีวิตจริงของผู้เขียนในกระท่อมกลางป่าของครอบครัวอิงกัลล์ส แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความรักและความอบอุ่นของครอบครัวที่ทำให้ ‘บ้าน’ มีความหมาย

 

Coraline

งานเขียนหรือเรื่องราวสำหรับเด็กอาจไม่จำเป็นต้องย้อมด้วยสีสันสดใสเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อผ่านมือของนีล เกย์แมน (Neil Gaiman) เจ้าพ่อเรื่องแฟนตาซีในโทนมืดมนขมขื่นชาวอเมริกันคนสำคัญของยุคปัจจุบัน โครัลไลน์พูดถึงเด็กหญิงคนหนึ่งที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้จนเธอหลุดเข้าไปในดินแดนตุ๊กตาผ้าปะที่มีความสมบูรณ์พร้อมตามแบบที่เธอต้องการ พอดูๆ ไปชักพิกลว่าไอ้ดินแดนแสนสุขทำไมมันสยองชอบกล ทำไมดวงตาถึงถูกแทนด้วยกระดุม แน่ล่ะ สิ่งที่เธอเผชิญย่อมไม่ใช่เรื่องดี แต่เป็นการชักใยของปีศาจที่น่ารังเกียจที่ต้องการล่อลวงเธอ

 

 

Illustration by Manaporn Srisudthayanon
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed