หม่อมเจ้าหญิงพูนถูกยิง ทหารอ้าแขนรับคานธี : ว่าด้วยการเขียนข่าวอย่างเข้าใจผิดในอดีต

ปัจจุบันการนำเสนอข่าวสารแข่งขันที่ความฉับไว สื่อใดเผยแพร่เนื้อหาก่อนสื่ออื่นๆ ย่อมได้เปรียบมากกว่า  ยิ่งในโลกออนไลน์ทุกข้อมูลจำเป็นต้องโลดแล่นด้วยความเร็วสูง จนบ่อยครั้งอาจส่งผลให้ข่าวจำนวนไม่น้อยเขียนขึ้นโดยเพี้ยนจากข้อเท็จจริง

 

สิ่งที่ผมจะเล่าผ่านอีกหลายบรรทัดถัดไปเกี่ยวข้องกับกรณีข่าวสารบนหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ในอดีตเมื่อ 100 กว่าปีหรืออาจจะเกือบศตวรรษที่แล้ว  สมัยนั้นการเสาะหาข่าวมานำเสนอคงไม่แคล้วอาศัยความฉับพลันทันเวลา แม้จะแช่มช้ากว่าในปี พ.ศ.นี้ก็ตามที และพอเร่งรีบเข้าจึงปรากฏข่าวที่เขียนพลาดอย่างเข้าใจผิดอยู่เนืองๆ

งั้นผมจะไม่มัวเรื่อยเฉื่อย เราลองมาพิจารณาดูกันเลยดีกว่า เริ่มจากเหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองไทยในปีแรกสุดของทศวรรษ 2470 หนังสือพิมพ์หลายฉบับต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2469 ได้ลงพาดหัวเสียน่าตื่นเต้นคือ

‘หม่อมเจ้าหญิงพูนถูกยิง’

เดี๋ยวๆ คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งขมวดหัวคิ้ว ตามวิธีนับศักราชของไทยแบบเดิม เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2469 เทียบกับวิธีนับศักราชปัจจุบันจะได้เป็นกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 ส่วนหม่อมเจ้าหญิงพูนก็จะใครล่ะนอกจากท่านหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  (ขณะนั้นยังเป็น ‘กรมพระดำรงราชานุภาพ’)

ข่าวข้างต้นทำให้ผู้อ่านตื่นเต้นเฝ้าติดตามรายละเอียด รวมถึงรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยต่อมูลความจริง ทางกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ‘กัมมันโต’ รายสัปดาห์พยายามไปสืบเสาะจนได้ความคลี่คลายกระจ่างชัด พร้อมลงพิมพ์ถ้อยอธิบายในฉบับประจำวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2469

 

มีข่าวเล่าลือกันเซงแส้ร์ว่า- หม่อมเจ้าหญิงพูนในพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ  เสด็จกลับจากหัวเมืองฝ่ายเหนือ  ขบวนรถไฟแล่นมาถึงบ้านหัวดงในมณฑลพิศณุโลก  มีผู้รายลอบเอาปืนยิงหม่อมเจ้าหญิงพูน แต่ด้วยเดชะบุญ กระสุนปืนหาได้ถูกพระองค์ไม่ เมื่อมีข่าวพูดเล่าลือกันเช่นนี้ นัยว่าพวกข้าไทยที่ฝักใฝ่ในกรมพระดำรง  ได้พากันไปเยี่ยมเยือนถามข่าว เปนอันมาก แต่คงได้ความดูเหมือนว่ามีข่าวโทรเลขบอกมาว่า- ขบวนรถไฟที่หม่อมเจ้าหญิงพูนเสด็จกลับมานั้น นัยว่ามีผู้ร้ายลอบยิงนายสถานี แต่คำที่ว่านายสถานีนั้นตกหล่นขาดหายไปจึงเลยกลับกลายเปนว่าหม่อมเจ้าหญิงพูนถูกยิง

ดูเอาเถ๊อะช่างพูดลือกันได้ออกเซ๊งแสร์จนกระฉ่อนเมืองถึงปานดังนี้ เราสืบสวนได้ความว่าไม่เปนการสมจริงทั้งเพ  หม่อมเจ้าหญิงพูนได้เสด็จกลับมาถึงวังแล้วตามปรกติฯ

 

สรุป ผู้ถูกลอบยิงหาใช่หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย แต่คือนายสถานีรถไฟบ้านหัวดงต่างหาก เท่าที่ผมเคยอ่านชีวประวัติท่านหญิงพูนพิศมัยมาจากหนังสือหลายเล่มก็ไม่เคยผ่านตาเรื่องนี้ (เอ๊ะ หรืออาจจะมีนะ แต่ผมยังไม่เห็น) ดูสิครับ เพียงแค่ตกคำว่า ‘นายสถานี’ เนื้อหาข่าวเปลี่ยนไปคนละแบบเลย

 

ข่าวสารอีกประเภทหนึ่งที่มักพบข้อผิดพลาดบ่อยๆ เห็นจะมิพ้นข่าวต่างประเทศ  หรือริมฝีปากคนสมัยนั้นเรียกขานว่า ‘ข่าวโทรเลข’ เหตุไฉนจึงเรียกฉะนี้น่ะรึ ก็เพราะเป็นข่าวที่สำนักข่าวฝรั่งส่งเนื้อหาภาษาต่างประเทศมาให้ในลักษณะโทรเลข ต่อจากนั้นกรมไปรษณีย์สยามจะพิมพ์อัดสำเนากระจายไปยังหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ โดยแต่ละฉบับต้องเสียเงินค่าบำรุงให้เป็นรายเดือน ได้ข่าวมาแล้วหน้าที่สำคัญตกเป็นของผู้แปลข่าวโทรเลขประจำหนังสือพิมพ์เพื่อถ่ายทอดสู่ภาษาไทย

ลำพังเปิดดิกชันนารี (dictionary) เก่งกาจหาได้ช่วยให้ผู้แปลข่าวโทรเลขทำงานราบรื่นหรอกนะ หากเขาจะต้องสามารถคาดเดาตัวอักษรในโทรเลขอย่างแม่นยำทีเดียว เนื่องจากกระดาษที่พิมพ์ข่าวโทรเลขนั้นสีเหลืองซีดเซียว เนื้อหยาบและเก่าคร่ำ พิมพ์สองหน้าแต่มีหลายบรรทัดถี่ยิบ สำหรับข่าวแต่ละเรื่องขึ้นต้นด้วยชื่อเมืองอันเป็นแหล่งข่าวด้วยอักษรตัวเล็ก เนื้อข่าวทั้งสิ้นก็ใช้อักษรตัวเล็กตลอด ไม่ปรากฏอักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นประโยคใหม่หรือแสดงชื่อเฉพาะสักนิด  ปราศจากเครื่องหมายค็อมม่า (,) และจุดฟุลสต๊อบ (.) อะไรเลย พอจบข่าวเรื่องหนึ่งก็ขึ้นย่อหน้าใหม่เป็นข่าวอีกเรื่องต่อไป  มิได้ง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปากนะครับงานนี้  ผู้รับหน้าที่แปลข่าวโทรเลขจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ เรียกว่าพวกเขากินเงินเดือนเยอะรองจากบรรณาธิการเลย มิหนำซ้ำ ในบางฉบับอาจได้เงินเยอะกว่าบรรณาธิการ

 

อย่าเผลอกะพริบตา ! ผมจะแสดงตัวอย่างให้ยล

‘ปริ้นศ์วรรณไวทยากรจะเสด็จกลับประเทศสยามโดยมีไปรษณีย์บัตรคอยอยู่’

พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเกือบ 100 ปีก่อนว่าไว้  ปริ้นศ์แน่นอนคือการเรียกทับศัพท์ของ ‘Prince’  ส่วนปริ้นศ์วรรณไวทยากร (Prince Wan Waithyakon) ได้แก่หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ถัดมาภายหลังรู้จักกันในฐานะพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระองค์วรรณขณะนั้นกำลังดำรงตำแหน่งราชการในต่างประเทศ  ครั้นเมื่อจะเดินทางกลับคืนสู่สยาม สำนักข่าวฝรั่งจึงส่งโทรเลขเข้ามาแจ้งยังเมืองไทย จุดสะดุดตาของพาดหัวข่าวอยู่ตรงนี้ “…โดยมีไปรษณีย์บัตรคอยอยู่”

ไปรษณียบัตรอะไรกัน? สำคัญมากแน่ๆ เพราะรอคอยปริ้นศ์ชาวสยาม  แต่นักหนังสือพิมพ์คนสำคัญยุคนั้นอย่างครูอบ ไชยวสุ เจ้าของนามปากกาเขียนเรื่องขบขันว่า ‘ฮิวเมอริสต์’ และ ‘L.ก.ฮ.’ นั่งอ่านดูชวนให้รู้สึกแปร่งๆ อดมิได้ที่จะไปขอยืมต้นฉบับโทรเลขภาษาฝรั่งมาทอดสายตาอีกหน อ้อ ผู้แปลข่าวโทรเลขแปล ‘post’ ว่าไปรษณีย์พร้อมเติม ‘บัตร’ ต่อท้ายเข้าไปด้วย  เขาช่างไม่นึกเฉลียวใจเลย ‘post’ คำเดียวกันนี้ยังแปลว่า ตำแหน่งงานได้ด้วย แท้แล้ว ที่รอคอยพระองค์วรรณคือตำแหน่งงานนั่นล่ะครับ

 

ข่าวอีกชิ้นหนึ่งที่เข้าข่ายแปลผิดเป็นเรื่องของบุคคลสำคัญจากประเทศอินเดีย  คนทำหนังสือพิมพ์และนักอ่านรุ่นปู่ย่าตายายให้ความสนใจเขามากๆ นับแต่ช่วงทศวรรษ 2460 เรื่อยมาจนทศวรรษ 2490 โมหันดาส การามจันด์ คานธี (Mohandas Karamchand Gandhi) คือชื่อเขา แต่ใครๆ เรียกตามสมัญญาที่มหากวีเอกรพินทรนาถ ฐากูร (Rabindranath Tagore) มอบให้ว่า ‘มหาตมะ คานธี’ (Mahatma Gandhi)  คราวหนึ่งมีข่าวหนังสือพิมพ์เด่นหรา

‘มหาตมะคานธีไปประเทศอังกฤษ พอถึงสถานีชาริงครอสส์กองทหารก็อ้าแขนต้อนรับนำไปขึ้นรถหลวง’

ในเมื่อคานธีต่อต้านอังกฤษ กองทหารอังกฤษมาอ้าแขนต้อนรับ เอ๊ะ แปลกพิกล ครูอบคนเดิมอีกนั่นล่ะที่ระแคะระคายกลิ่นอายการแปลผิดตอนข่าวนี้ถูกถ่ายทอดสู่สายตาสาธารณชน แล้วพอไปย้อนดูต้นฉบับข่าวโทรเลข ก็พบทันทีภาษาอังกฤษเขียนตรงจุดที่ “…อ้าแขน…” ว่า ‘with arms’  แปลโดยนัยยะคือกองทหารปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาไปรับตัวนักต่อสู้ชาวอินเดียพร้อมด้วยอาวุธครบมือต่างหาก ส่วนในหัวใจพวกทหารมีอารมณ์ต่อคานธีประมาณเพลงตั๊กแตน ชลดา “เหนื่อยก็รู้ เหงาก็เข้าใจ แต่ไม่อาจให้ยืมอ้อมแขน…” บ้างรึเปล่าคงมิอาจทราบได้

 

เรื่องต่างประเทศที่ชอบกลายเป็นข่าวผิดพลาดบ่อยหนเหลือเกินในหนังสือพิมพ์ไทย ต้องบอกว่าเกี่ยวพันกับ ‘President’ จากสหรัฐอเมริกา เอาล่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไปเบิ่งพาดหัวข่าว ณ บัดนี้

‘ท่านประธานาธิบดีวู้ดโรว์ วิลสัน ได้มาเยี่ยมฟิลิปปินส์พร้อมด้วยสิ่งของช่วยเหลือวาตภัยเป็นจำนวนมาก’

คนอ่านหนังสือพิมพ์ตอนนั้นคงเอามือทาบอก อ้าว ก็ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสันถึงแก่มรณกรรมไปแล้วตั้งหลายปี (เขาตายปี ค.ศ. 1924 ตรงกับพ.ศ. 2467 แต่ข่าวนี้เหมือนจะเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว) อยู่ดีๆ นำสิ่งของมาเยี่ยมเยียนชาวฟิลิปปินส์ได้เยี่ยงไร อย่าบอกนะ บางทีอาจจะใช่วิญญาณก็เป็นได้  เฮ้ย ดึงสติ นี่ไม่ใช่รายการผีฮะ อย่างไรก็ดี คราวนี้ ผู้แปลข่าวโทรเลขไม่ได้แปลผิดด้วย เพราะเนื้อข่าวภาษาอังกฤษก็เขียนว่า ‘President Woodrow Wilson’ มาฟิลิปปินส์จริงๆ

การแปลบางข่าวนอกจากใช้ภาษาฝรั่งคล่องแล้ว บางทีต้องมีความรู้รอบตัวประกอบด้วย ‘President Woodrow Wilson’ ในบริบทข่าวดังกล่าว แท้แล้วเป็นชื่อเรือเดินสมุทรซึ่งได้บรรทุกสิ่งของมาช่วยเหลือเหตุการณ์วาตภัยที่ฟิลิปปินส์

ยานนาวาสัญจรสมุทรตระกูล ‘President’ หรือ ‘American President Lines’ ที่นิยมหยิบยกชื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาต่อท้ายนั้น สร้างความสับสนให้นักหนังสือพิมพ์หลายคนและหลายครั้ง อย่างเช่นคราวหนึ่งหนังสือพิมพ์เสนอข่าวประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะมาเยือนและมาหยุดพักที่เมืองไทย กลายเป็นข่าวเกรียวกราว นักอ่านพากันตื่นเต้น ที่ไหนได้ ประธานาธิบดีสหรัฐตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย แต่เป็นเรือ ‘President’ นั่นเองที่แวะมาจอดเทียบท่าหยุดพัก

 

จะเห็นว่าข่าวสารหนังสือพิมพ์ที่เขียนพลาดในอดีตนั้น มูลเหตุมักมาจากการแปลข่าวโทรเลข ซึ่งจัดเป็นงานยากและต้องอาศัยความรอบคอบที่สุด  ในปี พ.ศ.นี้ โทรเลขไม่มีอีกแล้วในประเทศไทย การแปลข่าวโทรเลขก็น่าจะห่างหายไปหลายนาน ทางด้านวิธีหาข่าวดูจะง่ายขึ้นแยะ บางทีบางใครแค่โพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊กยังถูกนำมาขยายข่าวแพร่หลาย ชวนให้อดสงสัยส่งท้ายมิได้ บ้านเราเคยผ่านตั้งแต่ยุคหาข่าวรวดเร็วสุดจากโทรเลขมาตราบจนยุคหาข่าวฉับไวจากโลกออนไลน์  โดยกาลเวลามีพัฒนาการแน่ๆ  แต่ที่ดูเหมือนยังคงคลับคล้ายคลับคลากันแทบทุกยุคก็คือข่าวสารมักผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงอยู่ ช่างแลเห็นดาษดื่นสรดื้นสรดัดเชียวเอย

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

  • นราธิปพงศ์ประพันธ์, พล.ต. กรมหมื่น. งานบัญญัติศัพท์ของพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด พิมพ์ถวายเป็นอนุสรณ์ ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์  ณ เมรุพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 28 ตุลาคม 2519. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์พิฆเณศ, 2519
  • พูนพิศมัย ดิศกุล, หม่อมเจ้าหญิง. สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าพูนพิศมัยดิศกุล ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 23 สิงหาคม 2533. กรุงเทพฯ : บริษัทวัชรินทร์การพิมพ์ จำกัด, 2533
  • มหาตมา คานธี. ข้าพเจ้าทดลองความจริง อัตชีวประวัติของมหาตมา คานธี. แปลโดยกรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย.พิมพครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2553
  • “หม่อมเจ้าหญิงพูนถูกยิง” ใน กัมมันโต 1. ฉ.10  (วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2469). หน้า 15
  • สมบูรณ์ วรพงษ์. บนเส้นทางหนังสือพิมพ์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : เพื่อนชีวิต, 2534
  • ฮิวเมอริสต์. “ข่าว” ใน ลลนา. ล. 68 ปักษ์หลัง (ตุลาคม 2518). หน้า 36-40
  • Cooper, John Milton. Woodrow Wilson: a biography. New York: Vintage Books, 2011

 

Illustration by Yanin Jomwong
Share This!
  • 271
  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
    272
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed