The Dark Tower กับการเชื่อมโยงพหุภพที่ไม่สิ้นสุดของสตีเฟน คิง

The Dark Tower หรือ หอคอยทมิฬ อาจจะไม่ใช่หนังฮอลลีวูดที่เข้ามาฉายในบ้านเราแล้วมีกลุ่มผู้ชมรอคอยมากเท่าใดนัก รวมถึงกระแสนักวิจารณ์ในต่างประเทศก็ไม่ค่อยดีงามเท่าไหร่ ถึงแบบนั้นหนังเรื่องนี้ก็มาจากนิยายที่ได้สร้างจักรวาลของตัวเองไว้อย่างยาวนานมาตั้งแต่ปี 1982 หรือเมื่อราว 35 ปีที่แล้ว และผู้ที่แต่งนิยายตัวต้นนี้ก็คือ สตีเฟน คิง ที่หลายคนยกให้เป็นเจ้าพ่อของความสยองขวัญนั้น และนิยายชุดนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงจักรวาลเกือบทุกเรื่องที่คิงเป็นคนแต่งเอาไว้ด้วย

 

ภาพจาก – https://teaser-trailer.com

ในฉบับหนังโรงนี้ สรุปโครงโดยคร่าวได้ว่า ตัวหนังจะเล่าเรื่องของ เจค เด็กชายที่ฝันเห็นภาพของ  จอมทมิฬ (Man In Black) และ อัศวินปืนไว (The Gunslinger) ทำการต่อสู้กัน โดยฝั่งแรกต้องการทำลายหอคอย (The Tower) ส่วนอีกฝั่งต้องปกป้อง ถึงจิตแพทย์จะบอกเจคว่าเป็นแค่ฝัน แต่ความจริงคือ เจคมีพลังจิตสามารถเห็นและเดินทางข้ามไปโลกอื่นได้ และเขาก็ได้เดินทางข้ามโลกไปพบกับ อัศวินปืนไว และได้รับรู้ว่าหอคอยนั้นคอยป้องกันไม่ให้โลกพหุภพ (Multiverse) ต้องล่มสลาย

เจ้าพหุภพที่ว่านี้ ไม่ใช่แค่โลกของเจคกับโลกของอัศวินปืนไวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโลกอื่นๆ ที่ก่อนอื่นต้องย้อนเล่าก่อนว่า สตีเฟน คิง ไม่ได้เขียนเฉพาะนิยายสยองขวัญเท่านั้น เรื่องราวซึ้งๆ แบบ Stand By Me, The Green Mile หรือ Shawshank’s Redemtion และอีกหลายๆ เรื่อง ที่ถูกนำไปสร้างเป็นหนังมากมายก็เป็นผลงานของคิงด้วย เพราะฉะนั้นเราจะพยายามเล่าจุดที่เชื่อมโยงกันอย่างมหาศาลให้เห็นภาพกันง่ายๆ

 

เรื่องราวโดยสังเขปของ The Dark Tower

ก่อนที่เราจะเดินทางไปไหนไกล เราขอเริ่มต้นที่ท้องเรื่องของ The Dark Tower ที่โดยหลักแล้วเป็นนิยายชุดมีทั้งหมด 8 เล่ม เป็นเนื้อเรื่องหลัก 6 เล่ม เนื้อเรื่องเสริมอีก 1 เล่ม และมีเรื่องสั้นอีก 1 เรื่อง ที่ถือว่าเป็นเนื้อเรื่องก่อนนิยายเล่มแรกเล็กน้อย ทั้งยังมีการ์ตูนภาคก่อนเนื้อเรื่องหลัก รวมถึง หนังสือเด็กที่เกี่ยวกับรถไฟซึ่งปรากฎตัวในนิยายเล่ม 3 อีกเล่มหนึ่งด้วย

 

ปกของนิยาย The Dark Towers เรียงลำดับตามปีที่วางจำหน่าย / ภาพจาก – http://momentumbooks.com.au

 

อีกสิ่งที่ชวนคนอื่นมึนหัวนิดหน่อยก็คือนิยายแต่ละเล่มใช้สำนวนการเล่าที่แตกต่างกันเล็กน้อย โดยหลักก็เล่าด้วยสไตล์ดาร์คแฟนตาซี บางครั้งก็เล่าตามวิสัยนิยายไซไฟ บางคราวก็จับเอาความสยองขวัญที่หลายคนรู้สึกว่าผู้เขียนถนัดมาใช้เล่าเรื่อง และเล่าเรื่องแบบหนังคาวบอยเพราะตัวละครเอกนั้นเป็นสิงห์ปืนไว

โดยหลักแล้วเนื้อหาของนิยายชุดนี้จะเล่าเรื่องของ โรแลนด์ เดสเชน หนึ่งในกลุ่ม ‘อัศวินปืนไว’ ที่คอยคุ้มครอง ออลเวิล์ด (All-World) (ในหนังจะบอกเล่าย่อๆ แค่ มิดเวิล์ด (Mid-World) กับ เอนด์เวิล์ด (End-World)) ไม่ให้ล่มสลายจากภัยอันตรายต่างๆ ซึ่งมี ราชันสีเลือด (Crimson King) เป็นตัวร้ายที่บงการเรื่องเลวร้ายอยู่เบื้องหลัง รวมถึงการสั่งการจอมทมิฬให้เข้าต่อสู้กับอัศวินปืนไว และตัวนิยายจะมีการบอกเล่าเพิ่มเติมว่า ตัวของโรแลนด์มีความปรารถนาที่จะลองขึ้นไปยังหอคอยแห่งนั้นสักครั้ง ซึ่งเขาก็ได้ขึ้นบนนั้นจริงๆ ในนิยายเล่มจบ และตัวหนังที่กำลังจะเข้าฉายในไทยนั้น ผู้กำกับถือว่าต้องการให้เป็นตอนต่อจากฉบับนิยาย ฉะนั้นถึงจะไม่เคยอ่านก็น่าจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก

 

ความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวอื่นๆ ของ สตีเฟ่น คิงก์

สตีเฟน คิง กล่าวไว้ในคำส่งท้ายของหนังสือ The Dark Tower IV: Wizard and Glass เอาไว้ว่า “ผมเขียนนิยายและเรื่องสั้นมากพอที่จะเติมเต็มเป็นระบบสุริยะจ้กรแห่งจินตนาการได้ แต่เรื่องของโรแลนด์เปรียบเสมือนดาวพฤหัสบดี ดวงดาวที่ทำให้ดาวดวงอื่นดูเล็กจิ๋ว …สถานที่ซึ่งมีบรรยากาศที่แปลกประหลาด ภูมิทัศน์ที่ดูบ้าคลั่ง และแรงโน้มถ่วงที่โหดร้าย ทำให้ดาวอื่นดูเล็กจิ๋ว ผมบอกแบบนั้นไปหรือ? ผมคิดว่ามันมากกว่านั้นอีกนะ ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าโลก (หรือหลายโลก) ของโรแลนด์ บรรจุเอาเรื่องอื่นๆ ที่ผมแต่งเอาไว้” และด้วยคำพูดนี้นี่เองที่เป็นการยืนยันว่า นิยายชุดนี้ของเขาเป็น ‘หมุดเชื่อมโยง’ โลกอื่นๆ ทั้งหมดที่เขาตบแต่งเอาไว้

 

เราขอเริ่มต้นเล่าความเชื่อมโยงของ The Dark Tower กับ นิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยตัวละคร ‘เจค’ จากฉบับหนังโรง แม้ว่าตัวละครจะใช้ชื่อสกุลเหมือนกับตัวละครเด่นอีกตัวจากฉบับนิยาย แต่จากโครงเรื่องนั้นเหมือนว่าจะเป็นการดัดแปลงตัวละครเดิม หรือถ้าจะบอกว่าเป็น ‘ร่างแยก’ หรือเป็น ‘ตัวละครจากอีกโลก’ จากฉบับนิยายก็คงจะไม่ผิด และจากตัวอย่างหนังก็จะเห็นว่า เจค มีพลังจิตบางอย่าง ซึ่งในฉบับนิยายกล่าวว่ามันคือพลังที่ชื่อ ‘เดอะทัช’ (The Touch) พลังที่สามารถสั่นคลอนความเป็นจริง รวมถึงความเชื่อมโยงของหอคอยทมิฬกับโลกอื่นๆ ที่มันเชื่อมโยงเอาไว้

 

เด็กน้อยผู้มีพลังจิตจาก The Shining / ภาพจาก – http://cinemablend.com

พลังจิตของ เจค นั้นเชื่อว่าเป็นพลังแบบเดียวกันกับ ‘เดอะไชน์นิง’ (The Shining) ที่เป็นชื่อนิยายและชื่อเรียกพลังจิตของตัวละครหลายๆ ทั้งแดนนี่ตัวละครเอกจากเรื่อง The Shining กับ Doctor Sleep และนิยายเรื่องอื่นๆ ของคิง

 

และฉากในหนังที่ เจค เดินทางไปพบจิตแพทย์ ที่รูปภาพในห้องของนั้น ก็เป็นภาพของโรงแรมโอเวอร์ลุค อันเป็นสถานที่เกิดเรื่องของ นิยายและหนังเรื่อง The Shining นั่นเอง

 

อีกฉากหนึ่งในตัวอย่างของหนัง The Dark Tower เราจะเห็นว่าตัวละคร เจค ฉบับหนังได้เดินผ่านซากสวนสนุกที่มีป้ายโทรมๆ  ที่ชื่อว่า ‘Pennywise’ อันเป็นชื่อของปิศาจที่ปลอมตัวเป็นตัวตลกในนิยายเรื่อง IT ซึ่งในนิยาย The Dark Tower มีปิศาจอยู่ตนหนึ่งที่ชื่อ Dandelo ที่ถูกระบุว่าเป็นแวมไพร์และมีความสามารถในการปลอมแปลงตนเหมือนกับ Pennywise  และคิง ออกมายืนยันว่า ปิศาจสองตนนี้เป็นคนละตนกัน แต่อาจจะเป็นปิศาจเผ่าพันธุ์เดียวกัน (และในปีนี้ก็จะมีหนังเรื่อง IT ออกมาให้ชมกันด้วย)

 

ในตัวอย่างหนัง The Dark Tower ยังมีการเก็บกิมมิคเล็กน้อยอีกหลายอันอย่าง ทั้งตัวละครเด็กฝาแฝดที่เหมือนกับในหนัง The Shining หรือจอมทมิฬที่ก็ใช่ว่าปรากฎตัวครั้งแรกใน The Dark Tower เพราะในนิยายเรื่องอื่นๆ เขาก็เคยปรากฎตัวมาแล้วในชื่อ Randall Flagg หรือ Walter o’Dim  และชื่อปลอมอีกจำนวนมากที่เขาใช้ในโลกต่างๆ เขาปรากฎตัวในนิยาย The Stand, The Eyes of the Dragon, และ Hearts in Atlantis รวมถึงในซีรี่ส์ 11.22.63 ที่ตัวละครนี้โผล่มาเป็นแขกรับเชิญด้วย

 

ส่วนนิยายเรื่องอื่นๆ ที่ถูกสร้างเป็นหนังอย่าง Pet Sematary, Cujo, The Mist, Dreamcatcher, Shawshank’s Redemption, Stand By Me ฯลฯ ส่วนใหญ่อาจจะไม่โดนพูดถึงตรงๆ แต่เนื้อเรื่องของ The Dark Tower จะเดินทางไปยังรัฐเมน ที่เป็นจุดเกิดเหตุของนิยายเรื่องต่างๆ รวมถึงว่าเป็นบ้านเกิดของตัวสตีเฟน คิง เอง

 

สัตว์ประหลาดใน The Mist ที่ถูกระบุไว้ว่ามาจากช่องว่างระหว่างมิติใน The Dark Tower / ภาพจาก –
http://wickedhorror.com

แต่บางจุดก็จะมีการขยายความมากขึ้นอย่าง ตัวละครสมทบตัวหนึ่งในนิยาย The Dark Tower ได้บอกว่าเขาเคยเป็น ผู้คุมอยู่ที่เรือนจำชอว์แชงก์ ที่เป็นเรือนจำในเรื่อง Shawshank’s Redemption หรือสัตว์ประหลาดใน The Mist ก็มีการอ้างอิงว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจาก Tadash Space ช่องว่างระหว่างจุดเชื่อมพหุภพของ The Dark Tower

 

จุดต่อมาที่เป็นกึ่งๆ ตัวเชื่อมโยงของนิยายเรื่องต่างๆ ของสตีเฟ่น คิง ก็คือตัวเลข ’19’ ที่ถือว่าเป็นตัวเลขพิเศษของคิงและนิยายเรื่องต่างๆ อย่างเช่น ในชีวิตจริง วันที่ 19 กรกฎาคม ปี 1999 คิงถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์นั้น คิงเลยเขียนให้ตัวละคร เจค แชมเบอร์ส ในนิยาย The Dark Tower เป็นผู้ช่วยชีวิตเขาให้รอดจากการถูก ‘สั่งเก็บ’ โดยราชาสีเลือด ส่วนในเรื่องใน The Shining ที่โรงแรมโอเวอร์ลุคมีห้องพักที่ไม่ควรเปิดอยู่ห้องหนึ่งคือห้อง 217 ที่แยกเป็น 2+17 = 19

 

ความเชื่อมโยงกับหนังสือของนักเขียนท่านอื่นๆ

ภาพจาก – http://bustle.com

นอกจากที่ The Dark Tower จะเชื่อมนิยายเรื่องต่างๆ ของตัวสตีเฟน คิง เองแล้ว นิยายชุดหอคอยทมิฬนี้ยังเขียนกระแซะกระทบไปยังนิยายเรืองอื่นๆ อย่างเช่น ตัวละครกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาต่อสู้กับกลุ่ม อัศวินปืนไว ในนิยาย The Dark Tower : Wolves of the Calla จะถูกเรียกว่า Wolves ที่ใช้อาวุธเป็น Sneetch ลูกบอลกลมๆ สีทอง ที่บินเข้าใส่เป้าหมายและระเบิดได้เมื่อถึงเป้า และเมื่อกลุ่มอัศวินปืนไวได้มีโอกาสตรวจสอบอาวุธชนิดนั้นอย่างใกล้ชิดก็พบว่าที่อุปกรณ์มีอักษรเขียนไว้ว่า 465-11-AA HPJKR ยิ่งพิจารณาแล้วยิ่งรู้สึกว่า อาวุธที่พูดถึงนี้เหมือน ลูกโกลเด้นสนิช แล้วตัวอักษร HPJKR ก็เหมือนจะย่อมาจาก Harry Potter J.K. Rowling เสียด้วย

 

ภาพ “The Dweller in Darkness” โดย August Derleth.

นิยายของ H.P. Lovecraft ก็ส่งอิทธิพลต่อนิยายของคิง อย่างเช่น Randall Flagg ในนิยาย The Stand ก็เคยถูกเรียกว่า ไนอาลาโธเทป (Nyarlathotep) และคิงก็เอาคอนเซปต์ของ เกรทโอลด์วัน (The Great Old Ones) มาใช้กับเผ่าพันธ์ล้ำยุคที่ปรากฎตัวใน The Dark Tower และสัตว์ประหลาดที่ปรากฎอยู่ในนิยายส่วนใหญ่ของคิงก็มักจะมีหนวดรยางค์ ที่เป็นสัตว์ประหลาดตามสไตล์ Lovecraftian

 

เมืองมรกต จาก พ่อมดมหัศจรรย์แห่งเมืองออซ ที่ไปปรากฎในนิยาย The Dark Tower ที่ลงรายละเอียดภายนอกไม่ต่างกับฉบับหนังสดใสปลอดภัยต่อครอบครัว / ภาพจาก – http://cinemablend.com

หนังสือคลาสสิกแบบ The Wonderful Wizard of Oz หรือ พ่อมดมหัศจรรย์แห่งเมืองออซ  ที่ไม่น่าจะมาเชื่อมโยงกับงานของคิง ก็ยังถูกนำมาดัดแปลงเป็นนิยาย The Dark Tower IV: Wizard and Glass ที่เนื้อหาในนิยายเล่มนี้นอกจากจะเกี่ยวกับปมในใจของอัศวินปืนไวแล้ว ยังเป็นการเดินทางของพวกเขาไปยังเมืองมรกต และมีรองเท้าทับทิม ซึ่งเป็นการหยอกล้อโครงเรื่องของนิยายต้นฉบับโดยตรง (แม้ว่ารายละเอียดกลางทางของ Dark Tower จะหม่นมืดกว่ามากก็เถอะ)

 

นอกจากนี้ยังมีจุดเล็กน้อยอีกมากมายที่นิยาย The Dark Tower ไปพัวพันกับเรื่องอื่นๆ ขนาดที่เว็บไซต์ทางการของตัวสตีเฟน คิง ยังมีส่วนที่เปิดให้คนอ่านส่ง ‘จุดที่พวกเขาคิดว่าเชื่อมโยงกับหอคอยทมิฬ’ แยกมาอีกหนึ่งหน้า  และเราเชื่อว่านักอ่าน กับ นักดูหนังอีกหลายคนจะทำการเชื่อมโยงเรื่องต่างๆ ให้จักรวาลของสตีเฟน คิง กันต่อไปอีก

 

ส่วนหนังที่อาจจะไม่โดนใจคนดู ก็ยังมีฉบับซีรีสรอให้รับชม รวมถึงหนังจากนิยายเรื่องอื่นๆ ที่จะเข้าฉายต่อไปทั้งปีนี้และปีต่อๆ ไป และเราเชื่อว่ามันคงมีสักเรื่องที่จะออกมาเยี่ยมจนทำให้แฟนคลับต้องกลับไปตามอ่านนิยายตัวต้นต่อไปเป็นพัลวันไม่รู้จบ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

StephenKing.com

Entertainment Weekly

Bustle

Share This!
  • 693
  • 52
  •  
  •  
  •  
  •  
    745
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed