กฎหมายหลักทรัพย์ฯ หวังปราบแก๊งปั่นหุ้น แต่สะเทือนผู้บริหาร สื่อ และนักวิเคราะห์

หลังจาก พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับที่ 5 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา แม้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะชูว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อไล่ตามการกระทำผิดใหม่ๆ ในตลาดหุ้นที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยจะช่วยป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (market misconduct) ทั้งการปั่นหุ้น ทุบหุ้น รวมไปถึงอินไซเดอร์ นอกจากนี้ ยังนำมาตรการทางแพ่งมาใช้ เพื่อให้สามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

แต่ในทางกลับกันก็มีความกังวลว่า การระบุเนื้อหาที่ค่อนข้างกว้างเกินไป รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้คุมกฎได้ใช้ ‘ดุลยพินิจ’ มากขึ้น อาจกระทบกับการทำงานของผู้เกี่ยวข้องในตลาดหุ้น

เช่น มาตรา 240 ที่กำหนดว่า “ห้ามมิให้บุคคลใดบอกกล่าว เผยแพร่ หรือให้คำรับรองข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยประการที่น่าจะทำให้มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์”

ก็ทำให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กลัวว่า ถ้าออกมาให้สัมภาษณ์แล้วหุ้นขึ้น จะมีความผิดหรือไม่ หรือสื่อมวลชนที่รายงานข่าวของ บจ. ที่ยังไม่ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ แล้วทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหว จะถือว่ามีความผิดหรือไม่

 

หรือมาตรา 241 ที่กำหนดว่า “ห้ามมิให้บุคคลใดวิเคราะห์หรือคาดการณ์ฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยนำข้อมูลที่รู้ว่าเป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วนอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ มาใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ หรือละเลยที่จะพิจารณาความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว หรือโดยบิดเบือนข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ หรือคาดการณ์ และได้เปิดเผยหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการวิเคราะห์หรือคาดการณ์นั้นต่อประชาชน โดยประการที่น่าจะมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์” ที่ถูกมองกันว่าจะทำให้บรรดานักวิเคราะห์ทำงานยากขึ้น

 

ทั้งนี้ มีผู้มองกันว่า โดยนัยของกฎหมายนี้ ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้นำข้อมูลต่างๆ ไปปล่อยกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย แต่ความเข้มงวดของมาตรา 240 ก็อาจทำให้ข้อมูลต่างๆ ถูกนำลงสู่ ‘ใต้ดิน’ มากขึ้น จนยากที่จะหาตัวคนปล่อยข่าว

 

ดาบมักมี 2 คม ผู้ถืออำนาจ ก็ไม่ต่างกับคนถือดาบ ต้องระมัดระวังการใช้อำนาจนั้นๆ

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

www.ratchakitcha.soc.go.th

Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed